สาวไต้หวันโพสต์เครียด ได้ทำงานบริษัทในฝัน แต่เจอหัวหน้าเป็น “แฟนใหม่ของแฟนเก่า” กังวลจนคิดอยากจะลาออก ทั้งที่ไม่ได้โดนกลั่นแกล้ง
หญิงสาวรายหนึ่งโพสต์เรื่องราวลงบน Dcard เล่าว่า ปีนี้เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และในที่สุดก็หางานที่ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ และลักษณะงานตรงตามที่ต้องการได้สำเร็จ แต่หลังจากเข้าทำงานอย่างเป็นทางการกลับพบว่า หัวหน้าที่ต้องเป็นคนดูแลและสอนงานเธอ กลับกลายเป็นแฟนใหม่ของแฟนเก่า ทำเอาเจ้าตัวถึงกับพูดว่า “ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องน้ำเน่าแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง!”
เจ้าของโพสต์เล่าว่า เธอกับแฟนเก่าซึ่งอายุมากกว่าเธอ 6 ปี เลิกรากันไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก่อนจะมารู้ในอีก 2 เดือนต่อมาว่า ฝ่ายชายมีแฟนใหม่แล้ว
หลังเรียนจบ เธอเริ่มหางานและได้รับข้อเสนอจากบริษัทแห่งหนึ่งที่เธอชื่นชอบมาก แต่หลังจากเข้าไปรายงานตัวและเริ่มงานอย่างเป็นทางการ เธอจึงได้รู้ว่า หัวหน้าตรงหน้าคือผู้หญิงที่เธอเคยเห็นมาก่อนในฐานะแฟนใหม่ของอดีตแฟน ที่น่าอึดอัดยิ่งกว่านั้นคือ เธอรู้สึกว่าหัวหน้าก็น่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ทั้งคู่ต่างก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ออกมาตรง ๆ
ตลอดระยะเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมา หัวหน้าคนดังกล่าวไม่ได้จงใจกลั่นแกล้งหรือทำให้เธอลำบากเลย ตรงกันข้าม สิ่งที่ต้องสอนก็สอนให้ครบถ้วน แถมยังคอยถามไถ่ว่าเธอปรับตัวกับงานได้หรือไม่ ซึ่งกลับทำให้เจ้าของโพสต์ยิ่งทำตัวไม่ถูก
เธอเล่าว่า “ถ้าเธอตั้งใจเล่นงานฉันจริง ๆ ฉันอาจจะรับมือได้ง่ายกว่านี้ แต่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย ทุกอย่างปกติมากจนฉันไม่รู้ว่าควรทำยังไง”
ก่อนหน้านี้ เธอยังเคยบังเอิญเห็นแฟนเก่ามารอรับหัวหน้าหลังเลิกงานอยู่บริเวณหน้าอาคารบริษัท ทำให้ตกใจและรีบเดินออกทางประตูด้านหลังทันที
เจ้าของโพสต์ยอมรับว่า ช่วงหนึ่งเคยคิดว่าจะรีบเปลี่ยนงานตั้งแต่เพิ่งเข้าทำงาน แต่ก็เสียดายตำแหน่งที่ตัวเองชอบมากจริง ๆ พร้อมยืนยันว่า เธอไม่ได้คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของแฟนเก่าเลย แต่สิ่งที่ทำให้เธอกังวลทุกวันคือ กลัวว่าสักวันหนึ่งทั้งสามคนจะต้องมาเจอกันต่อหน้าโดยบังเอิญ
หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตส่วนใหญ่กลับมองว่าเจ้าของโพสต์อาจคิดมากเกินไป พร้อมแสดงความคิดเห็นในทำนองว่า เรื่องงานก็ควรแยกออกจากเรื่องส่วนตัว และเมื่อหัวหน้าไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก
อย่างไรก็ตาม ก็มีชาวเน็ตบางส่วนที่มองว่าความรู้สึกของเจ้าของโพสต์เป็นเรื่องเข้าใจได้ ขณะเดียวกัน ก็มีบางคนออกมาช่วยพูดแทนเจ้าของโพสต์ โดยมองว่าเมื่อเจอสถานการณ์ที่บังเอิญและชวนอึดอัดแบบนี้ เป็นธรรมดาที่จะเผลอคิดไปต่าง ๆ นานา พร้อมให้กำลังใจว่า “ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ สู้ ๆ”
