ดร.ธนกฤต พา สปสช.-สบส. ตรวจคลินิก หลังหมอปากแซ่บด่าสาวป่วยไต แช่งให้ตาย ชี้เปิดโอกาสให้แจง ขู่ยุติสัญญาหลักประกันสุขภาพ หากพบเข้าข่ายเสี่ยง-เป็นอันตรายกับผู้ป่วย

วันที่ 4 ก.ย.69 ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ย่านคลองสามวา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ พร้อมหน่วยงาน สปสช. และ สบส. ได้เดินทางมาตรวจสอบ หลังแพทย์ที่คลินิกโวยวายและข่มขู่ ปากแซ่บใส่ผู้เสียหาย และยังโทรศัพท์รวมถึงส่งข้อความด่าทอ แช่งให้ตาย

นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า หลังจากกรณีของคลินิกดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านสื่อ ได้มีผู้ป่วยหลายรายติดต่อเข้ามาร้องเรียนเพิ่มเติม จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. พบข้อร้องเรียนสำคัญเกี่ยวกับการให้บริการของคลินิกอย่างน้อย 2 ประเด็น

ประเด็นแรกคือ กรณีผู้ป่วยร้องเรียนว่าไม่ได้รับใบส่งตัวเพื่อไปรักษาต่อ ซึ่งที่ผ่านมา สปสช.เคยมีการตักเตือนและให้ดำเนินการแก้ไขแล้ว แต่ยังคงมีข้อร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น

ส่วนประเด็นที่สอง คือ เรื่องการจ่ายยาให้กับผู้ป่วย โดยมีข้อมูลร้องเรียนว่าผู้ป่วยบางรายได้รับยาเพียงครั้งละประมาณ 7 วัน ทั้งที่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังและบางรายจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้องเดินทางกลับมารับยาบ่อยครั้ง เพิ่มทั้งภาระค่าใช้จ่ายและความไม่สะดวกในการรักษา ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการจ่ายยาในลักษณะดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีกรณีล่าสุดที่หญิงผู้ป่วยโรคเรื้อรังนำหลักฐานเข้าร้องเรียน โดยกล่าวหาว่าแพทย์มีพฤติกรรมด่าทอและใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อผู้ป่วย รวมถึงมีการพูดถึงอาการป่วยและกล่าวในลักษณะว่าอาจเสียชีวิตภายในอายุ 40 ปี ซึ่งนายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า ถ้อยคำในลักษณะดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะอาจกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง และทำให้ผู้ป่วยเกิดความหวาดกลัวหรือสูญเสียความเชื่อมั่นในการรักษา

นายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุด้วยว่า เรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากการปฏิบัติต่อผู้ป่วยในลักษณะที่ถูกร้องเรียนอาจส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย จึงต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

วันนี้จึงมีการประสานกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิก โดยจะใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบมาตรฐานและการให้บริการ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งกำลังเข้าร่วมดูแลพื้นที่ และมีผู้ร้องเรียนเดินทางมาร่วมให้ข้อมูลด้วย

นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวอีกว่า ก่อนเข้าตรวจสอบจะขอพูดคุยกับเจ้าของคลินิกและแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีคำพูดที่ถูกร้องเรียน ตลอดจนประเด็นการออกใบส่งตัวและการจ่ายยาให้ผู้ป่วย

ส่วนการดำเนินการในระบบหลักประกันสุขภาพ นายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบว่าการให้บริการเข้าข่ายสร้างความเสี่ยงหรือเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย ก็จะใช้อำนาจตามกฎหมายของ สปสช. เพื่อระงับปัญหา รวมถึงพิจารณายุติสัญญากับหน่วยบริการดังกล่าว

พร้อมกันนี้ หากมีการยุติสัญญากับคลินิก จะต้องจัดระบบรองรับผู้ป่วยที่ใช้สิทธิรักษาอยู่เดิม โดยประสานย้ายผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลใกล้เคียง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการรักษา

ส่วนกระแสข้อมูลว่าแพทย์รายดังกล่าวเคยย้ายสถานพยาบาลหรือมีความเกี่ยวข้องกับคลินิกหลายแห่ง นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือรายละเอียดได้ในขณะนี้ และจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อน หากพบว่ามีคลินิกอื่นที่เกี่ยวข้องกับแพทย์รายดังกล่าวและอยู่ในระบบบริการเดียวกัน ก็จะตรวจสอบและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน