“มาลัยรัดเกล้า” ฟีเวอร์ ปากคลองตลาดคึกคัก ฝนตกคนยังแห่ตาม ร้านดอกไม้ปรับตัวรับทรัพย์ ช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

จากกรณีเทรนด์ “มาลัยรัดเกล้า” ที่กำลังเป็นไวรัลในโลกโซเชียล ล่าสุดทีมข่าวลงพื้นที่ปากคลองตลาด สำรวจบรรยากาศ พบประชาชนยังแห่ตามเทรนด์กันอย่างต่อเนื่อง แม้ฝนจะตก ขณะที่ร้านดอกไม้ต่างปรับตัว รับกระแสด้วยการเปลี่ยนจากแม่ค้าดอกไม้มาเป็นช่างทำผม ช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

ล่าสุดวันที่ 23 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศที่ปากคลองตลาด ยังคงคึกคัก แม้จะมีฝนตกลงมาเล็กน้อยเป็นระยะ และในช่วงที่ลงพื้นที่ฝนกำลังจะตกอีกครั้ง แต่ประชาชนยังทยอยเดินทางเข้ามาซื้อดอกไม้ มาลัย และใช้บริการทำผมกันอย่างต่อเนื่อง โดยราคาการทำผมด้วยดอกไม้และพวงมาลัย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 100-180 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบและแต่ละร้าน

ด้าน ร้านแม่เกศมาลัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทางร้านจะขายพวงมาลัยสำหรับงานสำคัญต่าง ๆ โดยลูกค้าส่วนใหญ่มักนำไปไหว้พระ ไม่เคยเกิดกระแสไวรัลในลักษณะนี้มาก่อน จึงถือเป็นครั้งแรกที่เห็นพวงมาลัยกลายมาเป็นกระแสแฟชั่น นำมามัดผมและถ่ายรูปกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก และช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านได้เป็นอย่างดี

ส่วนร้านเจ๊ติ๋ม ปากคลองตลาด เปิดเผยว่า เดิมร้านเป็นร้านจำหน่ายดอกไม้และดอกบัวทั่วไป และไม่เคยให้บริการทำผมมาก่อน แต่เมื่อเกิดกระแสขึ้น ทางร้านต้องปรับตัวจากร้านดอกไม้มาเป็นร้านที่ให้บริการทำผมควบคู่กัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้กับลูกค้าที่มาซื้อดอกไม้ โดยสามารถซื้อดอกไม้แล้วทำผมต่อได้เลย

เจ้าของร้านระบุว่า กระแสนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี จากเดิมที่ร้านอาจจะค่อนข้างเงียบ แต่เมื่อเกิดเทรนด์ดังกล่าวขึ้น ยอดขายก็ดีขึ้น ทำให้บรรยากาศภายในปากคลองตลาดกลับมาคึกคัก แม้จะเป็นวันธรรมดาและมีฝนตกก็ตาม

ด้าน เจด้า เจสสิก้า ช่างทำผมชื่อดัง ซึ่งมาตั้งบูธให้บริการทำผมฟรีบริเวณปากคลองตลาด เปิดเผยว่า ผู้ที่ซื้อพวงมาลัยหรือดอกไม้จากร้านใดก็ได้ สามารถนำมาทำผมกับตนเองได้ฟรี โดยตั้งแต่เกิดกระแสไวรัล ตนเข้ามาช่วยทำผมให้ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี เห็นรอยยิ้มของหลายคนที่มาทำผมแล้วรู้สึกดีใจ แม้อาจไม่ได้มาทุกวัน แต่ช่วงนี้ยังคงเดินทางมาช่วยทำผมอย่างต่อเนื่อง

พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาทำผมฟรีได้ โดยซื้อดอกไม้จากร้านอื่น ๆ แล้วนำมาทำผมกับตนเอง เพราะต้องการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับร้านค้าภายในปากคลองตลาด และช่างทำผมคนไหนที่อยากจะมาบริการทำผมก็สามารถมากันได้

ด้าน จันจิ จันจิรา นักแสดงชื่อดัง เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาตามเทรนด์ หลังเห็นอินฟลูเอนเซอร์และดาราหลายคนมาทำผมด้วยมาลัย จึงรู้สึกว่ากระแสนี้ทำให้บรรยากาศปากคลองตลาดคึกคักขึ้น โดยปกติตนก็เดินทางมาซื้อของและมาเดินที่ปากคลองตลาดอยู่แล้ว แต่วันนี้สังเกตได้ว่าคนค่อนข้างเยอะ แม้จะไม่ใช่วันเสาร์-อาทิตย์ ก็ยังหาที่จอดรถได้ยาก ซึ่งมองว่าเทรนด์นี้ถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับร้านค้าในปากคลองตลาดได้เป็นอย่างดี

ด้าน นางสาวจินนี่ ประชาชนที่เดินทางมาทำผม เปิดเผยว่า ตนติดตามเทรนด์นี้มาจากโซเชียลมีเดีย เห็นทั้งอินฟลูเอนเซอร์ คนดัง และดารา ต่างพากันถ่ายรูปกับดอกไม้และพวงมาลัยจำนวนมาก จึงอยากมาตามเทรนด์บ้าง พร้อมมองว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเป็นการอนุรักษ์ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

ขณะที่แก๊ง 3 สาวที่พาน้องหมามาร่วมตามเทรนด์ เปิดเผยว่า เห็นกระแสนี้จากโซเชียลมีเดียเช่นเดียวกัน จึงอยากพาลูก ๆ ซึ่งเป็นน้องหมามาร่วมตามเทรนด์ด้วย เพราะคิดว่าหากนำดอกไม้มาประดับให้น้องหมาก็น่าจะออกมาน่ารักไม่แพ้คน โดยราคาการทำให้น้องหมาจะถูกกว่าการทำผมของคน พร้อมเชิญชวนหลาย ๆ คนให้เดินทางมาปากคลองตลาดกันเยอะ ๆ เพื่อช่วยให้แม่ค้าและร้านค้าต่าง ๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กระแส “มาลัยรัดเกล้า” ไม่เพียงสร้างสีสันให้กับปากคลองตลาด แต่ยังทำให้ร้านดอกไม้หลายแห่งมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการปรับตัวมาให้บริการทำผมควบคู่กับการขายดอกไม้ ขณะที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาตามกระแสอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศปากคลองตลาดกลับมาคึกคัก แม้จะเป็นวันธรรมดาและมีฝนตกก็ตาม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน