สธ. เตือนภัย ‘โรคฉี่หนู’ ช่วงน้ำท่วม แนะเลี่ยงลุยน้ำหากไม่จำเป็น ลดการติดเชื้อ ยิ่งคนมีบาดแผลและรอยถลอก จะเพิ่มโอกาสที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
29 ก.ย. 69 – นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ช่วงน้ำท่วมประชาชนควรระมัดระวังการสัมผัสน้ำและดินโคลน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้านหรือพื้นที่อื่นๆ หลังน้ำลด เพราะเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำจนเปื่อยยุ่ย รวมถึงเข้าทางตา จมูก และปากได้
การป้องกันตนเองระหว่างน้ำท่วม ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือแช่น้ำโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูต และหากมีบาดแผลควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน เนื่องจากการแช่น้ำตั้งแต่ประมาณ 3 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมีบาดแผลและรอยถลอก จะเพิ่มโอกาสที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
ควรล้างมือ ล้างขา หรืออาบน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาด หลังลงแช่น้ำ และควรจัดเก็บอาหารและน้ำดื่มให้มิดชิด รวมทั้งจัดการขยะและเศษอาหารไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู หลังน้ำลด หากต้องขนย้ายสิ่งของหรือทำความสะอาดบ้าน ควรสวมรองเท้าบูตและถุงมือยาง เพื่อป้องกันการสัมผัสน้ำหรือดินโคลนที่อาจปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงป้องกันการถูกของมีคมบาด
นพ.มณเฑียร กล่าวต่อว่า หากมีอาการต้องสงสัยหรือภายหลังได้รับเชื้อ ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการภายใน 5–14 วัน แต่อาจนานถึง 30 วัน อาการที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง โคนขา หรือหลัง และตาแดง หากมีอาการดังกล่าวหลังลุยน้ำหรือแช่น้ำ ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำให้ทราบ หากมีอาการ หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะออกน้อย ต้องรีบไปแสดงว่า เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ต้องไปโรงพยาบาลทันที ส่วนผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิง หากมีอาการสงสัยโรคไข้ฉี่หนูให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำศูนย์
สำหรับการรับประทานยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู ต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเป็นผู้ประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคล โดยอาจพิจารณาในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่ต้องแช่น้ำเป็นเวลานาน อาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือผู้ที่ต้องเก็บขยะและซากสัตว์หลังน้ำท่วม
ทั้งนี้ การทานยาไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด ประชาชนไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนูต้องดื่มน้ำตามมากๆ และห้ามนอนทันที อย่างน้อย 30 นาที เพื่อป้องกันการระคายเคืองหลอดอาหาร อีกทั้งยาบางชนิดมีข้อห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี และผู้ที่มีประวัติแพ้ยา”
หากใครเดินลุยน้ำหรือสัมผัสน้ำท่วม แล้วมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือตาแดง ขอให้รีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการลุยน้ำหรือสัมผัสน้ำท่วมให้แพทย์ทราบ เพราะจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาได้รวดเร็ว ที่สำคัญ หากได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม จะช่วยลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรค และลดโอกาสการเสียชีวิตได้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค