อินฟลูฯสาว เผยนาทีเจ้าของที่พักบุกค้นห้อง อ้างนำแมวเข้าที่พัก เพราะโปรไฟล์เป็นรูปแมว เที่ยวนครพนม ครั้งแรกไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ ยันเป็นทาสแต่ไม่ได้นำมาด้วย

จากกรณีคอนเทนต์ครีเอเตอร์สาวสายรีวิว จากช่องติ๊กต็อก “มะปรางลองเบิ่ง” โพสต์คลิปวิดีโอแชร์ประสบการณ์เที่ยวที่ จ.นครพนม เป็นครั้งแรก กลับเจอเจ้าของที่พักอ้างว่าตนนำแมวเข้ามายังพื้นที่ และมีการตรวจค้นห้องเกิดขึ้น จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์นั้น

ล่าสุด “มะปราง” พัชร์ณิชชา เจ้าของช่องติ๊กต๊อก “มะปรางลองเบิ่ง” เปิดใจกับ ข่าวสดออนไลน์ ถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตนเดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น เพื่อมาทำงาน รวมถึงมาเที่ยวงานประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-27 ต.ค.นี้ ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร อ.เมือง จ.นครพนม

อินฟลูฯสาว

อินฟลูฯสาว เผยนาทีเจ้าของที่พักบุกค้นห้อง อ้างนำแมวเข้าที่พัก เพราะโปรไฟล์เป็นรูปแมว เที่ยวนครพนม ครั้งแรกไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ ยันเป็นทาสแต่ไม่ได้นำมาด้วย

โดยมีการจองที่พักห่างจากตัวเมืองประมาณ 27 กิโลเมตร ซึ่งระยะทางค่อข้างไกล และเปลี่ยว กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 24 ต.ค. ตนและเพื่อนสาว 1 คน เข้าเช็กอินในห้องพักดังกล่าวที่มีการจองไว้ล่วงหน้า

ตอนแรกเจ้าของที่พักเข้ามาเปิดเครื่องปรับอากาศ รู้สึกประทับใจในบริการ แต่หลังจากเข้าห้องพักไปได้ประมาณ 20 นาที เจ้าของที่พักผู้ชายพร้อมผู้หญิงอีกคนได้เดินมาที่ห้อง โดยฝ่ายชายเข้ามาพูดเชิงกล่าวหาทันทีว่าได้ยินเสียงแมว และบอกว่าตนแอบนำแมวเข้ามาพัก

ด้วยความบริสุทธิ์ใจเนื่องจากยังไม่ได้จัดกระเป๋า ตนจึงยอมให้เข้ามาตรวจค้น ทั้งในตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ รถยนต์ส่วนตัว รวมถึงวิดีโอคอลหาคนที่บ้านเพื่อให้เห็นว่าแมวของตนไม่ได้มาด้วย ขณะเดียวกันตัดสินใจบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน

อินฟลูฯสาว

โปรไฟล์ที่ใช้ในการจองที่พัก

ทั้งนี้ สาเหตุที่ยินยอมเปิดประตูห้องให้ค้นในตอนแรก เพราะคิดว่าเจ้าของที่พักนำน้ำดื่มมาให้ หรือเป็นการบริการทั่วไปเหมือนที่พักอื่น ๆ แต่เมื่อเปิดประตูออกมากลับพบว่าสีหน้าอีกฝ่ายไม่เป็นมิตร และพูดจาในลักษณะจับผิด ซึ่งเมื่อค้นไม่พบสิ่งผิดปกติ เจ้าของจึงอ้างว่าต้องเข้าใจเพราะเคยมีคนแอบนำสุนัขเข้ามาพัก ทำให้ของในห้องเสียหาย

หลังค้นรอบแรก เจ้าของที่พักได้โทรศัพท์กลับมาหาตนอีกครั้ง แต่ตนไม่ได้รับสายเพราะกำลังคุยกับคุณแม่ ฝ่ายเจ้าของจึงส่งข้อความแชตอ้างว่ามีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ตนจึงบอกให้มาคุยใหม่

และเจ้าของร้านมาพร้อมนำคลิปวิดีโอจากมุมสูงฝั่งตรงข้ามมาเปิดให้ดู โดยอ้างว่าช่วงที่ตนยกกล่องพัสดุเข้าห้องพัก ต้องเป็นกล่องใส่แมวอย่างแน่นอน อีกทั้งในคลิปยังอ้างว่าได้ยินเสียงแมวชัดเจน

ทั้งนี้ หลังจากตนได้ดูกล้องวงจรปิดก็ได้ยินเสียงแมวจริงตามคำกล่าวอ้าง แมวส่งเสียงเหมือนกำลังขู่ แต่ตนเป็นคนเลี้ยงแมวอยู่แล้ว หากมีเสียงแมวเพียงเล็กน้อยต้องหันไปมองทันที และหากเสียงแมวขู่แบบนั้นแมวจะต้องกระโดดออกจากกล่อง หรือพยายามข่วนตนแล้ว

ตนพยายามอธิบายว่าอาจเป็นเสียงแมวจากภายนอกหรือไม่ แต่ทางที่พักปฏิเสธว่า “ที่นี่ไม่มีแมว” และปักใจเชื่อว่าตนแอบนำแมวมา เมื่อถามถึงเหตุผลที่ปักใจเชื่อ ทางที่พักบอกว่าเห็นรูปโปรไฟล์ในไลน์ของตนเป็นรูปแมว ซึ่งรูปดังกล่าวเป็นรูปแมวของตนที่หายไป และแมวตัวนั้นก็หายไปแล้ว ตนยืนยันได้รับทราบกฎห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักตั้งแต่ก่อนจอง

การพูดคุย และตรวจค้นใช้เวลาประมาณ 10 นาที และแม้เจ้าของจะเอ่ยขอโทษหลังค้นไม่พบ แต่ก็ยังพูดทิ้งท้ายว่า “ได้ยินจริง ๆ”

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตน และเพื่อนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย เนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบที่พักค่อนข้างเปลี่ยว รอบข้างมีป่า และต้องเดินทางผ่านเส้นทางหมู่บ้าน ทำให้ตนต้องพยายามข่มตานอน และใจเย็น

กระทั่งเวลา 05.00 น.ของวันที่ 25 ต.ค. จึงตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำ และรีบเดินทางออกจากที่พักในเวลา 06.00 น. โดยไม่ได้แจ้งเจ้าของ ซึ่งต่อมาในช่วงเช้า เจ้าของที่พักได้ติดต่อขอเลขบัญชี และโอนเงินคืนในส่วนของคืนวันที่ 25 ต.ค. เรียบร้อยแล้ว

มะปราง กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์นี้ทำให้เรียนรู้ว่าต้องปกป้องตัวเองให้มากขึ้น และไม่ควรอนุญาตให้ใครเข้ามาค้นห้องตั้งแต่แรก เพราะเป็นการไว้ใจคนอื่นมากเกินไป

อีกทั้งยังฝากเตือนนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ให้ช่วยกันระมัดระวังตัว และอย่าเปิดประตูห้องพักให้ใครง่าย ๆ รวมถึงหากจะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดควรตรวจสอบการรีวิวที่พักให้ดีก่อนตัดสินใจจอง และจ่ายเงิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน