AOT AVSEC แจงดราม่า ทิ้งขวดน้ำดื่มอินฟูลฯ ชี้เหตุไม่ทำความสะอาดคืนให้ เผยพนักงานถูกต่อว่าถึงครอบครัว ยันให้บริการอย่างสุภาพตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
จากกรณีเกิดดราม่าในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อบิวตี้บล็อกเกอร์จากเพจดัง เกิดการโต้เถียงกับพนักงานจุดตรวจค้น เหตุมาจากพนักงานให้ทิ้งขวดน้ำทั้งที่เจ้าตัวจะขอดื่มก่อน อีกทั้งยังอ้างว่าพนักงานมีท่าทีจะเข้ามาทำร้ายต่อหน้าลูก จน รปภ.ต้องเข้ามาห้าม
ล่าสุดวันที่ 29 ต.ค.69 เพจ AOT AVSEC โพสต์แถลงการณ์กรณีคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บรท.) ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ จุดตรวจค้นผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการให้บริการผู้โดยสารด้วยความสุภาพและเหมาะสม พร้อมนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
โดยในเอกสารระบุว่า ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 15.20 น. บริเวณชั้น 3 จุดตรวจค้นผู้โดยสารอาคารเทียบเครื่องบิน B ในส่วนของผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ในลักษณะการให้บริการที่กล่าวหาว่า การบริการของพนักงานตรวจค้นของ ทสภ. แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพในการให้บริการผู้โดยสาร นั้น
บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บรท.) ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นผู้รับจ้างให้บริการการรักษาความปลอดภัย ณ ทสภ. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และเป็นต้นสังกัดของพนักงานที่ให้บริการในวันดังกล่าว ขอเรียนชี้แจงว่า กรณีที่เกิดขึ้นเกิดจากผู้โดยสารนำของเหลว (น้ำดื่ม จำนวน 2 ขวด) เจล สเปรย์ บรรจุในสัมภาระไม่ลงทะเบียนผ่านจุดตรวจค้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยที่ ทอท. และรัฐกำหนด
พนักงานจึงได้ชี้แจงถึงมาตรการและข้อห้ามตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยอย่างสุภาพ พร้อมได้มอบน้ำดื่มคืนผู้โดยสาร จำนวน 1 ขวด สำหรับประกอบการชงนมเด็ก เนื่องจากผู้โดยสารมีเด็กเดินทางด้วย จำนวน 2 คน และผู้โดยสารได้ถือน้ำดื่มขวดที่พนักงานได้ทิ้งลงไปยังภาชนะ สำหรับรองรับการทิ้งของเหลว เจล สเปรย์ พร้อมขอให้พนักงานทำความสะอาดขวดน้ำดื่มดังกล่าวให้เพื่อผู้โดยสารจะดื่มน้ำขวดที่ทิ้งแล้ว
ซึ่งระหว่างนั้นมีผู้โดยสารจำนวนมาก พนักงานจึงไม่สามารถทำความสะอาดขวดน้ำดื่มได้ ส่งผลให้ผู้โดยสารเกิดความไม่พอใจและได้ว่ากล่าวพนักงานของ บรท. ด้วยถ้อยคำในเชิงที่ไม่เหมาะสมไปถึงครอบครัวของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งพนักงานได้เรียนถามอย่างสุภาพว่า เพราะเหตุใดจึงว่ากล่าวถ้อยคำในลักษณะนั้น ทั้งๆ ที่พนักงานอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการ การรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ผู้โดยสารในภาพรวมได้รับการบริการด้านการรักษาความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
บรท. ในฐานะผู้รับจ้างของ ทอท. ขอยืนยันว่า พนักงานตรวจค้นในสังกัดได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยที่ ทอท. และรัฐกำหนด พร้อมให้บริการอย่างสุภาพด้วยหลักการการให้บริการที่ดี ซึ่ง บรท. ได้ตระหนักและปลูกฝังให้พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติงานร่วมกับ บรท. ทุกคนตระหนักถึงหน้าที่การให้บริการที่ดี รวมถึงให้ใช้ความระมัดระวัง อดทน อดกลั้น ไม่ให้การปฏิบัติหน้าที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ทอท. และประเทศชาติโดยรวม
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และ บรท. พร้อมที่จะรับคำแนะนำสำหรับการพัฒนาและการยกระดับการให้บริการรักษาความปลอดภัยที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย