รู้ไหมว่า การคอยรับฟังปัญหาของคนอื่น ส่งผลกระทบต่อร่างกาย-จิตใจผู้ฟัง ชวนรู้จัก ‘ภาวะเหนื่อยล้าทางอารมณ์’ จากความเห็นอกเห็นใจ ใครบ้างที่เสี่ยง แนะวิธีรับมือ
เชื่อว่าหลายคนอาจเคยผ่านประสบการณ์การเป็นผู้รับฟังปัญหาให้กับผู้อื่น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเพียงแค่หาที่ระบายหรือหาคนปรึกษาก็ตาม แต่ที่แน่นอน คือ พวกเขาเหล่านั้นเพียงแค่อยากลดความทุกข์ในใจลงไปไม่มากก็น้อย ยิ่งถ้าเป็นคนที่เรารักกำลังเผชิญความเครียด เราคงอดไม่ได้ที่จะรับฟังและเผลอเก็บความทุกข์นั้นเอาไว้โดยไม่รู้ตัว
เมื่อเป็นเช่นนั้น เราอาจจะกำลังเผชิญกับภาวะ Compassion Fatigue หรือ ภาวะเหนื่อยล้าทางอารมณ์และจิตใจ จากการรับฟัง รับรู้ และแก้ปัญหาให้กับคนอื่น เมื่อเราเป็นคนที่พร้อมรับความทุกข์อยู่ซ้ำๆ สิ่งเหล่านั้นกำลังหันกลับมากระทบชีวิตเราแทน
ความเครียดจากการรับฟังคนอื่น ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?
- เมื่อรับฟังข้อมูลต่อเนื่อง จะมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณ ปวดคอ บ่า ไหล่ และหลังได้
- นอนไม่หลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจเป็นเพราะเราหยิบเรื่องที่ได้รับฟังมาคิดวนเวียน ซึ่งจะยิ่งทำให้หลับยาก หลับไม่สนิท
- ระบบย่อยอาหารแปรปรวน มีอาการท้องอืด คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก หรือเครียดลงกระเพาะได้
- (เมื่อฟังเรื่องราว) ฮอร์โมนอะดรีนาลีนจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว หัวใจเต้นเร็ว หรือใจสั่น
- เหนื่อยง่าย เพราะการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
- ระบบภูมิคุ้มกันถูกรบกวนจากความเครียด นอนไม่พอ อาจทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย และจัดการกับเชื้อได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ป่วยบ่อยและง่ายขึ้น
ในมุมมองของจิตใจ ผู้ที่รับฟังปัญหาของคนอื่นอยู่บ่อยๆ มักจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่บ่อยเช่นเดียวกัน เช่น รู้สึกว่าปัญหานั้นเป็นของตัวเอง รู้สึกไม่ดีถ้าต้องปฏิเสธการรับฟัง เริ่มเหนื่อยหน่ายกับการรับฟัง เริ่มไม่อยากเข้าสังคม เพราะรู้สึกว่าสังคมอาจจะยื่นปัญหามาให้อีก และสุดท้ายคือความวิตกกังวลที่จะติดตัวเราไป แม้จะกลับถึงบ้านแล้ว
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อภาวะ เหนื่อยล้าทางอารมณ์และจิตใจ
- คนที่มักถูกเลือกเป็นที่ปรึกษาเสมอ
- คนที่ไม่กล้าปฏิเสธความช่วยเหลือของคนอื่น
- คนที่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบความรู้สึกของคนรอบข้าง
- ผู้ที่ทำงานสายแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย
- ผู้ที่ต้องรับรู้เรื่องสะเทือนใจอยู่เสมอ โดยขาดการสนับสนุนทางจิตใจ
แนวทางการป้องกัน เราควรกำหนดขอบเขตของการรับฟังเสมอ ไม่ว่าคนพูดจะเป็นใคร แยกปัญหาของตัวเองออกจากปัญหาของคนอื่น รับฟังได้แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ไข ให้ตัวเองได้พักผ่อน ลองหยุดพักจากการฟังไปทำอย่างอื่นที่ผ่อนคลายบ้าง และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ในกรณีที่ปัญหาเหล่านี้เริ่มกระทบกับการใช้ชีวิตมากขึ้น
ที่มาข้อมูล : aspr.gov/news-updates