ทำความรู้จัก บทบาทผู้ช่วยเหลือแก้ให้ทุกปัญหา แม้ไม่ใช่ปัญหาของตัวเอง เผยความลับ ‘Hero Syndrome’ ส่งผลกระทบในหลายด้าน ไม่ใช่แค่สุขภาพจิต
การติดบทบาทผู้ช่วยเหลือ คือ คนประเภทที่มักจะมีความรู้สึกอยากช่วยเหลือ อยากแก้ปัญหา หรือรับผิดชอบชีวิตผู้อื่น ซึ่งในบางครั้งหากปัญหานั้น ๆ ถูกแก้ไขไม่ได้ตามความต้องการ หรือไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ก็จะทำให้คนประเภทนี้รู้สึกผิด หรือผิดหวังเสียเองที่ช่วยเหลือใครไม่สำเร็จ
หากมองแบบผิวเผินคนประเภทนี้ดูมีน้ำใจ เสียสละ พึ่งพาได้ แต่ทว่าเบื้อหลังของการช่วยเหลือเหล่านี้ คือความเชื่อว่า ต้องทำ ไม่ใช่ อยากทำ ทั้งยังมีความรู้สึกแฝง อย่าง ความต้องการเป็นที่ยอมรับ กลัวไม่มีคุณค่า อยากรู้สึกสำคัญต่อผู้อื่น ซึ่งแน่นอนว่ามันอาจส่งผลกับสุขภาพจิตและความมั่นคงทางจิตใจได้
พฤติกรรมของคนที่มี Hero Syndrome เป็นอย่างไร?
- รู้สึกต้องรับผิดชอบปัญหาของคนอื่น ต้องเข้าไปแก้ปัญหา จัดการทุกอย่างแม้ใช่ปัญหาหรือหน้าที่ของตัวเองก็ตาม
- ปฏิเสธคำขอช่วยเหลือได้ยาก และถ้าหากคิดจะปฏิเสธจิง ๆ ก็อาจลำบากใจหรือไม่กล้าที่จะทำ แม้ตัวเองจะลำบากอยู่ แต่ก็จะตอบตกลงอยู่ดี
- รู้สึกผิดเมื่อไม่ได้ช่วยเหลือ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเกินกำลังไปมาก
- อยากเป็นคนที่คนอื่นรู้สึกขาดไปไม่ได้ ชอบที่คนอื่นมาพึ่งพา และไร้ค่าถ้าคนอื่นไม่เลือกให้ช่วย
- พยายามเสนอทางออกให้ปัญหาของผู้อื่นทันที โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายต้องการไหม
- ละเลยตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง สนใจความรู้สึก หรือปัญหาของคนอื่นมากกว่าตัวเองจนลืมดูแลพชีวิตตัวเองให้ดี
เหตุผลที่ทำให้คนประเภทนี้รู้สึกต้องช่วยเหลือผู้อื่น
- ผูกคุณค่าของตัวเองเอาไว้ที่คนอื่น อาจเพราะเชื่อว่าการช่วยเหลือ เสียสละ หรือทำให้ทุกคนพอใจ คือการเป็นคนดี
- กลัวการไม่ถูกรักหรือถูกปฏิเสธ เชื่อว่าการตอบตกลงหรือให้ความช่วยเหลือคือการรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ เพราะหากปฏิเสธอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจและสูยเสียความรักไป
- รับผิดชอบคนอื่นมาตั้งแต่เด็กทำให้ชินกับการแก้ปัญหาให้คนอื่น ทำให้มองข้ามตัวเองไปอยู่เสมอ
- ต้องการการยอมรับจากสังคม การที่คนอื่นพึ่งพา ทำให้รู้สึกว่าถูกสนใจหรือถูกรักหรือถูกยอมรับจากสังคม
อย่างไรก็ตามการเป็น Hero Syndrome มักส่งผลกระทบในหลายด้าน
- ด้านสุขภาพจิต เมื่อการช่วยเหลือไม่สำเร็จ จึงเกิดความเครียด วิตกกังวล และความเหนื่อยล้าทางอารมณ์
- ความสัมพันธ์เกิดความไม่สมดุล เมื่ออีกฝ่ายคอยแก้ปัญหา แต่อีกฝ่ายชิน และรับรู้ว่าอีกฝ่ายจะคอยช่วยเสมอ
- การใช้ชีวิต เพราะการให้ค่ากับผู้อื่นมากกว่า จนไม่มีเวลาโฟกัสหรือสนใจตัวเองมากพอ
- ความรู้สึกน้อยใจ เมื่อการช่วยเหลือที่ให้ไป ไม่ได้รับคำขอบคุณ หรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
ดังนั้น สิ่งที่ต้องเข้าใจ คือไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ และทุกความช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าต้องเข้าไปช่วยเสมอ เพราะหากปัญหาเหล่านั้นมากเกินรับไหว หรือยังคาดหวังการตอบแทนที่เป็นไปไม่ได้ ก็อาจจะป็นสัญญาณว่าควรปฏิเสธเพื่อรักษาทั้งสุขภาพจิต และร่างกายของตัวเราเอง