บวงสรวงราชยาน พบแล้ว บุคคลในภาพภักดี ปีติได้รับเลือกลงจดหมายเหตุ จับสาวตุ๋น-แอบอ้างหญิงแม้น เข้าร่วมพระราชพิธีสวดบรมศพ

พบแล้วบุคคลใน 9 ภาพแห่งความภักดี คนแรกเป็นครูสาวที่ไปเฝ้าติดตามพระอาการเมื่อครั้งทรงพระประชวรที่ โรงพยาบาลศิริราช อีกคนเป็นชายไทยเชื้อสายอินเดีย ประทับใจในพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตร เฝ้าฯรับเสด็จทุกครั้งที่มีโอกาส ด้านกระทรวงวัฒนธรรมเตรียมบวงสรวงพระราชยานที่จะใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 กำหนดแล้ววันที่ 19 ธ.ค.นี้ ตำรวจรวบแล้วผู้ต้องหาคดีตุ๋น แอบอ้างเป็น‘คุณหญิงแม้น’ล่อลวงพาไปร่วมฟังพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมที่พระที่นั่งดุสิตฯ

พสกนิกรชุดไว้ทุกข์เข้าสักการะ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ร.อ.ม.จ. นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 42 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ หลังจากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 23 พ.ย.

จากนั้นในเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมี ม.ร.ว.ดนุชโชติ เทวกุล ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล และ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ ร่วมในพระราชพิธี

เวลา 17.30 น. ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานสดับปกรณ์ที่พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารสวดพระอภิธรรมในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 19.00 น. ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานสดับปกรณ์ ในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มีพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นวันที่ 27 ที่พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) ซึ่งมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศสวมใส่เครื่องแต่งกายไว้ทุกข์สุภาพเรียบร้อยเดินทางมาต่อคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด ซึ่ง เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างเป็นระเบียบ โดยในเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี จากนั้นได้เปลี่ยนทางเข้าเป็นทางประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในเวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี

ทั้งนี้ พสกนิกรที่มากราบสักการะพระบรมศพทุกคนยังคงอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ หลายคนกอดพระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาจากบ้านไว้แนบอกตลอดเวลา และเมื่อได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพแล้ว สำนักพระราชวังแจกภาพพระบรมโกศพระบรมศพ พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

สาวพร้อมเพื่อนเข้าคิว 6 ช.ม.-ไม่ท้อ

ที่เต็นท์จิตรลดาอาสาทำเพื่อพ่อ บริเวณประตูเทวาภิรมย์ เจ้าหน้าที่มาแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ อาทิ แซนด์วิชหมูหยองพริกเผา ข้าวเหนียวไก่ทอด ผัดหมี่ ฯลฯ น้ำกระเจี๊ยบ และน้ำดื่ม

น.ส.สุเนียน โสดแก้ว อายุ 41 ปี พร้อมด้วยเพื่อน น.ส.สุมณฑา มาดะมัน อายุ 43 ปี และน.ส.ธัญญ์กัน ธรรมโรจน์ อายุ 48 ปี ที่พักอาศัยอยู่ละแวกเดียวกันที่ย่านรามคำแหง เปิดเผยพร้อมๆ กันว่า พวกตนมีความตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา และปวงชนชาวไทย โดยมาถึงสนามหลวงตั้งแต่ตี 3 เข้าคิวต่อแถวประมาณ 6 ชั่วโมง แต่ไม่ได้รู้สึกท้อเลย อยากมาอีกด้วยใจที่อยากจะมา

น.ส.สุเนียนกล่าวทั้งน้ำตาว่า เมื่อได้เข้ากราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เราทุกคนต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องออกมาอย่างไม่รู้สึกอายใคร และรู้สึกอาลัยต่อพระองค์ท่านมาก ส่วนตัวมองว่าความรักที่พระองค์ท่านมีต่อราษฎรนั้นมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่ตนเกิดมาจึงกระทั่งเสด็จสวรรคต ก็เห็นพระองค์ทรงงานมาโดยตลอด เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ในทั่วทุกถิ่นได้มีกินมีใช้ไม่ลำบาก แม้พระองค์จากไปแล้ว แต่ยังคงมีโครงการในพระราชดำริต่างๆ ให้ราษฎรได้ดำเนินรอยตามอีกด้วย

ไทยดำจากนครปฐมถวายบังคม

นายณัฐเศรษฐ์ สันสร้างเจริญ อายุ 70 ปี ประธานชมรมลูกเสือชาวบ้าน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และประธานชุมชนชาติพันธุ์ไทยดำ ต.สระพัฒนา ที่เดินทางมาพร้อมกับชาวบ้านชุมชนชาติพันธุ์ไทยดำ สระพัฒนา และชาวบ้านชุมชนชาติพันธุ์ไทยดำ ต.ไผ่หูช้าง อ.บางเลน จ.นครปฐม ด้วยรถบัส 2 คัน ประมาณ 80 คน กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ลูกเสือชาวบ้านชาติพันธุ์ไทยดำ ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอย่างหาที่สุดไม่ได้ จึงได้เดินทางกันมาถึงพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 02.00 น. รอคิวเพื่อเข้าสักการะประมาณ 8 ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนทำด้วยหัวใจ จึงไม่มีความเหน็ดเหนื่อยใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ความปีติในหัวใจที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ก็ได้มาส่งเสด็จพระองค์ท่าน

นายณัฐเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงชีวิตนี้ ตนถือว่าค่อนข้างโชคดี เนื่องจากได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานชมรมลูกเสือชาวบ้าน จ.นครปฐม จึงได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระองค์ท่าน เพื่อถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทุกวันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี ณ สวนจิตรลดา โดยครั้งแรกที่ตนได้เข้าเฝ้าฯประมาณปี 2537 ยังคงจำความรู้สึกวันนั้นได้ดี ตนรู้สึกตื่นเต้น และภูมิใจมาก รวมทั้งก็ยังรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่ได้เข้าเฝ้าฯเป็นระยะเวลาร่วม 10 – 20 ปี ซึ่งเมื่อตนทราบว่าพระองค์สวรรคตแล้ว ก็รู้สึกใจหาย เหมือนสูญเสียญาติผู้ใหญ่ และเสาหลักของครอบครัวไป หากจะบรรยายเป็นคำพูด คงไม่สามารถเล่าถึงความสูญเสียที่มีภายในหัวใจได้หมด

‘แพนเค้ก’จิตอาสาดูแลผู้สูงอายุ

ด้านดาราและนักแสดงชื่อดัง แพนเค้ก หรือ น.ส.เขมนิจ จามิกรณ์ ได้เดินทางมาร่วมเป็นจิตอาสาในการดูแลผู้สูงอายุ ในโครงการ Five for All เพื่อคนพิการ ซึ่งกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ได้พาผู้สูงอายุและ ผู้พิการด้านต่างๆ จากบ้านบางแค รวม 70 คน มากราบสักการะพระบรมศพ

แพนเค้กกล่าวว่า ก่อนนี้ตนเคยเดินทางมาร่วมเป็นจิตอาสาดูแลผู้พิการทางการมองเห็น มากราบสักการะครั้งหนึ่งแล้ว ส่วนวันนี้มาร่วมเป็นจิตอาสาช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการด้านต่างๆ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งทุกคนตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระองค์ท่านทำให้รู้สึกว่าเหมือนมีพลังที่ได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิดอีกครั้งถือเป็นบุญที่สุดในชีวิต

ด้านน.ส.ลดาวัลย์ เอมเอฟัลดิ์ อายุ 73 ปี จากบ้านพักคนชราบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตนและเพื่อนคนชราอีก 2 คน เดินทางมาจาก จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันก่อน และมาพักที่บ้านบางแคเพื่อเดินทางมาพร้อมกับคณะในเช้ามืดวันนี้ และรู้สึกเสียใจมากที่เสด็จสวรรคต ท่านมีบุญคุณต่อพสกนิกรและแผ่นดินไทย พระองค์ท่านทรงเป็นพ่อตัวอย่างที่ดีที่สุดในด้านต่างๆ ทั้งการประหยัด มัธยัสถ์ อยากให้เจริญรอยตามพระองค์ที่ทรงเป็นผู้ให้ หากนำมาเป็นแบบอย่างก็จะมีความสุขไม่เดือดร้อนทั้งแก่ตนเอง ส่วนรวมและเพื่อนร่วมโลก

วันเดียวกัน น.ส.ชามฉัด อัคตาร์ เลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ เดินทางมาลงนามในสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นวางพวงมาลาสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และขึ้นถวายความเคารพพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เข้ารอคิวจรดรอบสนามหลวง

เมื่อเวลา 09:00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง ยังคงมีประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศเดินทางมาต่อแถวเพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพอย่างเนืองแน่นท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ยังคงเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย โดยปลายแถวนั้นยาวจรดพื้นที่ท้องสนามหลวงโดยรอบ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจและกลุ่มอาสาสมัครยังคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังมีบริการอาหาร น้ำดื่มและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่คอยให้บริการ โดยกระจายตามจุดต่างๆ ด้านเต็นท์พักคอยด้านทิศเหนือ

สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจและนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ยังปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดคัดกรองทั้ง 8 จุดรอบท้องสนามหลวงอย่างเข้มงวด เพื่อตรวจค้นร่างกาย กระเป๋าสัมภาระ อาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย รวมไปถึงตรวจบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าสู่บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อปกป้องกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปะปนเข้ามา

เตรียมบวงสรวงราชยานวันที่19ธ.ค.

ที่กระทรวงวัฒนธรรม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพว่าในวันที่ 28 พ.ย.เป็นการประชุมครั้งแรก โดยจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เบื้องต้นประมาณการในขั้นต้นว่าการดำเนินงานและสร้างทั้งหมดประมาณการแล้วเสร็จไม่เกินเดือนก.ย.ปี 2560 โดยจะทำให้ดีที่สุดสมพระเกรียติที่สุด ทั้งนี้ประชาชนจะมีส่วนร่วม เช่น การทำลายฉลุ การแทงหยวกกล้วย การทำกระดาษย่น ฯลฯ โดยการดำเนินการจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ และในส่วนวันที่ 19 ธ.ค.จะมีการบวงสรวงราชรถและราชยาน

 

 

11

ครูแหมวปลื้ม-9 ภาพแห่งภักดี

จากกรณีกระทรวงวัฒนธรรม รวบรวมภาพบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.นั้น กระทรวงได้คัดเลือกจาก 5 หมื่นภาพ นำมาจัดนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” รวมทั้งหมด 178 ภาพ ที่ลานสังคีต ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่ วันที่ 28 ต.ค.2559 จนถึงวันที่ 30 พ.ย.2559

ทั้งนี้ วธ.ได้รับมอบหมายให้รวบรวมภาพบันทึกเหตุการณ์ ข้อมูลเกี่ยวกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ เพื่อจัดทำเป็นจดหมายเหตุ จึงคัดเลือกภาพแห่งความจงรักภักดี 9 ภาพ โดยคัดเลือกภาพที่ประชาชนร่วมกันเลือกที่เห็นว่าตรงกับความรู้สึกตนเองมากที่สุดผ่านระบบออนไลน์ และประชาชนเลือกผ่านการเข้าชมภายในนิทรรศการ ภาพแห่งความจงรักภักดี 9 ภาพ ที่ได้รับการคัดเลือก พบว่า 1 ใน 9 ภาพคือ น.ส.ดลนภา กลัดบุบผา อายุ 42 ปี ซึ่งได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “รู้สึกเป็นเกียรติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูลอย่างสูงที่สุดที่ภาพของครูแหมวได้รับเลือกจากประชาชนเพื่อบันทึกไว้ในจดหมายเหตุ โดยเป็นภาพลำดับที่ ๙ ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่รักและแสดงความชื่นชมในความจงรักภักดีที่ครูแหมวมีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ขอขอบพระคุณจากหัวใจค่ะ #ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป” ทั้งนี้ ครูแหมวถือเป็นหนึ่งบุคคลที่เข้าเฝ้าฯรับเสด็จเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช รักษาพระอาการประชวรในร.พ.ศิริราช

ชายไทย-อินเดียปลื้มอยู่ใน9ภาพ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดา สัจจะมิตร อายุ 67 ปี ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย อาชีพค้าขาย ซึ่งเป็น 1 ใน 11 คนที่กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศตามหาบุคคลจาก 9 ภาพแห่งความจงรักภักดีในนิทรรศการทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพหน้าพระบรมโกศ ที่พระบรมมหาราชวัง

นายศักดาให้สัมภาษณ์ว่า หลังทราบข่าวก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งแห่งความจงรักภักดี ซึ่งช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ตนได้ติดตามการรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่พระองค์ท่านเสด็จฯมา ร.พ.ศิริราชครั้งแรก อีกทั้งเมื่อครั้งพระองค์เสด็จออกทรงงาน ตนก็ยังไปเฝ้าฯรับเสด็จทุกครั้ง ทั้งนี้ตนเป็นคนเชื้อสายอินเดียที่เกิดในไทย ซึ่งเห็นพระองค์ทรงงานหนักมาตลอด พระบารมีของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเปรียบได้

นายศักดากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนรักและเทิดทูนพระองค์ท่านมาตั้งแต่ตนยังเด็ก รักฝังใจ เคยรับเสด็จครั้งแรกตอนที่ตนอายุ 6 ขวบ ที่วงเวียนใหญ่ ได้เห็นพระบารมีพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ตนเห็นพระองค์ท่านได้นำพวงมาลามาวางที่อนุสาวรีย์พระเจ้ากรุงธนบุรี ทุกวันที่ 28 ธ.ค. ซึ่งตนไปเฝ้าฯรับเสด็จกันทั้งครอบครัว ต่อมาตอนตนอายุได้ 11 ขวบ ก็จะมารับเสด็จที่ถนนราชดำเนิน เวลาพระองค์ท่านเสด็จฯต่างประเทศและเสด็จฯกลับพระนคร ตนได้เห็นรถของพระองค์ผ่านอย่างช้าๆ เพื่อให้เหล่าพสกนิกรได้เห็นพระบารมี ตนก็โบกมือด้วยความปีติ ซึ่งพระองค์ก็ทอดพระเนตรมาที่ตน ซึ่งตนประทับใจมากจนไม่มีวันลืม

“ทุกวันนี้ผมดำเนินตามคำสอนของพระองค์ทุกประการ ทั้งรู้จักพอเพียง และหลักธรรมต่างๆ ซึ่งตนนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ ตอบแทนแผ่นดินเกิด ทุกวันนี้ผมถือการทำงานว่าต้องเกิดประโยชน์ส่วนรวมมากที่สุด” นายศักดากล่าว

 

 

00

อดีตอจ.ภาษาอังกฤษเผยความปีติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 พ.ย. บาทหลวงเดนนิส มัลลินเนอร์ อายุ 76 ปี อดีตพระอาจารย์สอนภาษาอังกฤษกับภาษาฝรั่งเศส และภรรยานางชไมพร มัลลินเนอร์ อายุ 75 ปี อดีตพระอาจารย์สอนวิชาหัตถศึกษากับวิชาศิลปะ ที่โรงเรียนจิตรลดา ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษและเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ย. โดยได้เข้าร่วมฟังพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ภายหลังเสร็จพระราชพิธี นางชไมพรเปิดเผยความรู้สึกว่า หลังจากทราบข่าวเสด็จสวรรคตของในหลวง ก็เศร้าโศกใจมาก แต่ไม่สามารถเดินทางมาได้ทันทีเนื่องจากติดภารกิจ ที่ผ่านมาตนได้เป็นผู้นำชักชวนคนไทยที่อยู่ในประเทศอังกฤษร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บรรยากาศตอนนั้นมีความเศร้ามาก ทุกคนล้วนคิดถึงในหลวง

นางชไมพรกล่าวด้วยว่า เมื่อสมัยสาวๆ 50 ปีที่แล้ว ตนได้เป็นพระอาจารย์อยู่ในโรงเรียนจิตรลดา และได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นพระอาจารย์สอนเจ้าฟ้าทั้งสี่พระองค์ร่วมกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ อย่างเท่าเทียมกัน เพราะในหลวง ร.9 รับสั่งให้สอนเฉกเช่นนักเรียนคนอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีรับสั่งให้ตนไปสอนวิชาชีพแก่ทหารผ่านศึกกับมูลนิธิสายใจไทย ที่ผ่านศึกสงครามจากเวียดนามจนได้รับบาดเจ็บและพิการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทรงย้ำทุกวันไม่ให้ทอดทิ้งทหารผ่านศึกที่ไม่มีอาชีพ บางคนขาขาดแขนขาดได้มีวิชาชีพติดตัวไป

ถวายความรู้เจ้าฟ้าทั้ง 4 พระองค์

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกที่ได้สอนหนังสือกับเจ้าฟ้าทั้งสี่พระองค์นั้น นางชไมพรเผยว่า “ตอนนั้นดิฉันยังสาวมาก สอนตามหน้าที่ของครูโดยปกติ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือเกร็ง พอมีอายุมากขึ้นคิดว่าที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามากๆ นอกจากนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานน้ำสังข์กับคนต่างชาติเป็นคู่แรก เมื่อปีพ.ศ.2512 โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแม่สื่อ” นางชไมพรกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

ด้านบาทหลวงเดนนิสเผยว่า ครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวงร. 9 ตนจำได้ว่ามีรับสั่งเป็นภาษาอังกฤษความว่า “ให้ทำตัวตามสบาย” ซึ่งเป็นพระเมตตาทำให้ตนไม่รู้สึกเกร็ง ตนได้ทูลถามเป็นภาษาอังกฤษว่า “สบายดีไหม” ทรงรับสั่งกลับมาว่าง “ส.บ.ม.” ตอนนั้นยังไม่เข้าใจความหมาย จึงทูลถามถึงความหมาย พระองค์ทรงตอบกลับมาว่า “สบายมาก” เหตุการณ์ทำให้ประทับใจที่ทรงให้ความเป็นกันเอง ต่อมาบิดาของตนชราภาพมาก จึงขอทูลลาไปดูแลบิดาที่ประเทศอังกฤษสักระยะหนึ่ง กระทั่งปัจจุบันได้เป็นบาทหลวงประจำสมเด็จพระ ราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

แอบอ้าง- พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สอบปากคำน.ส.อโนทยาพัฒน์ สิทธีรผล ที่สน.พระราชวัง ผู้ต้องหาแอบอ้างเป็นม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต เพื่อพาคนเข้าสักการะพระบรมศพและเรียกรับเงิน เมื่อวันที่ 24 พ.ย.
แอบอ้าง- พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สอบปากคำน.ส.อโนทยาพัฒน์ สิทธีรผล ที่สน.พระราชวัง ผู้ต้องหาแอบอ้างเป็นม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต เพื่อพาคนเข้าสักการะพระบรมศพและเรียกรับเงิน เมื่อวันที่ 24 พ.ย.
บทความก่อนหน้านี้สนช.นัดถก29พย. เร่งด่วน พรเพชรสั่ง-ห้ามลา ปปช.ชงยึดทรัพย์715ล. บิ๊กสรรพากรโกงแวต
บทความถัดไปป่วยซึมเศร้า-ยิง3ศพ เมีย-ลูกจ้างร้านขายยา โดนตร.ล้อม-ฆ่าตัวตาย