สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 พระราชทานสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีทรงโพสต์พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ทรงฉายพระบรมรูปร่วมกับพระเชษฐภคินีและพระขนิษฐาทั้งสองพระองค์เบื้องหน้าพระบรมโกศสมเด็จพระบรมราชชนก พร้อมข้อความว่า “ภาพหาดูยาก เพิ่งได้ถ่ายแบบนี้” พสกนิกรสุดปีติ ทั้งมีผู้เผยแพร่อีกภาพด้วย ทั้ง 4 พระองค์ทรงฉายร่วมกันครั้งพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เมื่อปีพุทธศักราช 2538 สุดอลังการงาน “9 ตามพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน” ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียถวายพระพรรัชกาลที่ 10 ราชวงศ์จักรี เจ้าคุณธงชัยเป็นประธานเปิดอาคารกษัตริย์เกษตร พิพิธ ภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ
ในหลวงบำเพ็ญพระราชกุศล5ธค.
สำนักพระราชวังออกหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณา นุปทานเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนม พรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 เลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมชนกนาถซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่พฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศล มีรายการดังนี้
วันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เวลา 17.00 น. รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินไปยังชานหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวนถวายพระพร แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วเสด็จลงชานหน้าพระอุโบสถ พระราชทานสังควัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้า-ฝ่ายใน
พระราชทานสมณศักดิ์
จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านกระแสพระราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะเจ้าคณะรอง จบแล้ว พระสงฆ์ 10 รูปเจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ ดุริยางค์ ทรงประเคนสุพรรณบัฏและหิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร เครื่องประกอบสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาตามลำดับ จากนั้นทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศแด่พระสงฆ์ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ตามลำดับ
พระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก เจ้าพนักงานกองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ 30 รูปซึ่งเจริญพระพุทธมนต์เข้านั่งยังอาสนะในพระที่นั่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชซึ่งประดิษฐานเหนือพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้น สดัปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
n พล.อ.เปรมถวายสัตย์ปฏิญาณ
วันที่ 4 ธ.ค. เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เข้าเฝ้าฯ กราบพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณในโอกาสที่ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
พระเทพฯบำเพ็ญพระราชกุศล
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ดำเนินมาเป็นวันที่ห้าสิบสอง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบ สมภังค์แสดงปางห้ามญาติ หรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรมรวม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 3 ธ.ค.
ในหลวงพระราชทานอาหาร
ขณะที่บริเวณเต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน
สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 4 ธ.ค. ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวต้มหมูสับเห็ดหอม 1,500 ถ้วย กาแฟบาเรสต้า 2,500 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. สลัดโรล 2,000 ถ้วย ข้าวราดแกงพะแนงหมูไข่ต้ม 2,000 จาน ขนมไทย 1,000 ชุด ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ 2,000 ชุด ข้าวต้มมัด 2,000 ชุด ข้าวคลุกกะปิ 2,000 จาน มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมู-ไก่ทอด 1,000 ชุด เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวราดแกงส้มมะละกอกุ้งสด-ไข่ยางมะตูม 1,000 จาน ผัดไทยเสวย 1,000 จาน ข้าวราดแกงเหลืองขาหมู (คากิ) ปลาทูทอด ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน
เจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์ฯ เปิดเผยว่าในวันที่ 5-6 ธ.ค.นี้ เนื่องในพระราชพิธีวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณฯ จะเพิ่มปริมาณอาหารที่นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เพียงพอต่อประชาชนที่คาดว่าจะเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศเป็นจำนวนมาก
แพทย์ฟ้าหญิงพระราชทานดูแลปชช.
ส่วนที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทร กิติคุณ ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมา สักการะพระบรมศพ ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทานมาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน โดยย้ายจากเต็นท์ที่ 11 โซนเหนือ เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนรอบในของท้องสนามหลวง ฝั่งเยื้องโรงแรมรัตนโกสินทร์ มาตั้งอยู่ภายในบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ ปากทางเข้าที่ประชาชนจะเดินมารอ เข้าแถวภายในเต็นท์ก่อนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เยื้องจากเต็นท์เดิมประมาณ 50 ม. ตั้งแต่เมื่อวาน เนื่องจากมีการจัดพื้นที่ใหม่เพื่อเตรียมสร้างพระเมรุมาศ
โดยมีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลธนบุรี 1 จำนวน 24 คน และโรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก จำนวน 5 คน มาบริการดูแลสุขภาพประชาชนระหว่างเวลา 08.00-20.00 น. โดยประชาชนส่วนใหญ่มีอาการเป็นลม รองเท้ากัด เล็บหลุดจากที่เดินสะดุดพื้น รวมถึงมาขอยาดม ยาแก้ปวด ฯลฯ เข้ามารับการรักษา และมีบางส่วนที่ต้องส่งต่อไปยังเต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร เนื่องจากที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีเตียงนอนพักเพียง 3 เตียง ซึ่งอาจไม่เพียงพอในบางช่วงเวลา
ทรงโพสต์พระบรมฉายาลักษณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 4 ธ.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวในชื่อ “nichax” ความว่า “#ภาพหาดูยาก #เพิ่งได้ถ่ายแบบนี้ #Dec32016” โดยทรงแนบพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงฉายพระรูปร่วมกับพระเชษฐภคินี และพระขนิษฐาทั้งสองพระองค์ เบื้องหน้าพระบรมโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมราชชนก ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อค่ำวันที่ 3 ธ.ค. หลังเสด็จฯ พระราชพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพพระเจ้า อยู่หัวในพระบรมโกศ
เผยแพร่อีกภาพทรงฉาย4พระองค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์รูปภาพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณฯ โปรดเกล้าให้ฉายพระรูปร่วมกับพระเชษฐภคินี และพระขนิษฐาทั้ง 2 พระองค์ หน้าพระบรมโกศพระบาทสมสมเด็จพระเจ้าอยู่พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.นั้น ปรากฏว่ามีผู้นำภาพมงคลที่ทั้ง 4 พระองค์ทรงฉายร่วมกันหน้าพระบรมโกศเมื่อครั้งพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปีพุทธศักราช 2538 มาเผยแพร่ด้วย
‘ปูติน’ถวายพระพรรัชกาลที่ 10
สำนักข่าวอาร์ไอเอส-โนวอสตี ของรัสเซียรายงานว่า นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซียส่งสาส์นถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใจความว่า ข้าพเจ้าเห็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์ที่มีเกียรติยศแห่งราชวงศ์จักรี ราชวงศ์ที่สถาปนาความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียเมื่อเกือบ 120 ปีก่อน ในปีรัชสมัยแห่งกษัตริย์พระองค์ใหม่ ความร่วมมือระหว่างรัสเซียและไทยจะเจริญก้าวไปข้างหน้าเพื่อมิตรภาพของประชาชนสองประเทศ อันเป็นผลประโยชน์แห่งการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
เจ้าคุณธงชัยเปิดอาคารกษัตริย์เกษตร
วันเดียวกัน เวลา 10.30 น. ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีพระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานพิธีสงฆ์ 89 รูป นอกจากนี้ยังมีการจัดงานร่วมสืบทอดพระราชปณิธานเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ในมหกรรมในหลวงรักเรา สืบทอดพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 2-5 ธ.ค.ที่ผ่านมา
นางจารุรัฐ จงพุฒิศิริ ผอ.สำนักงานพิพิธ ภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ มีภารกิจหลักในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระ อัจฉริยภาพด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้ประชาชนนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและร่วมพัฒนาการเกษตรไทยให้มีความยั่งยืนสืบไป โดยเปิดบ้านของพ่อให้ประชาชนเข้ามาเที่ยวชม เรียนรู้พิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งนี้ซึ่งได้นำเสนอพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรผ่านนิทรรศการพิเศษที่นำเสนอด้วยรูปแบบที่ทันสมัย ตื่นตาและน่าประทับใจ พร้อมเปิดตัวอาคารพิพิธ ภัณฑ์กษัตริย์เกษตร มาดู พาวิเลียน จัดแสดงนิทรรศการพิเศษตามรอยการทรงงาน 70 ปีแห่งการครองราชย์ และถ่ายทอดวิถีเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง จากแนวคิด หลักการสู่การปฏิบัติจริง และเปิดร้านค้าเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง กินอยู่ดี จำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ สินค้าเกษตรเศรษฐกิจ พอเพียง
จัดยิ่งใหญ่วันสิ่งแวดล้อมเทิดร.9
เวลา 10.30 น. ที่บริเวณจุดพักรอตัวอักษรก. พื้นที่ท้องสนามหลวง นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจักรพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) กว่า 500 คน ร่วมแถลงข่าวจัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธ.ค. ประจำปี 2559 งาน “ร่วมพลังแห่งความภักดี เครือข่ายทสม. ทำดีเพื่อพ่อ สร้างสิ่งแวดล้อมไทยให้ยั่งยืน” เพื่อเทิดพระเกียรติและร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชปรุงข้าวเหนียวไก่ทอดแจกจ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน่วยรถโรงครัวเคลื่อนที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บริเวณด้านหน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดฯให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปรุงข้าวเหนียวไก่ทอดแจกให้ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เป็นประจำทุกวันเสาร์-อาทิตย์ไปจนถึงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) เป็นไก่ทอดจำนวน 1,500 กิโลกรัม ข้าวเหนียว 600 กิโลกรัม ทั้งนี้ มีอาจารย์ บุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ช่วยปรุงและห่อข้าวเหนียวไก่ทอดแจกจ่ายประชาชน
เวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จมาบำเพ็ญพระกุศลสดัปกรณ์พระพิธีธรรมจาก วัดอนงคารามวรวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นเวลา 17.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มีพระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สวดพระอภิธรรม
ปนัดดาเปิดงาน‘9 ตามพ่อฯ’
วันเดียวกัน เวลา 14.15 น. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “9 ตามพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน” ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.2560 โดยมีประชาชน ศิลปิน ดารา เข้าร่วมเต็มพื้นที่หอประชุมใหญ่
ม.ล.ปนัดดาปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สานต่อพระราชปณิธานให้มีความยั่งยืน” ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยในการสานต่อพระราชปณิธานมุ่งทำความดีเพื่อสังคมของพระองค์ให้ดำรงอยู่ตลอดไป ในรัชสมัยของพระองค์ท่านตลอดเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์ ทรงมีความมุ่งมั่นจนเป็นที่ประจักษ์ชัด ทรงอุทิศทุ่มเทพระวรกายด้วยพระวิริยอุตสาหะทรงงานอย่างหนัก และเสียสละพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อพสกนิกรคนไทย และด้วยพระจริยวัตรที่นอบน้อมถ่อมพระองค์ที่มีต้นแบบที่งดงามจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ควรที่ข้าราชการและประชาชนชาวไทยจะศึกษาตามรอยพระยุคลบาทยึดเป็นแบบอย่างเพื่อสร้างความสง่างามของประเทศไทย และเป็นความทรงจำที่ทุกคนช่วยกันดำรงรักษาไว้ตราบชีวิตหาไม่ ตลอดเวลาที่ตนรับราชการ 37 ปี ไม่มีวันใดที่ไม่รำลึกถึงพระองค์ท่าน เพราะทรงเป็นดวงใจของทุกคน จึงน้อมนำเป็นแนวทางปฏิบัติให้ข้าราชการได้ตามรอยพระยุคลบาทต่อไปให้ประเทศมั่นคง
กิจกรรม 3 ส่วนสุดอลังการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมภายในงาน “9 ตามพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน” แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.นิทรรศการ “9 ตามพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน” ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใน 9 ด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษา การสื่อสาร กีฬา สาธารณสุข พลังงาน การออม พอเพียงการเกษตรสิ่งแวดล้อม คมนาคม และด้านอัครศิลปิน ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่พระองค์ทรงงาน โดยจัดแสดงบริเวณด้านหน้าหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ เปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น.
2.กิจกรรมกลางแจ้ง “ลานแห่งความจงรักภักดี” มีการเสวนาและฉายวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจและสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 9 หมวด 124 ชุด ความยาวกว่า 4,000 นาที อาทิ สารคดีข่าว สารคดีภาพเหตุการณ์และพระราชกรณียกิจประกอบเพลง สารคดีชุดพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา สารคดีชุดพระเจ้าแผ่นดิน เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี พร้อมเปิดให้ประชาชนเขียนปณิธานของตนเองลงในใบโพธิ์ทองเหลือง ซึ่งใบโพธิ์จำนวน 1 ล้านใบ จะนำมาหล่อพระพุทธรูปเพื่อมอบให้โรงเรียนทั่วประเทศ และจะมอบปฏิทินพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 99,999 ชุด ให้กับผู้ที่มาร่วมงานเป็นที่ระลึก จัดบริเวณลานประติมากรรมและประวัติศาสตร์ หน้าหอประชุมใหญ่ฯ ช่วงเย็นของทุกวัน
และ 3.“คิดถึงพ่อ” เป็นกิจกรรมบนเวที จัดภายในหอประชุมใหญ่ฯ เปิดให้หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความจงรักภักดี โดยจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. รวมจำนวน 15 ครั้ง
เจริญพระพุทธมนต์ที่วัดพระแก้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. สำนักพระราชวังได้ปิดพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ยุติการให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยขึ้นสักการะพระแก้วมรกต เนื่องจากเตรียมสถานที่พิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทั้งนี้ มหาเถรสมาคม (มส.) ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จัดพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พระราชาคณะ พระสังฆาธิการทุกระดับ ทุกวัดในเขตกรุงเทพมหานคร และคณะสงฆ์หนกลางที่มาปฏิบัติธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ระหว่างวันที่ 3-7 ธ.ค. ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ที่ได้รับทุนจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมกว่า 1,000 รูป เข้าร่วมในพิธี โดยจัดพื้นที่นั่งทั้งภายในบริเวณองค์พระอุโบสถ และภายในกำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ โดยเจ้าหน้าที่อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ประดิษฐานบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมในพิธีได้ส่งจิตอธิษฐานถึงองค์พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ร่วมกันทั้งมณฑลพิธีวัดพระแก้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลครั้งนี้ เกิดจากมติมหาเถรสมาคมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ให้มีการจัดพิธีทุกวัดพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อวัด คณะสงฆ์จะได้เชิญชวนประชาชนให้สวดมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์นำสวด
เวลา 16.00 น. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์กล่าวสัมโมทนียกถา ก่อนวางพานพุ่มเครื่องสักการะและจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ต่อมานายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้นจุดเครื่องบูชาทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์นำพระสวดพระพุทธมนต์ รวม 5 บท โดยมีบทหลักคือ อาทิตตะปะริยายะสุตตัง (50 วัน) ใช้เวลาสวดพระพุทธมนต์ถวายป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 45 นาที จากนั้นสมเด็จพระมหามุนีวงศ์นำคณะสงฆ์ตลอดจนพสกนิกรที่อยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และที่รวมตัวอยู่ในวัดทั่วประเทศ ร่วมกันเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียง
ขณะที่บรรยากาศโดยรอบอุโบสถ มีพสกนิกรเข้าร่วมสวดพระพุทธมนต์เป็นจำนวนมาก โดยนั่งรอบพระอุโบสถที่สำนักพระราชวังจัดให้และได้รับแจกหนังสือ “สวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ซึ่งแจกพร้อมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ซึ่งจัดโดยสำนักพระราชวัง
สำหรับการสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล จะสวดในทุกวันที่ 5 ของเดือน โดยจะสวดอีกครั้งในวันที่ 5 ม.ค. 2560
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวันที่ 5-6 ธ.ค. สำนักพระราชวังปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช แต่ประชาชนสามารถเข้าสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังได้ตามปกติ
ทูลกระหม่อมเสด็จพบประชาชน
เมื่อเวลา 17.32 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จออกจากประตูเทวาพิทักษ์ พระบรมมหาราชวัง มายังเต็นท์มูลนิธิโครงการทูบีนัมเบอร์วัน สนามหญ้าด้านหน้าทำเนียบองคมนตรี ทรงประทานพระบรมฉายาลักษณ์พระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 จำนวน 500 แผ่นแก่ประชาชน รวมถึงทรงประทานเส้นหมี่ลูกชิ้นหมูจำนวน 200 ชุด และของว่าง 100 กล่อง ประกอบด้วย ขนมปังไส้เผือก แซนด์วิช และส้ม รวมทั้งน้ำดื่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเสด็จถึงทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนที่มาเข้าแถวรอรับของพระราชทานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โอกาสนี้ทรงทำสัญลักษณ์มือเป็นรูปหัวใจประทานแก่ประชาชนที่มารอรับเสด็จด้วย ยังความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้ และเมื่อประทานของแล้วเสร็จ ทรงมีพระเมตตาประทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปนมินทรมหาภูมิพลแก่ผู้สื่อข่าวจากสำนักต่างๆ ก่อนเสด็จกลับ ท่ามกลางเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญดังกึกก้อง

พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณฯ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฉายพระบรมรูปกับพระเชษฐภคินี และพระขนิษฐาทั้ง 2 พระองค์ ในพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จย่า เมื่อพ.ศ.2538 ซึ่งมีผู้นำมาชื่นชมเทียบกับพระบรมฉายาลักษณ์ด้านล่างที่ทรงฉายพร้อมหน้าทั้ง 4 พระองค์อีกครั้ง ณ เบื้องหน้าพระบรมโกศในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2559

