ปิดฉาก เอเชียนเกมส์ อัดฉีด 280 ล้าน ตะกร้อมากสุด “คูปองข่าวสด”คึกคัก
ทัพนักกีฬาเอเชียนเกมส์ รับเงินอัดฉีดเกือบ 280 ล้าน หลังคว้าได้11 ทอง 16 เงิน และ 46 ทองแดง ทีมตะกร้อที่เหมา 4 ทองได้รับมากสุด 108 ล้าน ขณะที่ทีมวอลเลย์สาว เจ้าของเหรียญเงินประวัติศาสตร์ รับ 18 ล้าน ส่วนพิธีปิดเอเชียนเกมส์เจ้าภาพจัดการแสดงเน้นความผูกพันของภูมิภาคเอเชีย พร้อมส่งไม้ต่อให้จีนรับเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปในปี 2022 ทัพตบหนุ่ม-สาวไทยบินกลับ ถึงบ้าน แฟนๆแห่ต้อนรับอบอุ่น กิจกรรม แจกโชคข่าวสดคึกคัก ผู้อ่านส่งคูปองทะลัก ลุ้นรางวัลใหญ่ รถ “อีซูซุ” รถจยย.ฮอนด้า
ทีมข่าวกีฬา “ข่าวสด” รายงานความเคลื่อนไหวการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่กรุงจาการ์ตา และเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย รายงานว่า หลังจากชิงชัยกันมาตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. กระทั่งวันที่ 2 ก.ย. มีพิธีปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ที่สนามเกโลร่า บังการ์โน่ กรุงจาการ์ตา โดยพิธีการเริ่มขึ้นเวลา 19.00 น. มีนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เป็นประธาน ส่วนของไทยนั้น ดร.สุพิตร สมาหิโต รองหัวหน้านักกีฬาไทย และนักกีฬาทีมชาติไทยส่วนหนึ่งเดินขบวนพิธีปิด
เจ้าภาพจัดการแสดงพิธีปิดไว้ในธีม “ความสุข มิตรภาพ คงอยู่อีก 1 พันปี” โดยนำเอาความผูกพันและมิตรภาพของนักกีฬาทั่วเอเชียมาผูกเป็นเรื่องราว แต่ไม่ลดความ ตื่นเต้น สนุกสนานลงจากพิธีเปิดแต่อย่างใด ซึ่งจะเพิ่มการเฉลิมฉลองร่วมกันมากขึ้น และความผูกพันนี้จะส่งต่อไปยังเยาวชนทั่วทุกภูมิภาค และคงอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน
การแสดงไม่เน้นในการระบำรำฟ้อน ใช้นักแสดง 120 คน เพื่อสร้างความประทับใจและความทรงจำ ซึ่งจะมีซูเปอร์จูเนียร์ วงบอยแบนด์เค-ป๊อปชื่อดังจากเกาหลีใต้มาร่วมสร้างสีสัน ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงของเมือง หังโจว ประเทศจีน เจ้าภาพครั้งที่ 19 ในปี 2022 ที่จัดการแสดงสุดพิเศษมารับไม้ต่อ
โดยมี แจ๊ก หม่า มหาเศรษฐีดัง เจ้าของบริษัท อาลีบาบา ซึ่งเกิดที่เจ้อเจียง หังโจว รวมทั้ง ซุน หยาง นักว่ายน้ำเหรียญทองโอลิมปิก ชาวหังโจว เช่นกัน มาร่วมพิธีรับมอบธงเจ้าภาพครั้งต่อไป
แจ๊ก หม่า กล่าวระหว่างรับมอบธงว่า ยินดีต้อนรับชาวเอเชียที่จะเดินทางไปหังโจว และยืนยันว่า หังโจว จะเป็นเมืองที่สวยที่สุด และจะเป็นการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่ดีที่สุดเช่นกัน
ส่วนผลงานของไทยในเอเชียนเกมส์ 2018 ครั้งนี้ สามารถคว้าได้ทั้งหมด 11 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน และ 46 เหรียญทองแดง รวม 73 เหรียญ รั้งอันดับ 12 ของตาราง
โดยจีนครองเจ้าเหรียญทองอีกเป็นสมัยที่ 10 ติดกัน กวาดได้ทั้งหมด 132 เหรียญทอง 92 เหรียญเงิน 65 เหรียญทองแดง รวม 289 เหรียญ, ตามด้วยอันดับ 2 ญี่ปุ่น 75 เหรียญทอง 56 เหรียญเงิน 74 เหรียญทองแดง รวม 205 เหรียญ, 3.เกาหลีใต้ 49 เหรียญทอง 58 เหรียญเงิน 70 เหรียญทองแดง รวม 177 เหรียญ, 4.อินโดนีเซีย 31 เหรียญทอง 24 เหรียญเงิน 43 เหรียญทองแดง รวม 98 เหรียญ, 5.อุซเบกิสถาน 21 เหรียญทอง 24 เหรียญเงิน 25 เหรียญทองแดง รวม 70 เหรียญ,
6.อิหร่าน 20 เหรียญทอง 20 เหรียญเงิน 22 เหรียญทองแดง รวม 62 เหรียญ, 7.ไต้หวัน 17 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน 31 เหรียญทองแดง รวม 67 เหรียญ, 8.อินเดีย 15 เหรียญทอง 24 เหรียญเงิน 30 เหรียญทองแดง รวม 69 เหรียญ, 9.คาซัคสถาน 15 เหรียญทอง 17 เหรียญเงิน 44 เหรียญทองแดง รวม 76 เหรียญ, 10.เกาหลีเหนือ 12 เหรียญทอง 12 เหรียญเงิน 13 เหรียญทองแดง รวม 37 เหรียญ,
11.บาห์เรน 12 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง รวม 26 เหรียญ, 12.ไทย 11 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน 46 เหรียญทองแดง รวม 73 เหรียญ, 13.ฮ่องกง 8 เหรียญทอง 18 เหรียญเงิน 20 เหรียญทองแดง รวม 46 เหรียญ, 14.มาเลเซีย 7 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 16 เหรียญทองแดง รวม 36 เหรียญ, 15.กาตาร์ 6 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง รวม 13 เหรียญ, 16.มองโกเลีย 5 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 11 เหรียญทองแดง รวม 25 เหรียญ, 17.เวียดนาม 4 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน 18 เหรียญทองแดง รวม 38 เหรียญ, 18.สิงคโปร์ 4 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 14 เหรียญทองแดง รวม 22 เหรียญ, 19.ฟิลิปปินส์ 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 15 เหรียญทองแดง รวม 21 เหรียญ, 20.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง รวม 14 เหรียญ
21.คูเวต 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 6 เหรียญ, 22.คีร์กิซสถาน 2 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดง รวม 20 เหรียญ, 23.จอร์แดน 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 9 เหรียญทองแดง รวม 12 เหรียญ, 24.กัมพูชา 2 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง รวม 3 เหรียญ, 25.ซาอุดี อาระเบีย 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง รวม 6 เหรียญ, 26.มาเก๊า 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 5 เหรียญ, 27.อิรัก 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน รวม 3 เหรียญ, 28.รวมเกาหลี 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 4 เหรียญ, 28.เลบานอน 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 4 เหรียญ, 30.ทาจิกิสถาน 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง รวม 7 เหรียญ
31.ลาว 2 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง รวม 5 เหรียญ, 32.เติร์กเมนิสถาน 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 3 เหรียญ, 33.เนปาล 1 เหรียญเงิน รวม 1 เหรียญ, 34.ปากีสถาน 4 เหรียญทองแดง รวม 4 เหรียญ, 35.อัฟกานิสถาน 2 เหรียญทองแดง รวม 2 เหรียญ, 35.เมียนมา 2 เหรียญทองแดง รวม 2 เหรียญ, 37.ซีเรีย 1 เหรียญทองแดง รวม 1 เหรียญ
นอกจากนี้ยังมีชาติที่ไม่สามารถคว้าเหรียญ รางวัลใดๆ ได้เลย ประกอบด้วย บังกลาเทศ, ภูฏาน, บรูไน, มัลดีฟส์, โอมาน, ปาเลสไตน์, ศรีลังกา, ติมอร์เลสเต และเยเมน
สำหรับนักกีฬาไทยทำได้ 11 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน และ 46 เหรียญทองแดง ทำให้ได้รับเงินรางวัลอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติรวมกว่า 279.65 ล้านบาท ตามหลักเกณฑ์เหรียญทองละ 2 ล้านบาท, เหรียญเงินละ 1 ล้านบาท และเหรียญทองแดงละ 5 แสนบาท ขณะที่ผู้ฝึกสอนได้รับ 20 เปอร์เซ็นต์ (กีฬาที่มีเกิน 7 คน รับ 10 เปอร์เซ็นต์) และสมาคมรับ 30 เปอร์เซ็นต์ (ไม่เกิน 6 ล้านบาท)
โดยสมาคมกีฬาตะกร้อซึ่งคว้า 4 เหรียญทองจากตะกร้อทีมชุดชาย ทีมคู่ชาย, ทีมชุดหญิง และทีม 4 คนหญิง รับเงินอัดฉีดมากที่สุด จำนวน 78 ล้านบาท และเมื่อรวมกับเงินรางวัลของผู้ฝึกสอนและสมาคมอีก 30 ล้านบาท จะทำให้สมาคมกีฬาตะกร้อรับเงินอัดฉีดรวมทั้งสิ้น 108 ล้านบาท
ส่วนเงินอัดฉีดของสมาคมอื่นๆ มีดังนี้ พาราไกลดิ้ง 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รับ 11.5 ล้านบาท, วอลเลย์บอล 1 เหรียญเงิน รับ 18 ล้านบาท, กรีฑา 3 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รับ 5.25 ล้านบาท, บริดจ์ 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รับ 10.5 ล้านบาท, แบดมินตัน 1 เหรียญทองแดง รับ 7 ล้านบาท, บาสเกตบอล 1 เหรียญทองแดง รับ 3 ล้านบาท, จักรยาน 1 ทอง 2 เงิน 3 ทองแดง รับ 7.5 ล้านบาท, มวยสากลสมัครเล่น 1 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง รับ 5.25 ล้านบาท, เรือพาย 8 ทองแดง รับ 30.5 ล้านบาท, ขี่ม้า 2 เหรียญทองแดง รับ 6 ล้านบาท, เจ็ตสกี 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รับ 7.5 ล้านบาท, ยูยิตสู 1 เหรียญทองแดง รับ 7.5 แสนบาท, ยูโด 2 เหรียญทองแดง รับ 1.5 ล้านบาท, กาบัดดี้ 1 เหรียญทองแดง รับ 8.4 ล้านบาท, คาราเต้ 1 เหรียญทองแดง รับ 7.5 แสนบาท, ปันจักสีลัต 2 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง รับ 11.25 ล้านบาท, เรือใบ-วินด์เซิร์ฟ 3 เหรียญทองแดง รับ 3.75 ล้านบาท, ยิงปืนเป้าบิน 1 เหรียญทอง รับ 3 ล้านบาท, ยิงปืน 1 เหรียญเงิน รับ 1.5 ล้านบาท, เทควันโด 2 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง รับ 13.5 ล้านบาท, ยกน้ำหนัก 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง รับ 5 ล้านบาท, วูซู 1 เหรียญทองแดง รับ 7.5 แสนบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ทัพนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยชุดประวัติศาสตร์คว้าเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ 2018 นำโดย “โค้ชด่วน”ดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าโค้ช, “หน่อง”ปลื้มจิตร์ ถินขาว กัปตันทีม เดินทางจากกรุงจาการ์ตา มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 434 พร้อมกับทีมวอลเลย์บอลชายที่จบอันดับ 7 โดยนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯ เดินทางไปต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับจำนวนมากมาร่วมแสดงความยินดีกับทีมตบสาว ท่ามกลาง บรรยากาศที่อบอุ่น
นายสมพรกล่าวว่า “ต้องชื่นชมยินดีกับ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ในการคว้าเหรียญเงินมาครองเป็นครั้งแรก ทุกคนมีความทุ่มเทอย่างมากในการทำงานของทีมงาน รวมถึงตัวนักกีฬาที่ทุ่มเทฝึกซ้อมจนประสบความสำเร็จ ต้องขอขอบคุณทีมงานผู้ฝึกสอน และนักกีฬาที่ช่วยกันจนทำได้สำเร็จ รวมถึงขอบคุณกองเชียร์ชาวไทยและทุกฝ่ายที่ให้กำลังใจ เป้าหมาย ต่อไปคือการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์ โลก 2018 ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่เราจะต้องทำ ผลงานให้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้มีลุ้นขยับอันดับโลกเพื่อการคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ต่อไป”
ด้าน “โค้ชด่วน”นายดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมหญิง กล่าวว่า “เป็นผลงานที่น่ายินดีที่เราผ่านเข้าไปรอบชิงชนะเลิศได้ เนื่องจากเป้าหมายที่เราตั้งไว้คือติด 1 ใน 4 แต่ทุกคนช่วยกันเล่น และสามารถผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ แม้จะไม่ได้เหรียญทอง แต่ทุกคนทำเต็มที่ ขอชื่นชมนักกีฬา และต้องขอขอบคุณสมาคม รวมถึงแฟนๆ ที่ช่วยกันส่งแรงใจจนเราประสบความสำเร็จครั้งนี้”
ส่วน “หน่อง”ปลื้มจิตร์ ถินขาว กัปตันทีมหญิงกล่าวว่า “ก่อนเดินทางเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายให้ได้ และหวังลึกๆ อยากเข้าชิงชนะเลิศ แต่ดูจากรายชื่อนักกีฬาของแต่ละทีมชื่อยังหวั่นๆ แต่สุดท้ายเราทุกคนยังทำได้ คว้าเหรียญเงินมาครอง”
ขณะที่ กิตติคุณ ศรีอุทธวงศ์ กัปตันทีมวอลเลย์บอลชายทีมชาติไทยกล่าวว่า “การแข่งขันปีนี้ถือว่ายังเท่าเดิมจาก 4 ปีที่แล้ว คือเราจบอันดับ 7 และปีนี้เราใช้ผู้เล่นดาวรุ่งหน้าใหม่ค่อนข้างเยอะ สลับสับเปลี่ยนกันลงสนามหลายเกม แต่ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอีกมากมาย เพื่อเป้าหมายในอนาคตทีมเราจะต้องก้าวขึ้นไปติด 1 ใน 4 ของเอเชียให้ได้”
สำหรับ “บุ๋มบิ๋ม”ชัชชุอร โมกศรี ยอดนักตบสาวที่บาดเจ็บที่ข้อเท้าระหว่างการแข่งขันต้องนั่งรถเข็นออกมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมซึ่งมีอาการบาดเจ็บต้องพักราว 1-2 สัปดาห์
วันเดียวกัน น.ส.ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ข่าวสด กล่าวถึงกิจกรรม “ข่าวสด-มติชน เอเชียนเกมส์ 2018” ว่า หลังจากมหกรรมเอเชียนเกมส์จาการ์ตา-ปาเล้มบังปิดฉากแล้วเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ทัพนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทองได้ทะลุสิบเหรียญตามที่ข่าวสดตั้งคำถามไว้ให้แฟนๆ ข่าวสดส่งคูปองว่า ทีมชาติไทยได้มาก กว่าหรือน้อยกว่า 10 เหรียญทอง ปรากฏว่า มีผู้อ่านส่งคูปองมาร่วมลุ้นรางวัลอย่างล้นหลาม ขณะเดียวกัน ขอบคุณแฟนเพจทางเฟซบุ๊กข่าวสดที่ติดตามชมรายการประมวลข่าวความเคลื่อนไหวและสีสันในมหกรรมครั้งนี้มาตลอด ทัวร์นาเมนต์
สำหรับกิจกรรมข่าวสด-มติชน เอเชียนเกมส์ 2018 มีรางวัลใหญ่ได้แก่ รถอีซูซุ X-Series รุ่น Speed 1.9 Ddi Blue Power M/T มูลค่า 742,000 บาท เป็นรางวัลที่ 1 ตามด้วยรางวัลที่ 2 บัตรโดยสารสายการบิน แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชั้นธุรกิจ ดอนเมือง-โตเกียว (ไป-กลับ) 2 ที่นั่ง รางวัลที่ 3 บัตรโดยสารสายการบิน แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชั้นประหยัด ดอนเมือง-โตเกียว (ไป-กลับ) 2 ที่นั่ง รางวัลที่ 4 บัตรโดยสารสายการบิน แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชั้นประหยัด ดอนเมือง- โซล (ไป-กลับ) 2 ที่นั่ง
รางวัลที่ 5 รถจักรยานยนต์ฮอนด้า Scoopy i Club 12 จำนวน 9 รางวัล รางวัลที่ 6 บัตรกำนัลของขวัญจากเดอะมอลล์ กรุ๊ป รางวัลที่ 7 จักรยานเสือภูเขา ยี่ห้อ TREK จาก Probike จำนวน 10 รางวัล รางวัลที่ 8 โทรทัศน์สีจอโค้ง ขนาด 49 นิ้ว อัลทรอน จำนวน 20 รางวัล รางวัลที่ 9 โทรศัพท์มือถือเสียวหมี่ Xiaomi Mi A2 Lite จากเอไอเอส จำนวน 15 รางวัล
รางวัลที่ 10 บัตรรับประทานอาหาร จากห้องอาหารสีฟ้า จำนวน 10 รางวัล รางวัลที่ 11 บัตรกำนัลจากผลิตภัณฑ์ CW-X จำนวน 6 รางวัล รางวัลที่ 12 บัตรกำนัลจากผลิตภัณฑ์ Wacoal Motion Wear รางวัลละ 5,000 บาท จำนวน 6 รางวัล รางวัลที่ 13 บัตรกำนัลจากผลิตภัณฑ์รองเท้า และอุปกรณ์ มิซูโน่ รางวัลละ 5,000 บาท จำนวน 8 รางวัล และรางวัลที่ 14 กระเป๋าเป้จากแกรนด์สปอร์ต รางวัลละ 950 บาท จำนวน 50 รางวัล
นอกจากนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่นักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2018 ยังมอบรางวัลแห่งความสำเร็จให้นักกีฬาและผู้ฝึกสอน อีก 1 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรางวัลนักกีฬาหญิงยอดเยี่ยม รับเงิน 1.5 แสนบาท, นักกีฬาชายยอดเยี่ยม รับเงิน 1.5 แสนบาท, นักกีฬาหญิงขวัญใจมหาชน รับเงิน 1.5 แสน, นักกีฬาชายขวัญใจมหาชน รับเงิน 1.5 แสนบาท, โค้ชยอดเยี่ยม รับเงิน 1 แสนบาท จากบริษัท โอสถสภา จำกัด(มหาชน) และรางวัลทีมยอดเยี่ยม 3 แสนบาท จากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และเพิ่มเติมประเภทบุคคล จะได้รับกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล ทุนประกัน 1 ล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี จำนวน 5 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 5 ล้านบาท
“ข่าวสด-มติชนจะจัดงานจับคูปองผู้โชคดีและมอบเงินรางวัลให้นักกีฬา วันที่ 12 ก.ย.นี้ ที่สำนักงานข่าวสด ระหว่างนี้ผู้ที่เป็นแฟนเพจข่าวสดเขียนแสดงความคิดเห็นในเพจข่าวสดมาได้ว่าอยากให้นักกีฬาคนใดได้รับรางวัล ในครั้งนี้” น.ส.ชุมฉันท์กล่าว


