7 พระตำหนักทั่วประเทศเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ’ ในวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. ขณะที่ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศยังคงหลั่งไหลมายังพระบรมมหาราชวัง เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ ‘ในหลวงรัชกาลที่ 9’ สำนักพระราชวังปิดรับการขอร่วมเป็นเจ้าภาพแล้ว เนื่องจากมีผู้แสดงความจำนงขอร่วมเป็นเจ้าภาพจำนวนมาก เพื่อจะได้จัดลำดับให้ครบถ้วนทุกรายตามที่ยื่นแสดงความจำนงไว้ จะส่งหนังสือตอบรับให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินมาเป็นวันที่ 75 ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล

โดยเมื่อเวลา 07.08 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้นทรงประเคนภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 26 ธ.ค. ในการนี้ มีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรธรณี และองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

ต่อมาเวลา 10.30 น. กรมทรัพยากรน้ำ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมเป็น เจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ โดยมี นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร และวัดราชสิทธาราม

สำนักพระราชวังสรุปยอดประชาชนที่เดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อ วันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 55,908 คน รวม 57 วัน จำนวน 2,349,038 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 3,556,125 บาท รวม 57 วัน จำนวน 186,958,187.25 บาท และในวันที่ 27 ธ.ค. มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศสวมชุดไว้ทุกข์เดินทางมาต่อคิวเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด

นางอำนวย สายสุด อายุ 53 ปี พสกนิกรจาก อ.วังเจ้า จ.ตาก เดินทางมาพร้อมกับลูกสาว 2 คน และหลานสาว 3 คน กล่าวว่าปลาบปลื้มใจอย่างมากที่ได้มีโอกาสเข้ากราบพระองค์ท่านใกล้ๆ มีอาชีพเกษตรกรปลูกผัก ผลไม้ และข้าว โดยน้อมนำเรื่องการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ในกรอบแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แบ่งพื้นที่ปลูกข้าว พืชผสมผสาน และเลี้ยงปลา

นายศุภวัฒน์ ศักดิ์แสนศิลป์ อายุ 38 ปี เดินทางมาจาก ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมกับภรรยาและลูกชาย กล่าวว่ามาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว วันนี้จึงอยากพาลูกและภรรยามาเพื่อให้ซึมซับคุณงามความดีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกคนจึงตั้งใจมาด้วยรักและศรัทธา

ด้านนางนฤมณ สิทธุวารินทร์ อายุ 70 ปี ชาว ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่าเดินทางมาพร้อมสามี ลูกและหลานอีก 2 คน พระองค์ท่านเหมือนเทวดาลงมาช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าประชาชนยากลำบากอยู่ตรงไหน พระองค์ก็เสด็จฯไปช่วยเหลือ ได้น้อมนำคำสอนในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาปรับใช้ ด้วยการขยันหมั่นเพียร ประหยัด อดทน ดิ้นรนด้วยการทำไร่นาสวนผสม ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไก่ไว้กินเอง และขายเพื่อหาเงินเลี้ยงลูกจนสำเร็จการศึกษา

ต่อมาเวลา 16.30 น. นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในการนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล องค์การสวนสัตว์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

เวลา 19.00 น. คณะผู้บริหารและข้าราชการกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ มีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังแจ้งปรับเปลี่ยนเวลาการเข้าชมห้องนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ที่ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง ที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน และนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี ว่าจะเปิดทำการทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.30-15.30 น. ปิดทำการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สำนักพระราชวังแจ้งว่า ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล โดยกำหนดให้แสดงความจำนงขอร่วมเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2559 ถึงวันที่ 28 ก.พ.2560 นั้น

ขณะนี้มีผู้แสดงความจำนงขอร่วมเป็น เจ้าภาพจำนวนมาก สำนักพระราชวังจึงปิดรับการขอร่วมเป็นเจ้าภาพถึงวันที่ 26 ธ.ค.2559 เท่านั้น เพื่อจะได้จัดลำดับได้ครบถ้วนทุกรายตามที่ได้ยื่นแสดงความจำนงไว้ต่อไป โดยสำนักพระราชวังจะส่งหนังสือตอบรับและแจ้งรายละเอียดการเป็นเจ้าภาพให้ทราบ ก่อนวันและเวลาที่กำหนดให้เป็นเจ้าภาพล่วงหน้า 15 วัน

สำนักพระราชวังแจ้งอีกว่า จากที่สำนักพระราชวังแจ้งว่า เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 1 ม.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. นั้น นอกจากนี้ยังเปิดให้ประชาชนร่วมถวายพระพรตามพระตำหนักต่างๆ ตามต่างจังหวัดด้วย

1.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ 2.ภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร 3.ทักษิณราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.นราธิวาส 4.พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา 5.พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม 6.พระตำหนักประทับแรม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และ 7.สำนักงานวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการแต่งกายที่เหมาะสม คือ แต่งกายด้วยชุดสุภาพไว้ทุกข์สีดำ สุภาพสตรีต้องสวมชุดสุภาพที่มีแขน ไม่รัดรูป กระโปรงยาวคลุมเข่า หรือผ้าถุง งดเว้นกระโปรงยีนส์ ส่วนรองเท้าต้องเป็นรองเท้าหุ้มส้นสีดำ ขณะที่สุภาพบุรุษต้องสวมเสื้อที่มีปกสีดำ กางเกงขายาวสีดำ งดเว้นกางเกงยีนส์ และสวมรองเท้าหุ้มส้นสีดำ จะเป็นรองเท้าหนัง หรือรองเท้าผ้าใบก็ได้ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับประชาชนบางกลุ่ม ได้แก่ ชาวเขาเผ่าต่างๆ สามารถสวมชุดประจำชนเผ่าของตัวเองได้ ส่วนนักเรียน นักศึกษา สามารถสวมใส่ชุดนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษานั้นๆ รวมไปถึงชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือประเภทต่างๆ ซึ่งชุดเหล่านี้ถือเป็นชุดที่สุภาพและเหมาะสมเช่นกัน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน