เปิดกล้องวงจรปิดหาเบาะแสหนุ่มคนสนิท ดร.หนุ่มใหญ่ อาจารย์ราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก ที่จมน้ำน่านดับปริศนา พยานยันขับรถเก๋งมิตซูบิชิ มารับดร.ในวันที่ 1 ต.ค. บริเวณลานจอดรถโรงแรมกลางเมืองพิษณุโลก เผยผลชันสูตรศพเบื้องต้นไม่พบถูกทำร้าย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

และทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ครบยกเว้นกระเป๋าสตางค์ ตร.ยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรม หรือประสงค์ต่อทรัพย์ ตัดสินใจส่งศพไปชันสูตรอีกรอบที่ ร.พ.ตำรวจ พฐ.ตรวจรถของอาจารย์ที่จอดอยู่โรงแรมหาลายนิ้วมือแฝง

จากคดีปริศนาพบศพ ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อายุ 55 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ลอยกลางแม่น้ำน่าน อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อคืนวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบข้อมูลว่า ผศ.ดร.อรรจน์ เดินทางไปกับเพื่อนชายคนหนึ่งที่มารับบริเวณโรงแรมวังจันทน์ริเวอร์วิว อ.เมืองพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. จากนั้นรุ่งขึ้นมีพยาน เห็นผู้ตายเดินทางไปที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก ก่อนพบเป็นศพลอยน้ำ ตำรวจส่งชันสูตรไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายและญาติยังสงสัยเป็นฆาตกรรมนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 7 ต.ค. พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.พิษณุโลก เรียกประชุม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของสภ.เมืองพิษณุโลก สืบสวนจังหวัดพิษณุโลกและสืบสวนภาค 6 กว่า 1 ชั่วโมงพร้อมกับเชิญ นางทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ อายุ 52 ปี อาจารย์สาขาวิชาโทภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก น้องสาวผู้เสียชีวิตมาร่วมให้ปากคำเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ถาวร กล่าวว่า สาเหตุของการเสียชีวิตยังไม่ชัดเจน ในวันนี้จะส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ทราบสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนการชันสูตรเบื้องต้นของแพทย์เวรโรงพยาบาล นเรศวร ยังไม่ได้แจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพียงแต่แจ้งด้วยวาจา ว่าก่อนจมน้ำผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีร่องรอยบาดแผลหรือฆาตกรรม และเพื่อความแน่ชัดของสาเหตุจึงต้องส่งให้นิติเวช ร.พ.ตำรวจ ชันสูตรสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง

ผบก.ภ.พิษณุโลก กล่าวอีกว่า ขณะที่ประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายที่มารับผู้ตายไปจากที่จอดรถ โรงแรมวังจันทน์ริเวอร์วิว อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งผู้เสียชีวิตนำรถยนต์มาจอดไว้ และมีผู้ชายขับรถยนต์มิตซูบิชิ รับ ออกไป จะเร่งติดตามมาชายคนดังกล่าวมา สอบสวน โดยข้อมูลก่อนเกิดเหตุพบว่าผศ.ดร. อรรจน์ไปทำกิจกรรมกับนักศึกษา ที่จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. จนวันที่ 2 ต.ค. มีคนเห็นครั้งสุดท้ายเวลาประมาณ 14.00 น. ผู้เสียชีวิตเดินเข้ามาที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก เพื่อพบเจ้าอาวาสแต่เจ้าอาวาสติดกิจนิมนต์ จึง เดินทางกลับไป จากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นอีกเลยกระทั่งเป็นศพ โดยให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสด้วย

“ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นต่างๆ ทั้งการฆาตกรรมด้วยความขัดแย้ง หรือประสงค์ต่อทรัพย์ หรือจงใจฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากตามประวัตินั้นอาจารย์ผู้เสียชีวิตเคยรับการรักษาทางจิตเวช หลักฐานที่พบในตัวมีเงินสดจำนวนหนึ่ง และสร้อยคอทองคำ แต่ไม่พบหลักฐานบัตรประจำตัวหรือกระเป๋าสตางค์ อย่างไรก็ตามต้องเร่งติดตามชายขับรถยนต์มารับอาจารย์มาสอยบปากคำโดยเร็วที่สุด” พล.ต.ต.ถาวรกล่าว

วันเดียวกันตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบรถยนต์เก๋งนิสสัน ทีด้า สีบรอนซ์ทะเบียน กธ 4183 พิษณุโลก ของผศ.ดร.อรรจน์ ซึ่งจอดอยู่ลานจอดรถโรงแรมวังจันทน์ริเวอร์วิว หาลายนิ้วมือแฝง ส่านสภาพรถยนต์จอดล็อกเรียบร้อย ทรัพย์สิน-เสื้อผ้าต่างๆ ยังอยู่ครบ พร้อมสอบปากคำพยานเป็นพนักงานโรงแรมระบุว่าผศ.ดร.อรรจน์ ขับรถมาจอดเวลาประมาณ 12.40 น. ของวันที่ 1 ต.ค. จากนั้นมีรถยนต์มิตซูบิชิ สีขาวมาจอดเทียบเพื่อรอรับอยู่ และเห็นอาจารย์ผู้เสียชีวิตขึ้นรถไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ใส่เสื้อโปโลด้านหลังมีตัวอักษรคำว่า”ธีรธาดา”

ด้าน นางทรัตน์พร น้องสาวผศ.ดร.อรรจน์ ที่เดินทางมาตรวจสอบรถยนต์ด้วย ยังอยู่ในอาการเศร้า บอกเพียงว่าอยากให้มีการชันสูตรใหม่ เพื่อจะได้ทราบถึงสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจน ส่วนศพพี่ชายนำมาบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 4 วัดคูหาสวรรค์ ขณะที่วันนี้จะนำ ร่างพี่ชายไปชันสูตรที่ร.พ.ตำรวจ อีกรอบ ถ้าชันสูตรเสร็จเร็ว จะฌาปนกิจตามกำหนดการที่วางไว้คือวันอังคารที่ 9 ต.ค.นี้ ขณะนี้คุณแม่ทราบข่าวแล้วว่าลูกชายเสียชีวิต แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดอื่นๆ

นายสมโภช ใจมน ครูโรงเรียนวัดคูหา สวรรค์ เทศบาล 2 และไวยาวัจกรวัดคูหา สวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก พยานที่พบเห็นผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้ายเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รู้จักกับอาจารย์อรรจน์มานานเพราะเคยบวชเรียนด้วยกัน ปกติอาจารย์เป็นคนยิ้มแย้ม ร่าเริง เวลาว่างชอบมาที่วัดคูหาสวรรค์ ในวันที่ 2 ต.ค. เวลาประมาณ 14.00 น. เห็นอาจารย์เดินเข้ามาในวัดจากถนนใหญ่ ก็ทักทายกันปกติ บอกว่าจะมาพบเจ้าอาวาสแต่วันนั้นเจ้าอาวาสไม่อยู่ จากนั้นอาจารย์ก็กลับไป พอทราบข่าวรู้สึกตกใจมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน