อดีตส.ว.มุกดาหารโผล่ให้ข้อมูลตร. พบมีแก๊งจ้างติดคุกแทน แต่ยังไม่เชื่อมโยงถึงครูจอมทรัพย์ พล.ต.อ.ปัญญา เร่งคลี่คดี ยันนายสับไม่ใช่ ผู้ต้องหาตัวจริง พบมีผู้ร่วมขบวนการ 6 คน สั่งบช.ภาค 4 เร่งแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมดแล้ว พร้อมรื้อสำนวนคดีรถชน ชี้ทำถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมายทั้งหมด โฆษกอัยการเตือน วิพากษ์วิจารณ์กรณีครูจอมทรัพย์ เพราะศาลฎีกาตัดสินแล้ว ยังมีผลของคำพิพากษาอยู่ ระวังการใช้คำว่าแพะ ขณะที่บิ๊กตู่บอกต้องฟังให้รอบด้าน ใครจะเป็นแพะหรือแกะก็ยังไม่รู้

วันที่ 17 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงการณ์ประชุมครม. กรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูที่ถูกกล่าวหาขับรถชนคนเสียชีวิตจนถูกศาลพิพากษาให้จำคุก และได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 ซึ่งมีการอ้างว่าเป็นการจับแพะ ว่าต้องฟังเหตุเขาก่อน ไม่ใช่ไปเขียนว่าครูแพะ ติดคุกไปแล้ว ก็ไปดูว่าสอบสวนมาแล้ว สำนวนหรือหลักฐานพยานบุคคลว่าอย่างไรบ้าง อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่าใครผิดใครถูก ถ้าถูกก็พร้อมเยียวยาและขอโทษกันไป แต่ถ้าไม่ใช่ขึ้นมาจะทำอย่างไรต่อไปต้องคิดด้านนี้บ้าง เป็นแจ้งความเท็จหรือพูดเท็จหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไปดูและฟังเขาพูดก่อน

“อย่าไปโทษกระแสมองมาที่ตำรวจ แพะอีกแล้ว ปัดโธ่ ยังไม่ได้ตัดสินเลย ให้เขาตัดสินมาก่อนว่าแพะหรือแกะก็ไม่รู้ ไม่ใช่อะไรเจ้าหน้าที่โดนหมดทุกอัน อีกหน่อยก็ไม่มีใครทำงานให้ท่าน มันผิดก็คือผิด ตนไม่ได้ปกป้องคนผิด ไปหาหลักฐาน คนเราต้องพูดด้วยหลักฐานและกฎหมาย อย่าพูดด้วยความรู้สึก เข้าใจไหม นึกถึงคนอีกกี่แสนคนที่เป็นตำรวจจะรู้สึกอย่างไร คนผิดก็มีไป ร้องโทษกล่าวโทษแจ้งความ ใครทุจริตจะโกง จะซื้อตำแหน่งไปหาหลักฐานมาให้ตน ผมพร้อมทำให้ทันที พูดกันไปมาก็ไปกันใหญ่ แล้วต่างประเทศเขาได้ยินก็มาบอก โอ้โหประเทศไทยมีอะไรนักหนาวะเนี่ย สอบก็สอบแทนกัน อาจารย์ก็ปลอม แต่ไม่ใช่ทั้งหมดนี่นา ช่วยกันรักษาหน้าตาประเทศ ไทยหน่อย ผิดคือผิดไม่ได้ปิดบัง” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า คดีของนางจอมทรัพย์อยู่ในขั้นตอนการรื้อฟื้นคดี กระทรวงยุติธรรมทำหน้าที่หาพยานหลักฐานใหม่ เชื่อว่าสามารถเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของศาลทั้ง 3 ศาลได้ คือ ศาลชั้นต้นและศาลฎีกา ส่วนศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องนางจอมทรัพย์ ซึ่งในขั้นตอนนี้กระทรวงจะทำหน้าที่หยิบยื่นความเป็นธรรมให้กับครูจอมทรัพย์อย่างเต็มที่

“กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่บริหารจัดการและอำนวยความยุติธรรม ซึ่งแปลให้เข้าใจง่ายๆ คือ ขั้นตอนไหนของกระบวนการยุติธรรมที่เราสามารถหยิบยื่นความยุติธรรมให้ถึงมือประชาชนได้เราต้องทำ” รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวและว่า ส่วนกรณีที่ศาลเลื่อนนัดการสืบพยานออกไปจากเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากนายสับ วาปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องหาตัวจริง และนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานผู้เห็นเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุดังกล่าว ไม่ได้มาปรากฏตัวที่ศาลนั้น มั่นใจว่าในการนัดสืบพยานครั้งหน้า จะต้องเดินทางมาอย่างแน่นอน” พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เผยว่ามอบหมาย พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ลงไปตรวจสอบความเป็นมาเรื่องนี้ ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน เรื่องนี้กำลังจะเริ่มแล้ว

พล.ต.อ.ปัญญากล่าวว่า ผบ.ตร.มอบหมายตนลงไปตรวจสอบ เพราะเป็นห่วงกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ รวมถึงตำรวจที่ถูกกล่าวหา จากการลงไปที่ ภ.จว.นครพนม รับรายงานว่าการทำคดีนี้เมื่อปี 2548 การปฏิบัติงานทั้งของฝ่ายสอบสวน นิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับต่างๆ ในตอนนั้นทำอย่างครบถ้วน ถูกต้องตามระเบียบ จน มีการลงโทษในคดีนั้น หลังจากตรวจสอบ กรณีนี้ เมื่อมีความพยายามรื้อฟื้นคดี โดยอ้างว่านางจอมทรัพย์ เป็นแพะ มีนายสับรับว่าเป็นคนขับรถชนมารับผิดแทน พบความผิดปกติหลายอย่าง มีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหลายอย่าง

“ชั้นนี้จะให้บช.ภ.4 ร้องทุกข์กล่าวโทษ รับเลขคดี คาดว่าทำได้ภายในวันนี้ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องการกระทำผิด จากความผิดปกติที่ตรวจสอบพบพบการกระทำผิดในพื้นที่ จ.นครพนม เชื่อว่าภายใน 2 วัน ทุกอย่างจะกระจ่างขึ้น ซึ่งการร้องทุกข์กล่าวโทษนี้ จะมีทั้งในส่วนที่ให้การไม่ตรงกับความจริง การได้พยานหลักฐานบางส่วนที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง และยัง ตรวจสอบพบขบวนการรับจ้างรับผิด โดยผู้ เสียหายในชั้นนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้รับฟังข้อมูลและลงบันทึกประจำวัน ซึ่งย้ำว่าไม่ใช่เรื่องของการหมิ่นประมาท แต่เป็นเรื่องของการพบขบวนการในการกระทำผิด” พล.ต.อ.ปัญญากล่าว

เมื่อถามว่าพบว่านางจอมทรัพย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการว่าจ้างขบวนการนี้หรือไม่ พล.ต.อ.ปัญญากล่าวว่า ชั้นนี้ยังไม่แน่ใจว่านางจอมทรัพย์ไปร่วมด้วย เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการ เราได้ข้อมูลมาว่า เป็นกลุ่มที่ดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในข้อเท็จจริงตามที่ศาลฎีกาพิพากษาไป นางจอมทรัพย์ก็ยังถือว่าเคยเป็นผู้กระทำผิด ตามสถานะที่เป็นไปตามคำพิพากษา เบื้องต้น ยังคงสืบสวนสอบสวนความเกี่ยวข้องของนางจอมทรัพย์กับขบวนการนี้ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร

ถามว่าพบเหตุจูงใจที่นางจอมทรัพย์ ออกมาร้องให้รื้อฟื้นคดีหรือไม่ พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า ไม่อยากพูดลับหลัง พูดออกไปตอนนี้ไม่ดี ขอทำงานก่อน ผบ.ตร.สั่งให้บช.ภ.4 ตั้งคณะทำงานเรื่องนี้ โดยตนจะลงไปช่วยดู

“ยังไม่อยากกล่าวหานางจอมทรัพย์ ตราบใดที่พยานหลักฐานยังไม่ชัดเจน ตอนนี้อยู่ในชั้นของการตรวจสอบ แต่มั่นใจว่านายสับ ที่สมอ้างว่าเป็นคนขับรถชน เป็นการออกมารับแทน ส่วนที่ศาลพิพากษาไปแล้ว จะไม่ ก้าวล่วง แต่เชื่อมั่นว่าจากพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมไป ไม่น่าจะผิด เรื่องนี้มีการสมอ้างรับผิดแทน และมีขบวนการที่ได้รับประโยชน์ แต่ไม่อยากฟันธงไปถึงความเกี่ยวข้องกับนางจอมทรัพย์กับขบวนการ เนื่องจากยังไม่มีพยานหลักฐานยืนยัน รวมถึงเหตุจูงใจที่เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้”พล.ต.อ.ปัญญากล่าว

พล.ต.อ.ปัญญากล่าวว่า วันนี้จะสอบปากคำอดีต ส.ว.มุกดาหาร คนหนึ่งในฐานะพยาน ซึ่งรับรู้เรื่องราวนี้ เนื่องจากเมื่อประมาณปี 2557 หลังศาลฎีกาพิพากษาแล้ว มีบุคคลเข้ามาติดต่อกับส.ว.ท่านนี้ ขอให้รับเป็นทนาย ตอนนั้นส.ว.อยู่กับกำนันคนหนึ่ง แต่ส.ว.คนนี้ไม่รับงานนี้ มีการเสนอว่าจ้างราคาประมาณ 2-3 แสนบาท ทั้งนี้พบว่าขบวนการนี้เริ่มเข้ามาจับคดีนี้ตั้งแต่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง คล้ายเห็นช่องทางก็เข้ามา และในกระบวนสู่ศาลฎีกาก็เห็นทางไม่ค่อยดี ขบวนการนี้ก็เริ่มดำเนินการ เท่าที่พบตอนนี้มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องและอาจต้องแจ้งข้อ กล่าวหา ประมาณ 6 คน ในนี้ยังไม่รวมนางจอมทรัพย์ วันนี้คาดว่าจะเริ่มแจ้งความ รับคดีและเริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดี ขบวนการนี้มีการรับเงินกันแล้วบางส่วน

ส่วนจะสอบนางจอมทรัพย์เป็นพยานหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานตรงนี้ แต่กำลังตรวจสอบอยู่ รวมถึงยังไม่ต้องสอบนายวันชัย สอนศิริ ทนายในชั้นอุทธรณ์ ยังไม่เกี่ยวข้อง คดีรถชน ส่วนเหตุจูงใจก็ยังชี้ไม่ได้ชัด จะบอกว่าเพื่อดิสเครดิตองค์กร ก็ไม่ต้องทำขนาดนี้หรอก อย่างไรก็ตามจากการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้ทำแบบนี้มาหลายครั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางคดีสำเร็จ บางก็คดีก็มีปัญหาเกี่ยวพันร้องเรียนภายหลัง บางคดี พยายามทำก็ไม่สำเร็จ มีการอ้างเป็นแพะ มีคนรับผิดแทน คอยดูว่ามีคดีไหนมีช่องทางจะเข้ามาได้ก็จะไปติดต่อรับงาน

เมื่อถามว่ามีคนมีสีหรือคนในกระบวนการยุติธรรม กระบวนการกฎหมาย ทั้งรัฐ เอกชนเกี่ยวกับขบวนการนี้หรือไม่ พล.ต.อ. ปัญญากล่าวว่า คงไม่หรอก ตนไม่พาดพิง มันเป็นสไตล์ของพวกนี้ พวกคนดื้อๆ อื้อๆ บางคนก็รับราชการอยู่ รอให้พยานหลักฐานชัดกว่านี้ ทั้งนี้ภาวนาให้นางจอมทรัพย์เป็นเพียงเหยื่อของขบวนการนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผบ.ตร.ลงพื้นที่ติดตามคดีนี้ ตนจะไปติดตามอีกครั้งใน 2-3 วันนี้ อยากให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็วที่สุด ตอนนี้สังคมสับสน ย้ำว่าเราไม่มีเจตนาทำร้าย ฝ่ายใด เพราะไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัว

ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ.นครพนม พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผบ.ตร. (ปป.) พร้อมพ.ต.อ.วิรุตติ์ เย็นสวรรค์ รองผบก.ปฏิบัติการสำนักงานผู้ช่วยผบ.ตร. เดินทางมาประชุมและติดตามความคืบหน้า คดีนางจอมทรัพย์ โดยมีพ.ต.อ.ธีทัต อิ่มทั่ว รรท.ผบก.ภ.จว.นครพนม และพ.ต.ท.ทนงศักดิ์ โพธิ์เหน่ง รองผกก.สส.สภ.คำชะอี ช่วยราชการ สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร อดีตพนักงานสอบสวนคดีที่ทำคดีนางจอมทรัพย์เมื่อปี 2548

พล.ต.ท.มนูกล่าวหลังประชุมว่า บก.ภ.4 มอบหมายให้บก.ภ.จว.นครพนม ตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปฝังตัวอยู่ในพื้นที่แล้ว เนื่องจากในคำร้องของครูจอมทรัพย์มีข้อพิรุธ ทางพนักงานสอบสวนสงสัยว่า จู่ๆทำไมจึงมาขอรื้อฟื้นคดีตอนนี้ ด้วยการกล่าว อ้างถึงรถยนต์คันที่เกิดการเฉี่ยวชนจนมี ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนละคันกัน

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด รัชดาภิเษก ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษก ร่วมแถลงชี้แจงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งรับคำร้องขอรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ ว่า ขณะนี้คำพิพากษาศาลฎีกายังมีผลที่ชอบ ด้วยกฎหมาย ซึ่งมีผลผูกพันจำเลย ฉะนั้นการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชน และสื่อ ในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง เพราะขณะนี้คดีในส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลจังหวัดนครพนมซึ่งเป็นศาลชั้นต้น สืบพยานตามคำร้องขอของนางจอมทรัพย์ ผู้ร้อง และอัยการผู้คัดค้าน อยู่ในกระบวนการพิจารณาชั้นศาล

ร.ท.สมนึกกล่าวอีกว่า เมื่อศาลจังหวัดนครพนมสืบพยานฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายผู้คัดค้านเสร็จสิ้นแล้ว ต้องส่งสำนวนการสืบพยานให้ศาลฎีกามีคำสั่งว่า จะยกคำร้องขอรื้อฟื้นคดี หรือจะยกคำพิพากษาเดิมของศาลฎีกาที่ลงโทษจำคุกไว้ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดี พ.ศ.2526 มาตรา 23 ดังนั้นเมื่อคดียังอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์เพราะอาจเป็นการก้าวล่วงและละเมิดการพิจารณาคดีของศาลได้

นายประยุทธกล่าวว่า ประเด็นที่อยากเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนคือคำพิพากษาศาลฎีกายังมีผลผูกพันและชอบด้วยกฎหมาย และกระบวนการรื้อฟื้นคดียังอยู่ระหว่างการดำเนินการของศาล ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์ก้าวล่วง และยังไม่ควรเรียกนางจอมทรัพย์ว่าเป็นแพะในคดี รวมทั้งยังไม่มีสิทธิได้รับค่าเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา เพราะต้องรอการสืบพยานและคำพิพากษาในส่วนของการขอรื้อฟื้นคดีของศาลฎีกาให้ถึงที่สุดเสียก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน