อัยการญี่ปุ่นส่งขึ้นศาล คดี “สุภัฒ” รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขโมยภาพวาดในโรงแรม เผยเป็น 3 ภาพวิวทิวทัศน์ ประดับตกแต่งทางเดิน กล้องวงจรปิดมัดขณะลงมือก่อเหตุ ตร.ล็อกตัวตอนเช็กเอาต์ ค้นกระเป๋าเจอหลักฐาน ขณะที่ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ไทยติดต่อขอเข้าพบ แต่รองอธิบดีแจ้งกลับมาว่าไม่ต้องการพบกงสุล หรือใครเข้าเยี่ยม เผยตามกฎหมายญี่ปุ่น ความผิดลักทรัพย์มีโทษหนักสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี ยอมความไม่ได้ แต่หากลักทรัพย์ไม่ร้ายแรง คุกไม่เกิน 3 ปี

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถูกจับที่โรงแรมในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ดำเนินคดีขโมยภาพวาด ว่าล่าสุดอัยการญี่ปุ่นส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาแล้ว เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของญี่ปุ่น โดยในวันที่ 27 ม.ค.นี้ ทางการญี่ปุ่นนัดให้ผู้แทนของสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซากา เข้าพบผู้ต้องหา และหารือร่วมกับตำรวจและอัยการ อีกทั้งสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซากา ได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจเมืองเกียวโต ว่า กำลังนำตัวรองอธิบดีส่งฟ้องศาลในข้อหาลักทรัพย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ไทยในญี่ปุ่น รายงานว่าสาเหตุที่ยังไม่มีใครได้เข้าพบนายสุภัฒ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะทางการญี่ปุ่นมีกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ต้องหา โดยเจ้าหน้าที่ไทยแสดงความต้องการที่จะเข้าพบแล้ว แต่รองอธิบดีบอกว่าไม่ต้องการกงสุล หรือใครเข้าเยี่ยม

ด้านเว็บไซต์สำนักข่าวอาซาฮีชิมบุนของญี่ปุ่น รายงานว่าภาพวาดที่ถูกขโมยไปทั้ง 3 ภาพ เป็นภาพ “วิวทิวทัศน์” ทั่วไปเท่านั้น และมีขนาดเล็ก คือ กว้าง 40 เซนติเมตร สูง 35 เซนติเมตร มูลค่า 15,000 เยน หรือราว 4,600 บาท

ส่วนที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กทม. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสุภัฒว่าเป็นปัญหาส่วนบุคคล อย่าเหมารวมทั้งกระทรวง และยืนยันว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลือในทางที่ผิด

ขณะที่ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าขณะนี้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา ประสานตำรวจญี่ปุ่นเพื่อขอเข้าพบ จะทำให้ทราบข้อเท็จจริงมากขึ้น และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากตำรวจญี่ปุ่น อีกทั้งขณะนี้รองอธิบดียังถือว่าอยู่ระหว่างการปฏิบัติงานและใช้สิทธิลาต่อ สำหรับโทษตามกฎหมายญี่ปุ่น ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 235 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับเงินไม่เกิน 500,000 เยน ถือเป็นความผิดที่ยอมความมิได้ แต่หากมีการพิจารณาเป็นคดีที่ลักทรัพย์ไม่ร้ายแรง จำคุกไม่เกิน 3 ปี และจ่ายค่าปรับแทนได้

ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวต่อว่า ขั้นตอนหลังจากถูกควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด เพื่อรออัยการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล หากศาลรับฟ้องก็ต้องถูกคุมขังเพื่อรอวันนัดไต่สวนคดี ขั้นตอนแรกนี้จะใช้เวลาตั้งแต่ 45-90 วัน จึงจะเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาล หมายความว่าในช่วงนี้รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาผู้นี้จะยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

ส่วนนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพร้อมให้ความเป็นธรรมกับรองอธิบดีได้ชี้แจง สำหรับโทษทางวินัย หากพบว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง มีโทษสูงสุดคือไล่ออกตามระเบียบราชการ สำหรับภาพวาด 3 ภาพที่ถูกขโมย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 เยน หรือ 4,600 บาท

ที่ตลาดยิ่งเจริญ บางเขน กทม. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่าเรื่องยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายของญี่ปุ่น และรองอธิบดีผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เรียกร้องขอเอกสิทธิ์ใดๆ เพราะเป็นเหตุเฉพาะบุคคล ทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา และสถานทูตไทยในญี่ปุ่นกำลังประสานงานเพื่อขอเข้าพบและพูดคุย โดยรองอธิบดีผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาแต่อย่างใด แต่อยากให้สังคมรอรับฟังสาเหตุและข้อเท็จจริงก่อน อย่าเพิ่งตัดสินลงโทษเป็นจำเลยสังคม

“มั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อขวัญและกำลังใจในการทำงานของข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ เพราะข้าราชการทุกคนตั้งใจทำงาน พร้อมยึดหลักการทำงานด้วยความโปร่งใสอยู่เสมอ จึงอยากขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของข้าราชการ และไม่อยากให้สังคมหยิบยกประเด็นเล็กน้อยมาเหมารวมการทำงานทั้งหมดของข้าราชการไทย” รมช.พาณิชย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่า กลุ่มข้าราชการบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจับกุมนายสุภัฒ รองอธิบดี โดยระบุในทำนองว่าแม้พฤติกรรมข้าราชการระดับสูง ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ประเทศ แต่ก็รู้สึกสงสาร สังคมไทยน่าจะให้อภัย ไม่ใช่มาตัดสินโทษทางสังคม อย่าเพิ่งซ้ำเติม เพราะยังไม่มีใครทราบถึงข้อเท็จจริงการกระทำผิด

รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า จากการติดต่อประสานข้อมูลไปยังสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา เกี่ยวกับรายละเอียดการจับกุมนายสุภัฒ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับรายงานว่าหัวหน้าตำรวจเมืองเกียวโตจับกุมนายสุภัฒ ผู้ต้องสงสัยขโมยรูปภาพที่โรงแรมเมื่อวันที่ 24 ม.ค. สอบสวนเบื้องต้นนายสุภัฒยอมรับข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่าทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ประเทศไทย สำหรับภาพวาด 3 รูป ตกแต่งประดับที่ทางเดินระหว่างชั้น 9 กับชั้น 10 ที่โรงแรมในเขตนากาเงียว-คู เมืองเกียวโต ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันที่ 23 ม.ค. จนถึงช่วงเที่ยงคืน

ข่าวแจ้งต่อว่าตามข้อมูลของตำรวจระบุว่าพนักงานโรงแรมพบว่าภาพวาดหายไป และแจ้งต่อตำรวจในเวลาราว 07.15 น. วันที่ 24 ม.ค. พอเปิดดูหลักฐานจากกล้องวงจรปิด แสดงภาพอาชญากรรมของผู้ต้องสงสัย ต่อมาเวลา 10.00 น ขณะผู้ต้องสงสัยเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม พนักงานโรงแรมที่รับผิดชอบจึงชี้ตัวยืนยัน ตรวจสอบกระเป๋าถือ สัญญาณตรวจจับขโมยฉุกเฉินดังขึ้น เพราะพบหลักฐานเป็นรูปที่ขโมยไป และตรวจสอบทราบว่านายสุภัฒเดินทางมาเยือนเมืองเกียวโตโดยลำพัง และเข้าพักที่โรงแรมตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน