เปิดใจ ‘น้องเบส’ ทีมแปรอักษรล้อการเมือง มธ. อยากให้บิ๊กตู่มาดูเองที่งานบอล!
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ น.ส.พิชชา สถิรปัญญา หรือ เบส นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน ภาคภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 3 หัวหน้าฝ่ายแปรอักษร ในงานการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9 ก.พ. ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ทิศทาง รูปแบบการล้อการเมืองและแปรอักษร ปีนี้จะมีอะไรใหม่ๆ และพิเศษเกิดขึ้นเยอะมาก ทั้งแง่มุมความคิดนักศึกษาและสถานการณ์การเมือง มากกว่าปีก่อนๆ
เมื่อถามถึงความสำคัญของกิจกรรมนี้ น.ส.พิชชา เปิดเผยว่า เป็นการแสดงออกทางความเห็นของนักศึกษา เรามีช่องทางการแสดงออกของเรา ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น รู้สึกว่าถูกจำกัดการแสดงออกทางความคิด ทำให้การล้อการเมืองในครั้งนี้ ต้องปรับตัวและวางแผนให้ซับซ้อนสำหรับการนำเสนอมากขึ้น
ส่วนตัวคิดว่าการล้อและการเมืองควรดำเนินการไปควบคู่กัน เราสามารถนำการล้อมาใช้ในทางการเมือง เรื่องไหนที่คนอยากพูดแต่ไม่ได้พูดก็นำมาล้อ เราจะเป็นคนที่พูดแทนประชาชน ในงานครั้งนี้จึงอยากให้ลองดูว่า การล้อการเมืองและการแปรอักษร จะนำเสนอในประเด็นใดบ้าง
ส่วนสถานการณ์การถูกควบคุมจากผู้มีอำนาจนั้น น.ส.พิชชา เปิดเผยว่า ในส่วนการล้อการเมือง ยังไม่ได้ถูกควบคุมมาก แต่ก็คิดว่า ผู้มีอำนาจคงกำลังจับตามองการล้อการเมืองในขณะนี้อยู่แน่นอน
น.ส.พิชชา เปิดเผยถึงช่วงเตรียมงานว่า ช่วงนี้ก็สัมผัสได้ว่า ถูกจำกัดจากหลายๆ ฝ่าย ถูกตีกรอบแสดงความคิดเห็น บางอย่างที่เราเล่นไม่ได้ ในฐานะที่เป็นนักศึกษาม.ธรรมศาสตร์ ก็รู้สึกว่า หากไม่สามารถนำเสนอไปในทิศทางนั้นได้ ก็ต้องกลับมาคิดพลิกแพลงวิธีการนำเสนอเรื่องนั้นอีกครั้งในแนวทางใหม่ ขอบเขตการล้อการเมืองนั้น ยืนยันว่า จะไม่เป็นการชี้นำหรือสั่งว่า ประชาชนควรหรือไม่ควรทำอะไร เราแค่ต้องการนำเสนอความเห็นและความรู้สึกของเราเท่านั้น เป็นการสะท้อนภาพ ให้ปรากฏออกมาจากมุมมองของนักศึกษา
“ช่วง 4-5 ปี ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาลคสช.ทำให้ได้เรียนรู้และเห็นความสำคัญของการเมือง ต่างไปจากการเป็นนักศึกษาช่วงแรก ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญมาก”
แต่เมื่อได้ลองติดตามศึกษาหาข้อมูล ทำให้รู้สึกว่า การเมืองมีผลกระทบต่อชีวิตของทุกคนมาก โดยเฉพาะในช่วงการเรียนการสอน ตนเรียนคณะวารสารศาสตร์ จะมีขอบเขตในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เรียกว่าเซ็นเซอร์ชิปอาจารย์ก็จะบอกเลยว่า สิ่งนี้ทำไม่ได้ ในปัจจุบัน แต่ในอดีตเราเคยนำเสนอข้อมูลส่วนนี้ได้
น.ส.พิชชา เปิดเผยอีกว่า การมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดองออกของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก ลองจินตนาการดูหากเราไม่มีสิทธิพูด แล้วใครจะมาพูดแทนเราว่า เราอยากได้อะไรหรือต้องการอะไร ส่วนตัวคิดว่า การล้อการเมืองนั้นไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น นี่เป็นการแสดงสิทธิและเสรีภาพของเรา และเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ผ่านการนำเสนอจากมุมมองที่แตกต่างกันไป ด้วยถ้อยคำที่ไม่ได้รุนแรง จนไปละเมิดสิทธิของใคร
ส่วนข้อดีของการดำรงอยู่ของรัฐบาลคสช.ที่ผ่านมานั้น น.ส.พิชชา เห็นว่า หลายอย่างดูเป็นระบบระเบียบมากขึ้นกว่ารัฐบาลปกติ สามารถผลักดันกฎระเบียบกติกาที่รัฐบาลปกติทำไม่ได้ โดยที่ไม่มีเสียงคัดค้าน แต่คิดว่า ความสงบเรียบร้อยที่เกิดขึ้นนั้น มีสิ่งที่น่ากังวลตามมา เพราะ ความสงบนี้มาพร้อมกับคลื่นใต้น้ำที่ยังมองไม่เห็น แน่นอนว่า รัฐบาลคสช.มีข้อเสีย หากประชาชนรู้ถึงข้อเสียด้านลบพวกนี้ สิ่งนี้ก็อาจเป็นกระแสตีกลับทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อฐานอำนาจของคสช.ได้
“ข้อดีที่สำคัญที่สุดที่มองเห็นคือ ทำให้คนสนใจและตื่นตัวทางการเมืองมากกว่าปกติ หนูก็เริ่มหาข่าวหาข้อมูลศึกษาเกี่ยวกับการเมืองมากขึ้น ทำไมรัฐบาลจึงออกกฎหมายฉบับนั้นฉบับนี้ แล้วจะมีผลกระทบอย่างไรต่อไป เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามปกติมาแล้วก็ไป แต่รัฐบาลชุดนี้มีความพิเศษ ตรงที่ประชาชนต้องปรับตัว ในการดำรงอยู่ให้ได้กับรัฐบาลชุดนี้ มากกว่าปกติ”
น.ส.พิชชา เปิดเผยต่อว่า คนที่อยากเชิญมาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ในงานฟุตบอลประเพณีครั้งนี้ ส่วนตัวอยากเชิญผู้ใหญ่ของบ้านเมืองทุกคนมาดู แต่คนที่อยากให้มามากที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี เพราะอยากให้พวกท่านได้รับรู้ว่า ความคิดของคนรุ่นใหม่และนักศึกษานั้นเป็นอย่างไร อยากฟังและอยากเห็นปฏิกิริยาของพล.อ.ประยุทธ์ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะส่วนตัวรู้สึกว่า เวลาติดตามข่าวสารเห็นพล.อ.ประยุทธ์ตอบแล้วมีความน่าสนใจ
ส่วนการรับมือต่อการล้อการเมืองในปีนี้ รู้สึกว่า เราโดนจับตามองแน่นอน แต่ไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวล เพราะในงานวันนั้น ทุกคนจะได้เห็นความคิดของนักศึกษาไปพร้อมกัน หากเกิดอะไรขึ้นในงาน ก็จะได้รับรู้โดยทั่วกัน ภายใต้สภาวะที่ถูกควบคุมและจับตามองนั้น ทำให้ประชาชนรู้สึกอึดอัด แต่ยิ่งผู้มีอำนาจกดดัน ก็เหมือนยิ่งยุให้ คนอยากแสดงความคิดเห็นมากขึ้น ผ่านทางการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการนำเสนอ
“การล้อการเมืองในงานฟุตบอลประเพณีครั้งนี้ ถือเป็นเวทีใหญ่ที่จะพูดสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคนทั้งประเทศ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ให้สะท้อนปัญหาและความรู้สึกของคน “ น.ส.พิชชา กล่าว และว่า
ครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต ซึ่งทุกคนตื่นตัวตื่นเต้นอยากเลือกตั้งมาก มีการปรึกษาพูดคุยกันเรื่องการเมืองกันตลอดเวลา ในหมู่นักศึกษาเองก็ยังไม่ชัดเจนว่า จะเลือกพรรคไหน อาจจะเรียกว่าการเลือกตั้งคือสิ่งใหม่ ในชีวิตของคนรุ่นใหม่
ระหว่างรอเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ก็มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนที่มีแนวคิดต่างกันออกไป คือ รู้สึกว่าเราควรที่จะอยู่กันโดยรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ สังคมควรจะเป็นแบบนี้ คิดว่า หลังจากการเลือกตั้งผ่านพ้นไป เยาวชนจะมีความสนใจทางการเมืองมากขึ้น เพราะพวกเราได้เรียนรู้แล้วว่า สิ่งที่เป็นอยู่นั้น ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก และเราไม่อยากให้การรัฐประหารเกิดขึ้นอีก ตอนนี้ทุกคนพร้อมมากที่จะวิ่งเข้าคูหา





