แตงโม รีบเยี่ยม ต่าย เล่านาทีได้เจอหน้ากันใน รพ.รักษาจิต ยันไม่เปิดระดมเงินรักษา

แตงโม รีบเยี่ยม ต่าย เล่านาทีได้เจอหน้ากันใน รพ.รักษาจิต ยันไม่เปิดระดมเงินรักษา

จากกรณีพบ น.ส.มนัสนันท์ ปานดี หรือ ต่าย อดีตนักแสดงประกอบภาพยนตร์ดัง “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” และ “โกยเถอะโยม” ที่เคยต้องคดีเกี่ยวกับยาเสพยาติดมาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงมีคดีลักทรัพย์อีกหลายครั้ง รวมทั้งเคยประสบเหตุ ส่งผลด้านสุขภาพจิต จนทำให้หลายฝ่ายยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยพบว่า ต่าย นั้นได้พูดว่าอยากหายป่วย และอยากเจออดีตเพื่อนสาว คือ แตงโม นิดา

โดยล่าสุด มีการส่งตัว ต่าย มารักษาตัวต่อที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ซึ่ง แตงโม นิดา ดาราสาว ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อขอเข้าเยี่ยมทันที พร้อมเปิดใจ ว่า ระหว่างที่พูดคุยกันไม่ได้อยู่กันส่วนตัว มีตนและทีมแพทย์อยู่ด้วย เท่าที่เจอเขาค่อนข้างจะรู้สึกใจชื้นที่ได้เจอคนที่ตัวเองรู้จัก เหมือนอย่างที่หลายคนได้เห็นว่าเขายังมีความหวาดกลัวอยู่บ้างกับคนภายนอก แต่พอเขาได้เจอเพื่อนก็สบายใจขึ้น

ดาราสาว กล่าวต่อว่า ในส่วนการรักษาตนอธิบายอะไรมากไม่ได้ รายละเอียดต่างๆ อยู่ในความดูแลของคุณหมอ สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ อยากจะบอกหลายคนว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมีหลายหน่วยงานที่พร้อมจะช่วยในส่วนนี้ รวมถึงท่าน ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เองเต็มที่กับตรงนี้ ส่วนหนึ่งตนไม่อยากให้หลายคนรู้สึกว่าเพราะเป็นต่ายแล้วจะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น ซึ่งไม่ใช่แบบนั้นเลย

มีหลายคนถามตนมาเยอะในเรื่องของการเปิดบัญชีช่วยเหลือ ต้องอธิบายนิดหนึ่งว่าการเปิดบัญชีไม่ได้แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ในเรื่องของการเงินตอนนี้ต่ายอยู่ในที่ที่ไม่ต้องห่วงเขาแล้ว ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องระดมทุน ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาตามมาอีกเยอะเหมือนกัน ว่าใครจะเป็นคนดูแลเงิน การเบิกจ่ายเป็นยังไง เท่าที่คุยกับคุณหมอมาแล้วในส่วนนี้ตัดทิ้งไปได้เลยเพราะเขาไม่ได้มีความจำเป็นเครียดต้องใช้เงินเยอะขนาดนั้น ตอนนี้จำเป็นอยู่แค่เขาจะต้องรักษาจิตใจให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงญาติและคนรอบข้างก็ต้องให้ความร่วมมือกับคุณหมอ

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนที่ได้เจอกันพูดอะไรเป็นอย่างแรก แตงโม เผยว่า ตอนที่ตนเดินเข้าไป เขาเห็นและคิดว่าคงอยากจะกอด แต่เขาคงไม่กล้า เขาบอกว่าเกรงใจ ตนจึงจับมือเขาและถามว่าเป็นยังไงบ้าง จำไม่ได้ว่าเขาตอบว่าอะไรแต่ว่าน้ำตาคลอ ตนเลยบอกว่า…มากอดกันซิ

เมื่อถามถึงอุปนิสัยของต่ายตอนที่สนิทกัน ดาราสาวกล่าวว่า จริงๆ แล้วตนกับเขาไม่ได้สนิทกันถึงขั้นว่ามานั่งคุยเรื่องส่วนตัวกัน แต่อาจจะด้วยความที่อยู่ในสถานะที่ใกล้กัน คือเป็นเด็กแคสต์งานคนหนึ่งที่อยู่กันคนละโมเดลลิ่ง แล้วเด็กผู้หญิงที่ลักษณะคล้ายกันก็จะถูกคัดเลือกให้ไปเทสต์งานที่ได้เจอกันบ่อย ตอนนั้นเลยรู้จักกันและไปไหนมาไหนด้วยกันบ้างตามประสาเด็กวัยรุ่น แต่สนิทกันอยู่ได้แป๊บเดียวเขาก็หายไป ตอนนั้นก็เห็นแล้วว่าเขาไปเล่นหนัง ตอนนั้นยังคิดว่าเขาก็มีทางของเขาในทางที่ดี

ต่อข้อถามว่าตกใจขนาดไหนเมื่อภาพของเพื่อนที่เห็นอยู่ในสภาพปัจจุบันถูกแชร์ไปเยอะมาก แตงโม กล่าวว่า ส่วนนี้ตนไม่ค่อยรู้สึกโอเคเท่าไหร่ อยากให้คำนึงถึงว่าถ้าวันนึงเขาหาย แต่ต้องย้อนกลับมาดูว่ารูปภาพล่าสุดเป็นยังไงและยังถูกตีแผ่ไปทั่วอีกด้วย ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นปมที่ทำให้เขาไม่หาย จริงๆ อยากจะให้ตรงนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคนไข้มากกว่า แต่เข้าใจว่าเรื่องภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไปมันห้ามกันไม่ได้แล้ว หลังจากนี้ถ้าขอได้อยากจะขอความร่วมมือว่าให้ใช้ภาพตอนที่เขาสวยอยู่ค่ะ

ผู้สื่อข่าวถามว่าห่วงอะไรในตัวเพื่อนมากที่สุด ดาราสาวกล่าวว่า ห่วงความปลอดภัยค่ะ ซึ่งค่อนข้างจะควบคุมยาก เนื่องจากไม่ได้อยู่กับเขาตลอด บวกกับไม่รู้ว่าเขาจะไปไหน ไปทำอะไร พื้นฐานความคิดเป็น ทีนี้คงต้องฝากคนอื่นที่อาจจะไปพบเจอว่าให้ช่วยกันดู

ต่อข้อถามว่าได้คุยกับญาติๆ ว่าอย่างไรบ้าง แตงโม กล่าวว่า เห็นพ้องต้องกันว่าต้องรักษาต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ส่วนจะเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ตอบยาก เพราะขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของแต่ละคน แต่ตนมีความหวังว่าเพื่อนจะกลับมาปกติเหมือนเดิม ซึ่งความหวังตรงนี้มันจะเป็นพลังบวกที่ส่งไปถึงเขาได้

“ในส่วนของเรื่องเงินตอนนี้ยังไม่ต้องห่วง คุณหมอและญาติประสานงานกันแล้ว ว่ามีค่าใช้จ่ายเพียงพอสำหรับการรักษาในระยะเริ่มต้น นอกจากว่าในอนาคตข้างหน้าอยากจะทำอะไรพิเศษเพื่อเขา ซึ่งตอนนี้ยังไม่จำเป็นค่ะ” ดาราสาวกล่าว

ถามต่อว่าได้คุยถึงเรื่องลูกของเขาไหม แตงโม กล่าวว่า อันนี้ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาดีกว่า บางเรื่องถ้าพูดไปถ้าวันหนึ่งเขาย้อนมาดู มันก็อาจจะไม่ดีกับสภาพจิตใจของเขา ส่วนเรื่องคุณแม่ของเขาที่ต้องไปรักษาเช่นกันนั้น ตรงนี้ตนไม่ทราบรายละเอียดค่ะ

“โมคิดว่าสังคมน่าจะได้รับอะไรจากเรื่องนี้เช่นกัน มันไม่จำเป็นจะต้องให้คนบางคนเผชิญชะตาชีวิตมาเรื่อยๆ จนผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้ ถ้าเรารู้ว่าลูกหลานหรือคนใกล้ตัวเราเป็นยังไงก็สามารถช่วยกันแก้ไขได้เดี๋ยวนั้น ต้องยอมรับว่าบางคนมองเขาเป็นคนไม่มีค่าไปแล้ว ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนี้เพราะดูโหดร้ายไปหน่อย” ดาราสาวกล่าว

เห็นบอกว่าไม่อยากให้เพื่อนกลับเข้ามาในวงการบันเทิงเท่าไหร่ “วงการบันเทิงถามว่าเข้าได้ไหม เข้าได้นะคะ แต่ถ้าอินมากไม่ได้ เราต้องยอมรับว่าพอก้าวเข้ามาในที่สว่างมันมีสองด้านเสมอ ถ้าเขาเป็นคนธรรมดาอาจจะไม่ต้องเจอกระแสสังคมด้านลบเลยก็ได้ แต่ถ้าใจเขาอยากที่จะเล่นหนัง โมก็จะพยายามช่วย ส่วนตัวไม่ได้มีพาวเวอร์อะไรหรอก แต่ก็อยากพยายามเพื่อทำให้เขารู้สึกว่าเป้าหมายของเขามันอาจจะสำเร็จไปสักอย่างหนึ่ง เขาอาจจะเป็นสุข เพียงแต่ว่าอาจจะต้องคอยควบคุมไม่ให้ใจเขาอินกับในวงการ ไม่อย่างนั้นเขาก็จะเสียใจอีก” แตงโม กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

 

บทความก่อนหน้านี้หย่าศึก‘มธ.-งานบวช’ มหาลัยตั้งโต๊ะถกจบปัญหา ฝากถึง‘ชัชชาติ’ (คลิป)
บทความถัดไปเอ็กซิมแบงก์ลุยเปิดสาขาในพนมเปญ ชี้กัมพูชามีจุดเด่นเศรษฐกิจโตเฉลี่ย 6.5% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า