ผู้ว่าฯกทม.ประกอบพิธีพลีกรรม ตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ของกรุงเทพฯ ณ หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปเก็บรักษารวมกับน้ำศักดิ์สิทธิ์จากจังหวัดต่างๆ ที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อรอประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม ในวันที่ 18 เม.ย. ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 12 เม.ย. ที่ หอศาสตราคม ในพระบรมหาราชวัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานประกอบ พิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง สำหรับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช 2562 และเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปเก็บรักษารวมกับน้ำศักดิ์สิทธิ์จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ อีก 76 จังหวัด ณ ห้องดอกแก้ว กระทรวงมหาดไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกรุงเทพมหานคร เดินทางถึงบริเวณพิธี หอศาสตราคมในพระบรมหาราชวัง ด้วยรถบัสที่กรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ จากนั้นเวลา 13.00 น. เริ่มพิธีสงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ โดยรอบพระราชฐานชั้นในจากนั้น ผู้ว่าฯกทม. อธิษฐานจิตพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบาตรน้ำมนต์ภายในหอศาสตราคมบรรจุในคนโท

ต่อมาเวลา 13.45 น. ผู้ว่าฯกทม.เชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อ เมอเซเดสเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ฉธ6666 กรุงเทพมหานคร บริเวณหน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน เพื่อออกไปยังริ้วขบวนบริเวณถนนหน้าพระลาน ซึ่งริ้วขบวนประกอบด้วย วงดุริยางค์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริ้วขบวนธงชาติและธงตราสัญลักษณ์พิธีบรมราชาภิเษก

โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักเทศกิจและเจ้าหน้าที่เทศกิจของทั้ง 50 เขต รถยนต์อัญเชิญคนโทน้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังเป็นคนขับ ริ้วขบวนผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นำโดย นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกทม. และนายจักกพันธุ์ ผิวงาม นายสกลธี ภัททิยกุล นายเกรียงยศ สุดลาภา นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธุ์ รองผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหารกทม. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และข้าราชการกรุงเทพมหานคร

จากนั้น ผู้ควบคุมริ้วขบวนให้สัญญาณทำความเคารพน้ำศักดิ์สิทธิ์ เมื่อรถยนต์เชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ มาถึงถนนหน้าพระลาน รถยนต์เชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้าประจำริ้วขบวน จากนั้นผู้ควบคุมริ้วขบวนให้สัญญาณ เคลื่อนริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากถนนหน้าพระลาน ไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยริ้วขบวนฯ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายถนนกัลยาณไมตรี ก่อนจะเลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ และเข้าสู่กระทรวงมหาดไทย ในเวลา 14.30 น.

เมื่อริ้วขบวนเชิญถึงกระทรวงมหาดไทยแล้ว ผู้ว่าฯกทม. และคณะผู้บริหาร กทม. เชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไปยังห้องดอกแก้ว ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรอการประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเสกน้ำอภิเษก ในวันที่ 18 เม.ย.62 เวลา 17.19-21.30 น. ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
จากนั้น ผู้ว่าฯ กทม.และคณะผู้บริหารกทม. กล่าวขอบคุณผู้ร่วมพิธีฯ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

สำหรับน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม ไม่ต้องผ่านพิธีการอภิเษกน้ำก่อนเหมือนกับจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม จะผ่านพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์สำหรับสรงพระพักตร์ และประพรมรอบพระมหามณเฑียร ทุกๆ วันพระ หรือวันขึ้น 8 ค่ำ วันขึ้น 15 ค่ำ วันแรม 8 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ เป็นประจำอยู่แล้ว รวมทั้งน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม นำมาใช้ในพระราชพิธีสำคัญๆ ตามโบราณราชประเพณีอยู่เสมอ

สำหรับ หอศาสตราคม หรือหอพระปริตร ตั้งอยู่ในกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ตรงข้ามกับพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเห็นพระที่นั่งโถง ลักษณะเดียวกับพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งองค์เดิมแล้วสร้างหอศาสตราคม เพื่อให้พระสงฆ์ฝ่ายรามัญนิกาย ทำพิธีสวดพระพุทธมนต์สัตปริตรคาถาเสกน้ำพระพุทธมนต์ สำหรับสรงพระพักตร์ และน้ำสรง

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวภายหลังว่า กทม.เป็นจังหวัดสุดท้าย จาก 76 จังหวัด อยู่ในลำดับที่ 108 ปิดท้าย ซึ่งคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ทุกจังหวัด ได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยทั้งหมดแล้ว และในวันที่ 18 เม.ย.นี้ จะประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม โดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเสกน้ำอภิเษก ที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และในวันที่ 19 เม.ย. จะนำคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหมดกลับไปไว้ที่พระบรมมหาราชวัง เพื่อเตรียมในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต่อไป

ผู้ว่าราชการฯ กทม. กล่าวต่อว่า สำหรับพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ เป็นครั้งเดียวในชีวิตข้าราชการ ซึ่งในชีวิตจะไม่มีทางได้พบเจอ จึงถือว่ามีบุญวาสนาที่มีโอกาสชื่นชมพระบารมี และถือว่าเป็นโอกาสสำคัญในชีวิตที่ได้ร่วมในพระราชพิธีมหามงคลอันยิ่งใหญ่สำหรับปวงชนชาวไทย เชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศอยากมาร่วมชื่นชมพระบารมี แต่จากเส้นทางเสด็จสามารถรองรับประชาชนได้เพียง 2-3 แสนคนเท่านั้น

ดังนั้นนายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้ถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขณะเดียวกันกทม.จะติดตั้งจอแอลอีดี ฉายพระราชกรณียกิจตลอด 24 ชม.ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป จนกว่าจะแล้วเสร็จพิธี นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกำชับให้ทุกจังหวัดและกทม. ดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ส่วนการปรับปรุงพื้นที่ตามเส้นทางเสด็จ มีความพร้อม 99 % โดยกทม.จะดูแลให้สมบูรณ์แบบทุกพื้นที่ เพื่อให้สมพระเกียรติสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ให้ความสนใจกับพิธีฯเป็นอย่างมาก โดยหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาบันทึกภาพริ้วขบวนที่มีความพร้อมเพียง โดยมีวิวฉากหลังเป็นด้านข้างกระทรวงกลาโหม และกรมแผนที่ทหาร พร้อมทั้งเซลฟี่ด้วย

นางวาธินี ขำวิไล อายุ 47 ปี กล่าวว่า ออกจากบ้านย่านบางนา มาตั้งแต่เช้า เพื่อมาชมริ้วขบวนดังกล่าว ด้วยความตั้งใจ รู้สึกดีใจ และรู้สึกมีวาสนาที่ได้ชื่นชมริ้วขบวน ซึ่งปลื้มปีติเป็นอย่างมากที่ได้เห็น และรู้สึกถึงความพยายาม ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ความสามัคคีของข้าราชการไทยที่ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งริ้วขบวนมีความสวยงามและพร้อมเพรียงเป็นอย่างมาก ขณะที่ชาวต่างชาติได้เห็นภาพริ้วขบวนนี้ ก็ให้ความสนใจ และเข้ามาสอบถามว่าเป็นงานพิธีอะไร พร้อมทั้งชื่นชมในความสวยงามของเครื่องแบบข้าราชการไทย และความพร้อมเพียงในการเดินสวนสนามด้วย

อย่างไรก็ตาม การรวมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับ “น้ำอภิเษก” ครั้งนี้ จำนวน 108 แหล่งจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในพิธีมหามงคลของแผ่นดินในครั้งนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ซึ่งวันที่ 18 เม.ย. เวลา 08.30 น. กระทรวงมหาดไทยจะจัดริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากกระทรวงมหาดไทย ไปยังวัดสุทัศนเทพวราราม เวลา 17.19-21.30 น. เพื่อประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกรวมจากกรุงเทพฯ และ 76 จังหวัด และประกาศชุมนุมเทวดา ทำน้ำเทพมนตร์ เจริญพระพุทธมนต์ ทำน้ำพระพุทธมนต์ ณ วิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม

โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆารวาส จากนั้นอัญเชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศนเทพวราราม ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันที่ 19 เม.ย. เวลา 06.30 น. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพระราชพิธีราชาภิเษกในวันที่ 4 พ.ค.2562

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน