ถอยแล้ว! คลังล้มแผนเปย์1,500 เที่ยวเมืองรอง อ้างไม่คุ้ม เบนเข็มแจกเงินคนจน

ถอยแล้ว! คลังล้มแผนเปย์ 1,500 บาท เที่ยวเมืองรอง หลังโดนวิจารณ์หนัก อ้างได้ผลไม่คุ้ม เบนเป้า! เตรียมแจกเงินคนจน เผย ‘บิ๊กตู่’ ไม่สบายใจ ข่าวหลุดก่อนเสนอ ครม.

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงกลางปีเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังปรับปรุงรายละเอียดของมาตรการอยู่ เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและมีความคุ้มค่ากับงบประมาณที่สุด โดยในส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เบื้องต้นจะไม่เสนอให้ทำมาตรการแจกเงินให้คนละ 1,500 บาท 10 ล้านคน เพื่อไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อีเพย์เมนท์ในเมืองรอง 55 จังหวัดแล้ว เพราะเมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วพบว่าโครงการนี้อาจไม่คุ้มค่าได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจะคงเหลือแต่มาตรการทางภาษี ได้แก่ การขยายมาตรการเปิดให้นำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วประเทศมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปีนี้ 15,000 บาทต่อคน และขยายระยะเวลาเปิดจุดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในกรุงเทพฯและปริมณฑลให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปอีก 6 เดือน ถึงเดือนเม.ย.-ก.ย.2562

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้จะเน้นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเหมือนเดิม โดยจะพิจารณาการเติมเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถนำไปเงินไปใช้ดำรงชีพได้ พร้อมกับเน้นมาตรการการช่วยเหลือด้านการศึกษาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ ขณะเดียวกันจะมีการออกมาตรการทางภาษีช้อปช่วยชาติ เพื่อให้นำค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้ออุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา หนังสือมาลดหย่อนภาษีเงินได้ในปีนี้ได้เพิ่มด้วย

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า สาเหตุที่กระทรวงการคลังมีการยกเลิกการแจกเงิน 1,500 บาทให้ไปเที่ยวเมืองรอง เนื่องจากได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มีการทบทวนใหม่ หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นการส่งเสริมให้คนนำงบประมาณไปใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย รวมถึงยังไม่สบายใจที่มีกระแสข่าวหลุดมาก่อนที่จะนำเรื่องเสนอให้ ครม.พิจารณา จึงสั่งให้ชะลอและหาทางปรับปรุงมาตรการใหม่ให้เหมาะสม หรือจนกว่าจะมีความจำเป็นกว่าเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2562 ได้มีมติเห็นชอบให้ใช้เงินกองทุนประชารัฐฯ วงเงินรวมกว่า 13,180 ล้านบาท เพื่อเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้รูดซื้อสินค้าหรือกดเป็นเงินสดแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงกลางปีอีก 4 มาตรการ ระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ย.2562 ได้แก่ มาตรการแรกการแจกเงินให้ผู้พิการที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมีบัตรประจำตัวผู้พิการ 1.1 ล้านคน วงเงิน 1,100 ล้านบาท โดยให้คนละ 200 บาทต่อเดือนตั้งแต่เดือนพ.ค.-ก.ย.2562 มาตรการเติมเงินค่าปุ๋ยและปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรที่ถือบัตรคนจน 4 ล้านคน วงเงิน 4,000 ล้านบาท โดยจะแจกให้ครั้งเดียวคนละ 1,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ปกครองที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมีลูกในช่วงเปิดเทอมจำนวนบุตร 2.7 ล้านคน รวม 1,300 ล้านบาท โดยจะแจกให้ครั้งเดียว 500 บาทต่อลูกหนึ่งคน แต่หากมีหลายคนก็จะได้รับเพิ่มขึ้น และมาตรการลดค่าครองชีพแก่ผู้มีรายได้น้อยผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 14.5 ล้านคน วงเงิน 6,600 ล้านบาท โดยจะเติมให้ไปใช้จ่ายหรือกดเป็นเงินสดได้คนละ 500 บาทช่วงกลางปี

บทความก่อนหน้านี้รากฐาน การเมือง หนุ่มธนาธร หนุ่มปิยบุตร คือ “อนาคตใหม่” : วิเคราะห์การเมือง
บทความถัดไปหนีมาตายหน้าบ้าน! คนร้ายโหดดักยิงหนุ่มสยอง มุ่ง2ปมฆ่า ก่อนพาลูก-เมียย้ายที่อยู่