ตร.แจง อย่าตื่นตระหนก ร้านกาแฟ เก็บข้อมูลท่องเน็ต ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตปท.ก็ทำ

เก็บข้อมูลท่องเน็ต

ตร.แจง อย่าตื่นตระหนก ร้านกาแฟ เก็บข้อมูลท่องเน็ต ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตปท.ก็ทำ

เก็บข้อมูลท่องเน็ต  /  เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ การให้ร้านกาแฟ ร้านอินเตอร์เน็ต ที่ปล่อยไวไฟให้ลูกค้าเล่นเน็ตต้องเก็บข้อมูลตามกฎหมาย ว่า

ขอเรียนว่าจากประเด็นกรณีดังกล่าวนั้น ที่มีการเตือนให้ร้านกาแฟต่างๆ ร้านที่ให้บริการเน็ตคาเฟ่ หรือในลักษณะที่เปิดให้ผู้ใช้บริการต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่านไวไฟภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์(Logfile) ของผู้ลงทะเบียนใช้ไวไฟ ของร้านเป็นเวลา 90 วัน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่รัฐใช้ในการสืบสวนสอบสวนกรณีเกิดการกระทำความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการดำเนินการของผู้ให้บริการตามกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้ทำให้พี่น้องประชาชนต้องยุ่งยาก ลำบาก หรือเกิดความเสียหายแต่อย่างใด

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีการประกาศบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2550 แล้วซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยหลักแล้วกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ผู้ที่ให้บริการดำเนินการเก็บข้อมูล ไม่ใช่ผู้ใช้บริการ สำหรับประชาชนทั่วไป ก็สามารถใช้บริการหรือดำเนินการต่างๆได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลหรือตื่นตระหนก

โดยภาครัฐให้ผู้บริการทำการเก็บข้อมูล ก็เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ใช้ในการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายบ้านเมืองในคดีต่างๆทุกประเภท อาทิ คดีความมั่นคง คดีฉ้อโกง หลอกลวง หมิ่นประมาท หรือเกี่ยวกับความผิดทางคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ถือได้ว่าเกิดประโยชน์แก่สาธารณะ

ซึ่งที่ผ่านมาในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีฉ้อโกงประชาชน หรือคดีที่มีมูลค่าความเสียหายมากและผู้เสียหายจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ สืบสวนสอบสวนจนสามารถนำสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย จากการใช้ข้อมูลในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อีกทั้งยังถือเป็นหลักสากล ที่นานาประเทศ ก็ดำเนินการในลักษณะคล้ายกับประเทศเรา ที่กฎหมายบังคับเช่นนี้ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง รักษาความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งในปัจจุบันการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือบนโซเชียลมีเดีย นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

บทความก่อนหน้านี้เจโฮป บีทีเอส ส่งซิงเกิลเดี่ยวติดชาร์ตบิลบอร์ด พร้อมท่าเต้นสุดฮิต
บทความถัดไปบิณฑ์ โต้ทุกดราม่า! เคลียร์ปมเงินบริจาคเหลือ 317 ล้าน สรรพากรพูดถึงภาษีย้อนหลัง