จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ข้อความ จากทวิตเตอร์ S. Finn‏ @imageswift13 ซึ่งพบว่าเป็นของนักร้องสาวเสียงดี อิมเมจ เดอะวอยซ์ โดยทวีตข้อความแรง ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่า “ประเทศเฮงซวย จะอีก 50 ปี อีกพันปีก็ไม่เจริญขึ้นหรอก ยิงกูดิ” โดยพบว่า ในเวลาต่อมามีการลบข้อความดังกล่าวไป

ล่าสุด “อิมเมจ เดอะว้อยซ์” ให้สัมภาษณ์เปิดใจเป็นครั้งแรกหลังเกิดกระแสดราม่า ทวิตเตอร์ ไม่พอใจรถเมล์มาช้า หลังรอ 2 ชั่วโมง ว่าก่อนอื่นต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าตัวเองคิดน้อยไปหน่อยที่ทวิตเตอร์ด้วยภาษาที่หยาบคาย เสียใจที่คิดน้อยไปหน่อย ขอโทษเด็กๆ และเยาวชนที่ใช้ภาษาไม่สุภาพ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นยอมรับว่า กินข้าวไม่ลง วิตกจริต แม้จะเดินไปตามถนนก็ยอมรับว่ากลัว กับกระแสที่เกิดขึ้นเพราะมันค่อนข้างรุนแรง เพราะตั้งแต่เกิดมาครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในชีวิต เครียดมาก

จากกระแสดราม่าเกิดขึ้นของแยกเป็น 2 เรื่อง คือ 1.เรื่องของการใช้คำพูดหยาบคาย คิดน้อยไปก่อนเขียนทวิตเตอร์ เรื่องนี้ขอโทษ ขอโทษจากใจจริง ส่วนเรื่องที่ 2.คือ การขนส่งมวลชน เรื่องนี้ยอมรับว่ายังคิดแบบที่พูดอยู่ ว่าระบบขนส่งมวลชนของไทย มันใช้ไม่ได้ในฐานะคนใช้จริง พบมีข้อบกพร่อง ระบบขนส่งมวลชนมีช่องโหว่เยอะเกินไป ถ้าสังเกตรถตู้เป็นเอกชนในเวลาเร่งด่วน เส้นทางจตุจักร-มีนบุรี ไม่เคยพอ ทำไมไม่บริหารจัดการ ส่วนรถเมล์สาย 26 ก็นานเกินชั่วโมงกว่าจะมาคัน

กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นมี 2 ฝั่ง ส่วนตัวขอบคุณทุกกำลังใจ เพราะยอมรับว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องกินข้าวไม่ลง แต่เมื่อมีการอ่านคอมเม้นท์ ที่บอกให้เราสู้ ให้เราเข้มแข็ง ก็มีกำลังใจขึ้นมาก ขอบคุณมาก ส่วนอีกฝั่งที่ออกมาด่าว่าเรา ฝั่งนี้ก็ยังขอบคุณอยู่ ยอมรับผิดจริงใช้คำไม่สุภาพ คิดน้อยไป ต้องยอมรับทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีใครผิดใจถูก คนเราสามารถคิดต่างได้ ขอบคุณที่ทำให้เราเห็นอีกมุมมองที่เราไม่คิด อิมเมจ เกิดมาในครอบครัวที่มีความคิดหลากหลาย เปิดกว้างกับทุกความคิด โตมาท่ามกลางความแตกต่าง ทุกคนมีสมองเป็นของตน

อิมเมจขอโทษที่พูดจาไม่สุภาพในทวิตเตอร์ แต่เรื่องของระบบขนส่งมวลชนไทยที่มีไม่เพียงพอต้องยอมรับว่า มันเป็นความจริงไม่เปลี่ยน อิมเมจนั่งรถเมล์รถตู้มาตั้งแต่สมัยมัธยม นั่งมาหลายปีมันก็ไม่ดีขึ้น แต่ตอนมัธยมไม่หนักมาก เพราะเลิกเรียนประมาณ 3 โมงเย็น ก็รีบกลับบ้าน นั่งรถเมล์ประมาณ 2 ชั่วโมงไม่เกิน 6 โมงเย็นก็ถึงบ้าน

แต่พอมาเข้ามหาวิทยาลัย เรียนที่ท่าพระจันทร์ บ้านอยู่มีนบุรี เลิกเรียนพร้อมๆ กับคนทำงาน ช่วงนี้คือวิกฤตชีวิต เพราะทุกคนต้องรอเวลากลับบ้าน ส่วนตัวต้องขึ้นรถเมล์ 2 ต่อ คือจากท่าพระจันทร์ไปลงหมอชิต ต่อจากหมอชิตไปที่มีนบุรี มี 2 ทางเลือกคือ รถตู้ ซึ่งในเวลาเลิกงานคิวยาวมาก ส่วนอีกทางคือรถเมล์สาย 26 เป็นรถเมล์ที่ใช้ตั้งแต่มัธยม นานมากกว่ารถเมล์จะมาคันหนึ่ง ชั่วโมงหนึ่งมา 1 คัน แล้วก็เต็ม เบียดกันขึ้นไม่ได้ และหนักสุดคือวันที่เกิดเหตุออกจากมหาวิทยาลัย 4 โมงเย็น ถึงหมอชิตประมาณ 6 โมงเย็นกว่าจะได้ขึ้นรถ 2 ทุ่มถึงบ้าน 4 ทุ่ม ยอมรับว่าเครียด

ถ้าเป็นไปได้อยากให้ปรับปรุง แต่จากนี้คงยังต้องใช้รถขนส่งมวลชน หรือรถเมล์ต่อไป เหมือนเดิมเพราะมองว่าการมีรถเป็นภาพ ทั้งรถติด ทั้งปัญหาที่จอดไม่เพียงพอ ก็คงไม่มีทางเลือกมากกว่านั่งรถเมล์ต่อไป จ่ายภาษีไปเรื่อยๆ และหวังภาครัฐหรือผู้เกี่ยวข้องจะเอาเงินภาษี่เราจ่ายไปปรับปรุงในสิ่งที่ยังไม่ดี บกพร่องให้ดีขึ้น จะให้ใช้อูเบอร์ หรือแกร็บ แท็กซี่ ยอมรับคงแบกรับภาระไม่ไหว เมื่อไม่มีทางเลือก ก็ต้องใช้ขนส่งมวลชนต่อไป นอกจากนี้ยังได้ทวิตเตอร์เรื่องขนส่งมวลชนบ่อย และไม่ใช่ครั้งแรกที่ทวิตเตอร์เรื่องขนส่งมวลชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน