9 ข้อ ต้องรู้จัก! "อุ๊ หฤทัย" จากนักร้อง "ไม่รักดี" สู่ "นักสู้ฝีปากกล้า" บนเวทีการเมือง

5 พ.ย. 2563 - 11:52 น.

นาทีตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “อุ๊ หฤทัย” ว่าก่อนจะเบนเข็มมาทางการเมือง จนมีฝีปากที่แซ่บขนาดนี้ ย้อนไป 20 ปีก่อน อุ๊ หฤทัย คือนักร้องชื่อดังที่มีน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ และทรงพลังคนหนึ่งของวงการ กับเพลงฮิตที่ดังข้ามยุคข้ามสมัย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ 9 ข้อสรุปของ “อุ๊ หฤทัย” เพื่อรู้จักเธอให้ดีกว่าเดิม

1. หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ อุ๊ ปัจจุบันอายุ 46 ปี เป็นคนกรุงเทพฯ แต่กำเนิด อุ๊ หฤทัย มีความสนใจเรื่องศิลปะเป็นพิเศษ จึงศึกษาต่อที่วิทยาลัยช่างศิลป กรมศิลปากร ด้วยความชื่นชอบและรักในการร้องเพลง เพราะคุณพ่อคุณแม่ชอบฟังเพลง และพาไปดูคอนเสิร์ตทำให้ อุ๊ หฤทัย เลยทำให้เธอมีความสนใจในเรื่องดนตรีมากยิ่งขึ้น

2. อุ๊ หฤทัย เริ่มจากการร้องเพลงในร้านอาหารตอนกลางคืน ก่อนที่น้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไปเข้าตาค่าย มอร์ มิวสิค ภายใต้การดูแลของ อัสนี โชติกุล ในปี 2540 ได้ออกเทปครั้งแรก ในนามของวง เปเปอร์แจม ก่อนจะออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว เพลงดังติดหูหลาคนคงไม่พ้นเพลง ไม่รักดี ,แค่หลับตา, จะภาวนา และตำนานคนโชคดี เป็นต้น

3. นอกจากน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ และทรงพลังแล้ว อุ๊ หฤทัย ยังเคยมีกิจการค่ายมวยไทยของครอบครัว โดยใช้ชื่อค่ายว่า “ลูกเจ้าแม่เข็มทอง” รวมถึงร้านจำหน่ายกางเกงมวย “ลุมพินีช็อป” เหตุผลที่มาทำค่ายมวย เป็นเพราะว่าอยากจะกระตุ้นวงการมวยไทย และให้คนไทยหันมาสนใจมวยไทยให้มากขึ้น

4. ด้านชีวิตรัก อุ๊ หฤทัย นั้นมีครอบครัวที่อบอุ่น และใช้ชีวิตร่วมกับสามีมาตั้งแต่ปี 2547 และเป็นคุณแม่ลูกสอง ของ “น้องพุทธคุณ” ลูกชายคนโต และลูกสาวคนเล็กอย่างน้อง “น้องภูรดา”

5. เมื่อปี 2561 อุ๊ หฤทัย ได้ออกมายืนยันการพิสูจน์ภาพวาดสีน้ำมันที่เธอครอบครองว่า เป็นผลงานของ วินเซนต์ แวนโก๊ะ จิตรกรก้องโลก ที่เธอซื้อมาในราคา 1,000 บาท ทั้งที่จริงมีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เธอกล่าวว่า สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ของไทย ตรวจสอบแล้วว่านี่เป็นภาพเก่าจริง แต่อย่างไรก็ตามทาง พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ เคยตรวจสอบแล้วบอกว่า “ไม่ใช่ผลงานของแวนโก๊ะ”



6. ด้านการเมือง อุ๊ หฤทัย มีความสนใจเรื่องการเมืองมานานแล้ว ช่วงเรียนช่างศิลป์ ก็เคยร่วม ชุมนุมในพฤษภาทมิฬ ต้องนอนคุกไป 2 คืน ช่วงปี 2535 หรืออาจเป็นเพราะดีเอ็นเอทางการเมืองที่สืบต่อมาจากรุ่นแม่ที่มักจะพาเธอไปร่วมรำลึก 14 ตุลา ของทุกปี

7. เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็มีความสนใจทางการเมืองมากขึ้นกว่าเก่า และลงเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เขตพระโขนงปี 2549 ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในปีนั้นเมืองไทยมีคนดังลงการเมืองเพียบ แต่ทุกคนก็สอบตกหมด ยกเว้นเพียง อุ๊ หฤทัย และยังรักษาตำแหน่งได้อีก 1 สมัย ในปี 2553

8. ในปี 2557 อุ๊ หฤทัย ยังเคยขึ้นเวทีปราศัยร่วมกับกลุ่ม กปปส. นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อขับไล่รัฐบาลที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อปี 2562 เธอกลับมาชิงพื้นที่สื่ออีกครั้ง จากการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างเผ็ดร้อน

โดยเฉพาะกับ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น และ “สุลักษณ์ ศิวรักษ์” เจ้าของนามปากกา ส. ศิวรักษ์ ผู้ซึ่งเป็นนักเขียน นักปรัชญา นักคิด และนักวิชาการคนสำคัญของไทย

จากซ้ายไปขวา อุ๊-หฤทัย ,ปิยบุตร แสงกนกกุล และ สุลักษณ์ ศิวรักษ์

9. ปัจจุบัน อุ๊ หฤทัย ยังรากฏตัวในสื่อหลักอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังเป็นกรรมการ กลุ่มไทยภักดี ของหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่มีภารกิจคัญคือการปกป้องสถาบันที่ ทั้งยังคอยออกตอบโต้กับกลุ่ม คณะราษฎร ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย จนชิงพื้นที่สื่อไปได้หลายต่อหลายครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ 9 ข้อ ต้องรู้จัก! "อุ๊ หฤทัย" จากนักร้อง "ไม่รักดี" สู่ "นักสู้ฝีปากกล้า" บนเวทีการเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง