ปีติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงพสกนิกรที่ถูกน้ำท่วม โปรดเกล้าฯ มอบถุงยังชีพพระราชทานให้ผู้ประสบภัยที่ จ.เลย ‘บิ๊กตู่’เรียกประชุมด่วนแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ อุตุฯ ยันพายุ‘ขนุน’สลายแล้ว แต่ฝนยังมาก ปภ.สั่ง 34 จว.ริมน้ำเตรียมรับมือน้ำท่วมสูง สุพรรณฯหนัก แม่น้ำท่าจีนเอ่อท่วมหลายอำเภอ ปทุมธานีก็โต้โซเชี่ยลลือประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก แตก ผู้ว่าฯกทม.ย้ำระดับแม่น้ำเจ้าพระยาไม่น่าห่วง ยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำอยู่มาก
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 16 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.โยธิน ประยูรโภคราช ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค 500 ถุง ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัย ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอวังสะพุง จ.เลย และเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1,000 ถุง ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยใน อ.เมืองเลย ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองเลย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ ในโอกาสนี้ พระราชทานอาหารแก่ราษฎรที่เดินทางมารับถุงพระราชทานด้วย สร้างความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
วันเดียวกันเฟซบุ๊กคณะทำงานนายกรัฐมนตรีที่ใช้ชื่อว่า gen.prayut chan-o-cha ทีมงานได้เผยแพร่ภาพพร้อมเนื้อหาที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เรียก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดทส. พร้อมข้าราชการที่เกี่ยวข้องหารือวงเล็กติดตามสถานการณ์น้ำและความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ การผันน้ำตะวันตก-ตะวันออก เส้นทางใหม่ระบายน้ำลงอ่าวไทย ฯลฯ รวมทั้งแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยขณะนี้
ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือประชาชนประสบปัญหาน้ำท่วม ว่า ทหารทุกหน่วยเข้าไปช่วยเหลือประชาชน อีกทั้งทางพล.อ.ประยุทธ์ให้ทหาร ตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย เร่งช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง
ด้านพล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะรองผอ.รมน. ให้กอ.รมน.จังหวัด บูรณาการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) , หน่วยแพทย์, หน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยงานภาคประชาชนและภาคประชาสังคม เพื่อการปฏิบัติงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที
ส่วนที่ บก. ทบ.พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เปิดเผยผลการประชุมสำนักงานเลขาธิการคสช. โดยมีพล.อ.เฉลิมชัย ในฐานะเลขาธิการคสช.เป็นประธานการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้ทุกส่วนเร่งช่วยกันเข้าคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำที่เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทย (มท.) และกกล.รส.ในพื้นที่ รวมถึงกรมชลประทานร่วมกันเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้กกล.รส.จัดกำลังเข้าเสริมให้กับ กทม. ในสถานีสูบน้ำและจุดระบายน้ำต่างๆ เพื่อให้การระบายน้ำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งการประสานกับตำรวจเสริมกำลังด้านอำนวยการจราจรในช่วงฝนตกหนัก
ด้านพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกโรงพักจัดเตรียมสถานที่สำหรับการเป็นจุดพักพิงให้กับผู้ประสบอุทกภัย ทั้งในส่วนของ สภ., สภ.ย่อย และจุดบริการประชาชน ทั้งหมดต้องเป็นสถานที่พักพิงให้กับผู้ประสบอุทกภัยตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกันยังคงมีการจัดส่งกำลังตำรวจเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน และทำงานร่วมกำลังผสมร่วม 3 ฝ่าย ลำเลียงสิ่งของจากพื้นที่ประสบภัย ตรวจสอบปริมาณน้ำและการแจ้งเตือนต่างๆ ให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์ที่ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงตั้งชุดเฉพาะกิจสายตรวจทางน้ำออกตรวจพื้นที่ประสบอุทกภัย ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจจะเข้ามาออกอาละวาดซ้ำเติมผู้ประสบภัยอย่างเข้มงวดตลอดทั้ง 24 ช.ม.
วันเดียวกันเวลา 17.00 น. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุฯ เรื่องพายุขนุนฉบับที่ 14 ความว่า พายุดีเปรสชัน ‘ขนุน’ อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ยแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบน โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย
อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยม วิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้
นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีปภ. เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำฝน น้ำท่า รวมทั้งการระบายน้ำเพิ่มของเขื่อนอุบลรัตน์ และน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง น้ำไหลหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ และน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำของแม่น้ำสายต่างๆ ในช่วงวันที่ 15-30 ต.ค. จึงประสาน 34 จังหวัดริมแม่น้ำ ประกอบด้วย แม่น้ำลาว ได้แก่ เชียงราย แม่น้ำยม ได้แก่ แพร่ พิษณุโลก สุโขทัย และพิจิตร แม่น้ำปิง ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ตาก และกำแพงเพชร
แม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทุบรี และสมุทรปราการ แม่น้ำป่าสัก ได้แก่ เพชรบูรณ์ และลพบุรี แม่น้ำสะแกกรัง ได้แก่ อุทัยธานี แม่น้ำท่าจีน ได้แก่ สุพรรณบุรี และนครปฐม แม่น้ำชี ได้แก่ หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และกาฬสินธุ์ และแม่น้ำมูน ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ส่วนที่เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก นายวรพจน์ วรพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ฝ่ายปฏิบัติการ ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความในโซเชี่ยลมีเดียว่า ขณะนี้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนใหญ่มีระดับการกักเก็บน้ำอยู่ในขั้นวิกฤต และจะระบายน้ำจากเขื่อนอีกกว่าวันละ 100 ล้าน ลบ.ม. ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และจะทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
เนื่องจากเขื่อนภูมิพลได้หยุดการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา กฟผ. ขอยืนยันว่าไม่มีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลตามที่เป็นข่าว และยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกร้อยละ 30 ของความจุ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ด้านเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็น 50 ล้าน ลบ.เมตรต่อวัน ตามแผนการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเป็น วันที่สาม โดยที่ในขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์มีจำนวน 2,843 ล้าน ลบ.เมตร หรือร้อยละ 116 ของความจุอ่าง ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำพองและแม่น้ำชีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกชั่วโมง โดยเฉพาะน้ำจากแม่น้ำพองเอ่อล้นเข้าลำห้วยพระคือเข้าท่วมหมู่บ้าน บ้านผือ ต.พระลับ บ้านปากเปือย บ้านคุยโพธิ์ และบ้านบึงเนียม ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น ต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องต้องจมน้ำกว่า 10,000 ไร่
สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำลงเหลือ 2,598 ลบ.ม.ต่อวินาที จากเดิมที่เมื่อวานระบายอยู่ที่ 2,616 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี 2,594 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทรงตัว ประชาชนในเขตน้ำท่วมยังใช้ชีวิตกันตามปกติ
ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี แม่น้ำท่าจีนยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้บ้านเรือนถูกน้ำท่วมในหลายอำเภอ ตั้งแต่ อ.เมือง อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง เนื่องจากเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะนี้ทางจังหวัดประกาศเตือนให้เร่งยกของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ต้องนำกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำกันตลอด 24 ช.ม.
ด้าน ส.จ.ธงชัย กล่ำจตุรงค์ ส.จ.เขต อ.บางปลาม้า นำผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของชาวบ้านในพื้นที่ ต.จระเข้ใหญ่ ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า หลังเมื่อเช้าที่ผ่านมา น้ำจากประตูระบายน้ำสามกั๊ก ประตูลาดชะโด น้ำมีระดับสูงขึ้นเอ่อท่วมถนนเส้นทางสัญจรในหมู่บ้านเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตรบางจุดท่วมสูงต้องปิดถนน และประกาศเตือนชาวบ้านให้เร่งยกของขึ้นที่สูง เนื่องจากขณะนี้มีการผันน้ำมาสู่ทุ่งจระเข้ใหญ่ อ.บางปลาม้า จึงทำให้ระดับปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรองรับฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ขอแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ได้กำชับทุกหน่วยงาน ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากลักษณะพื้นที่ราบลุ่มต่ำกว่าแม่น้ำเจ้าพระยา การระบายน้ำในช่วงวิกฤต จึงต้องใช้ระบบปิดล้อม อาจกระทบต่อผิวการจราจรบ้างในบางจุด จึงยอมรับว่ามีความเป็นห่วง หากมีฝนตกหนัก
ส่วนสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาและน้ำทะเลหนุนสูง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เนื่องจากคันเขื่อนคอนกรีตริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความสูงเพียงพอ ที่จะไม่ทำให้น้ำเอ่อเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน แต่บ้านนอกคันกั้นน้ำอาจได้รับผลกระทบในบางพื้นที่ สำหรับการแจ้งเตือนประชาชนนอกจาก ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ยังให้ทุกสำนักงานเขตลงพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนถึงหน้าบ้าน เฉพาะในจุดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักจะแจ้งล่วงหน้า 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงก่อนฝนตก
นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายธานินทร์ เนื่องทศเทศ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานีพร้อมด้วยตัวแทนนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี ตรวจสอบประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก ม.3 ต.บางกะดี เพื่อตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมและชาวบ้าน
หลังจากสื่อออนไลน์โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กโพสต์ข้อความว่า ประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก แตกน้ำทะลัก พ่อค้าแม่ค้าชาวปทุมธานีหวั่นน้ำท่วม หลังประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก จุดใกล้วัดศาลเจ้า มีรอยรั่วขนาดใหญ่ น้ำเริ่มทะลักสูงขึ้นขณะที่เครื่องสูบน้ำเสียหายหลายจุด จากการตรวจสอบพบว่าจุดรั่วซึมนั้นมีการรั่วซึมของน้ำอยู่ที่ 1 วินาทีต่อ 1 คิว ขณะที่เครื่องสูบน้ำสามารถสูบน้ำได้ที่ 1 วินาทีต่อ 24 คิว จึงเชื่อมั่นว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอ กรณีประตูระบายน้ำนั้นจะแตกตนเองยืนยันได้ว่าไม่เป็นความจริง










