เราชนะ รอบแรกผ่าน 5.8 ล้านคน คลังแนะโหลดแอพฯเป๋าตัง รอรับโอนเงิน 18 ก.พ. โอนสัปดาห์แรก 2,000 บาท ทยอยโอนทุกวันพฤหัสบดีสัปดาห์ละ 1,000 บาท จนครบวงเงิน 7,000 บาท
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

วันที่ 8 ก.พ. น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากมาตรการ เราชนะ ผ่านเว็บไซต์ แล้วกว่า 10 ล้านคน โดยในวันนี้ (8 ก.พ.) เป็นวันแรกเปิดให้กลุ่มผู้ลงทะเบียนตรวจสอบรายชื่อรับสิทธิ์ ซึ่งมีผู้ผ่านคุณสมบัติแล้ว 5.8 ล้านคน และจะทยอยประกาศผู้ที่ได้รับสิทธิ์ต่อเนื่อง ไปจนครบกำหนดลงทะเบียนในวันที่ 12 ก.พ.
- เช็กเลย! กลุ่มลงทะเบียน เราชนะ ใครได้-ไม่ได้สิทธิเงิน 3,500บาท 2เดือน
- เปิด 3 กลุ่มต้องกดยกเลิกสิทธิ “เราชนะ” 18 ก.พ. เตือนระวังถูกเรียกเงินคืน
- เราชนะ ถึงคิวคนไม่มีสมาร์ตโฟน ลงทะเบียนที่กรุงไทย จัดหน่วยเคลื่อนที่ช่วย
“ในจำนวน 10 ล้านคนที่มาลงทะเบียน คลังทยอยตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มที่มาลงทะเบียนแรก ๆ ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้น กลุ่มที่เพิ่งจะลงทะเบียน อาจจะยังประกาศไม่ครบ ซึ่งคลังจะเร่งพิจารณาผู้ที่มาลงทะเบียน ไม่ได้หมายความว่า จะมีผู้ผ่านคุณสมบัติเพียง 5.8 ล้านคนจาก 10 ล้านคน”น.ส.กุลยากล่าว
น.ส.กุลยา กล่าวว่า ผู้ผ่านการตรวจสอบสิทธิแล้ว หากยังไม่มีแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ขอให้รีบยืนยันตัวตนให้สำเร็จ เพื่อได้รับเงินโอนสัปดาห์แรก 2,000 บาท ทันวันที่ 18 ก.พ. จากนั้นจะทยอยโอนทุกวันพฤหัสบดีสัปดาห์ละ 1,000 บาท จนครบวงเงิน 7,000 บาท
ส่วนผู้ไม่ผ่านการคัดกรองทั้งในส่วนของผู้ใช้สิทธิคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ หากเห็นว่าผลคัดกรองไม่ถูกต้อง สามารถกดปุ่มขอทบทวนสิทธิตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.เช่นกัน
ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการดาวน์โหลด อ่าน ส่ง หรือแชร์ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับโครงการเราชนะอย่างรอบคอบ เพราะปัจจุบันในส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเราชนะ รัฐบาลได้จัดทำเฉพาะเว็บไซต์ www.เราชนะ.com และแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง เท่านั้น ส่วนเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโครงการเราชนะของรัฐบาลและกระทรวงการคลังแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิด จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง
นอกจากนี้ คลังขอเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมแอบอ้างโดยมีเจตนาหลอกลวงหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว โดยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และหากพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที