เผยกฎ ก.ตร. เปิดเก้าอี้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ หลังถูกโอนจากข้าราชการพลเรือน กลับมาเป็นตำรวจ ลุ้นนั่ง ‘ผู้ช่วย ผบ.ตร.’สะพัดอ้างแต่งตั้งเมษายนนี้
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
จากกรณี นายวิษณุ เครืองาม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลับมาดำรงตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ขณะที่ นายกรัฐมนตรี เผยว่า ไม่ใช่เรื่องการลงนาม ซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมาย และเป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะเสนอชื่อมายังนายกฯ เมื่อตรวจสอบแล้วยังไม่ได้ข้อยุติ ก็ส่งกลับไปสอบต่อ
- อ่านข่าว ‘บิ๊กโจ๊ก’ จ่อคัมแบ๊ก! ‘บิ๊กตู่’ ยอมรับส่งตัวกลับไปสอบที่สตช. ลั่นไม่มีปัญหา
- อ่านข่าว ป้าไพ VS คนขายลอตเตอรี่ ปมหวย 12 ล้าน ลั่นไม่รู้ขายให้ใคร รับคำท้าสาบาน
- อ่านข่าว เปย์แฟนตำรวจ ส่งเรียน กู้หมดหลายแสน สุดท้ายแฟนไปทำน้องสะใภ้ท้อง
ล่าสุดวันที่ 9 มี.ค.64 มีรายงานว่า ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจ หรือการโอนพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547 ข้อ 4 ให้ผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานที่มีผู้ยื่นคำขอโอน พิจารณารับโอนโดยคำนึงถึงอายุตัว อายุราชการ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ความชำนาญของผู้ขอโอนเปรียบเทียบกับข้าราชการตำรวจผู้รับราชการในหน่วยงาน และประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ
เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าการรับโอนผู้นั้นมารับราชการทางสังกัดแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ ให้เสนอตำแหน่ง ชั้นยศ และอัตราเงินเดือนที่จะใช้รองรับการโอน พร้อมทั้งรวบรวมรายละเอียดข้อมูล หลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับประวัติการรับราชการ และประวัติส่วนตัว หน้าที่การงานของตำแหน่งที่จะรับโอน เหตุผลความจำเป็นที่ต้องรับไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาตามขั้นตอนสำนักนายกรัฐมนตรีต้องส่งเรื่องมาให้สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ประมวลเรื่องเสนอให้ ผบ.ตร. พิจารณา ว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มีคุณสมบัติ จะกลับมาดำรงตำแหน่งใด หากไม่มีเก้าอี้ว่าง ผบ.ตร. ต้องเสนอ ก.ตร. ขอกำหนดตำแหน่ง จากนั้นส่งเรื่องให้ ก.ต.ช. เห็นชอบ และส่งเรื่องกลับมาให้ ก.ตร. แต่งตั้งตัวบุคคล จากนั้นส่งเรื่องให้มีพระบรมโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ซึ่ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ โอนย้ายจากตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามขั้นตอนสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมคือ ผู้บัญชาการ หรือตำแหน่งเทียบเท่า หรือในตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยมีกระแสว่าอาจจะมีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไปพร้อมกันในวาระเมษายน ซึ่งจะมีเก้าอี้ว่างหลายตำแหน่ง
อย่างไรก็ตามขณะที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ถูกย้ายพ้นตำแหน่ง ผบช.สตม. เป็นไปตามคำสั่ง คสช. เนื่องจากถูกร้องเรียน หากส่งตัวกลับมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องที่ถูกร้องเรียนต่อ ซึ่งต้องดูว่ามีคำสั่งแนบท้ายให้สอบสวนต่อด้วยหรือไม่ หากมี ก็มีแนวโน้มว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะถูกส่งไปนั่งในตำแหน่งผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ