นักวิชาการศึกษาวิเคราะห์ ทำไมเพลง ‘ทรงอย่างแบด’ จึงฮิตในวัยรุ่นฟันน้ำนม เผยเด็กถูกกดทับจากโควิด-19 กำลังส่งเสียงให้ผู้ใหญ่เลิกกดทับ ขอเล่นอย่างสนุก

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.66 นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า จากปรากฏการณ์เพลงทรงอย่างแบด (Bad Boy) ของ Paper Planes โด่งดังในกลุ่มเด็กอนุบาลจำนวนมาก ในฐานะนักการศึกษาที่ทำงานเด็กและเยาวชนมายาวนาน การที่เด็กพร้อมใจกันร้องเพลงนี้ และพร้อมกันระเบิดเสียง ระเบิดอารมณ์ครั้งใหญ่

อาจจะมาจากเด็กถูกกดทับจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เป็นเวลานาน ทำให้เด็กไม่ได้ออกไปเรียน ไปเล่น ไม่ได้เข้าสังคม ไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กับเด็กวัยเดียวกัน ต้องเล่นคนเดียว และเมื่อเปิดให้เรียนออนไซต์ เด็กก็ยังไปโรงเรียนแบบกล้าๆ กลัวๆ เพราะพ่อแม่ยังกำชับให้เด็กใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า การระเบิดอารมณ์ของเด็ก เป็นการส่งเสียงให้ผู้เกี่ยวข้อง ผู้บริหาร พ่อแม่ผู้ปกครอง ปลดหน้ากากอนามัยออกจากเด็กได้แล้ว เพราะเป็นธรรมชาติของเด็กที่ยังต้องเรียนรู้ภาษากายระหว่างกัน แต่เด็กกลับถูกปิดหน้ากากมายาวนาน ตนมองว่าการระเบิดอารมณ์ของเด็ก อาจจะสะท้อนว่า ผู้ใหญ่ควรเลิกกดทับเด็กเสียที เลิกห้ามเด็กเสีย ให้เด็กได้เล่นอย่างสนุกสนาน ได้เล่นส่งเสียงอย่างสบายใจ

“ผมมองว่านี่เป็นปรากฏการณ์ของเด็กที่ระเบิดจากภายใน เป็นการส่งเสียงเรียกร้องสิทธิของเด็กฟันน้ำนม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะปลดหน้ากากอนามัยให้นักเรียน ทางการแพทย์แนะนำว่า ควรถอดหน้ากากอนามัยได้แล้ว เพราะโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว แต่พ่อแม่ และครู ยังไม่ยินยอม

เพราะยังกลัวว่าเด็กติดเชื้อโควิดอยู่ แต่ผมอยากให้ทุกคนรับฟังเสียงของเด็ก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และท้องถิ่น ควรหารือว่าจะมีวิธีการไหนลดความเครียด ความกดดันจากโควิด-19 ให้เด็กเหล่านี้บ้าง หรืออาจจะค่อยๆ ให้เด็กถอดหน้ากากอนามัยเป็นขั้นเป็นตอน เช่น ให้ไปฉีดวัคซีนโควิด-19 เวลาอยู่ที่ปลอดโปร่งก็ให้เด็กถอดหน้ากากอนามัยบ้าง เป็นต้น” นายสมพงษ์ กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน