เมียฝันร้าย เห็นผัวคอขาด เป็นห่วงแทบตาย สุดท้ายจับได้พากิ๊กซุกโรงแรม หอบหลักฐานเตรียมฟ้อง แต่กิ๊กขู่ฟ้องกลับ ช้ำหนัก ผัวสั่งให้ไปขอโทษด้วย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 มิ.ย.2566 นางสุนิสา (ขอสงวนนามสกุล) เปิดเผยกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ กรณีฝันร้ายเห็นสามีคอขาด ตามหาด้วยความเป็นห่วง สุดท้ายจับได้สามีพากิ๊กเข้าโรงแรม หอบหลักฐานเตรียมฟ้อง แต่เจอกิ๊กขู่ฟ้องกลับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่า ตนและสามีเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา วันเกิดเหตุคือวันที่ 15 มิ.ย.66 เวลาประมาณ 16.35 น. สามีโทรมาบอกว่าจะไปต่อกะ ส่วนตนเลิกงาน 17.00 น. ซึ่งปกติตนจะโทรหาสามีหลังเลิกงานอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าวันนั้นสามีไม่รับโทรศัพท์ แต่ตนไม่ได้เอะใจอะไร
นางสุนิสา กล่าวต่อว่า ต่อมาเวลา 18.00 น. ตนก็พยายามติดต่อสามีอีก ซึ่งสามีก็ไม่รับโทรศัพท์ จึงพยายามโทรหาเรื่อย ๆ จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. และด้วยความเป็นห่วง จึงโทรหารุ่นน้องที่โรงงานว่าเห็นสามีตนหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครเห็น จากนั้นก็เริ่มใจไม่ดีขี่รถตามหาสามีถึงเที่ยงคืน ก็หยุดตามหาเนื่องจากดึกแล้ว อีกทั้งตนพาลูกไปด้วย จึงกลับบ้านไปนอน และคิดว่าหากสามีเป็นอะไรก็คงมีคนติดต่อมาหาตน
นางสุนิสา กล่าวอีกว่า จนถึงช่วงเช้าของวันที่ 16 มิ.ย. สามีก็ไม่ได้กลับบ้านมา ตนก็ได้ไปส่งลูกที่โรงเรียน และกำลังจะไปทำงาน ซึ่งโรงแรมที่อยู่ในคลิปนั้น เป็นทางผ่านที่ตนจะต้องผ่านไปทำงาน และคิดว่าหากสามีไม่กลับบ้านก็คงต้องอยู่โรงแรม ตนจึงขี่รถเข้าไปยังโรงแรมดังกล่าว และก็พบกับรถของสามีจริง ๆ ซึ่งตอนนั้นตนทำอะไรไม่ถูก จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอ และยืนเคาะประตูอยู่ 3 นาที ก่อนที่สามีจะเปิดประตูออกมา
นางสุนิสา กล่าวว่า ตนจึงถามว่า “ทำไมทำกับหนูแบบนี้ หนูตามหาทั้งคืน” และหันไปถามผู้หญิงว่า “ไม่รู้เหรอว่าเขามีเมีย มานอนกับผัวคนอื่นแบบนี้” ซึ่งทางด้านผู้หญิงก็ตอบกลับมาว่า “ไม่รู้” ตนก็ถามกลับไปอีกว่า “ไม่รู้ได้ยังไง เพราะข้างกระจกเบาะซ้ายมีสติ๊กเกอร์ติดไว้อยู่ว่า เบาะซ้ายที่นั่งเมีย” ซึ่งทางสามีก็บอกตนว่า “มีอะไรกลับไปคุยกันที่บ้าน”
นางสุนิสา กล่าวด้วยว่า แต่ตนตอบกลับไปว่า “ถ้าทำแบบนี้ ไม่มีอะไรต้องคุยแล้ว” และถามกลับไปทางผู้หญิงว่า “ตนเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมายนะ มานอนกับผัวคนอื่นแบบนี้ไม่อายเหรอ” และก็ไม่มีท่าว่าอายหรือกลัวแต่อย่างใด
นางสุนิสา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนและสามีจดทะเบียนสมรสกันมา 4 ปีแล้ว และเคยจับได้ว่าสามีนอกใจมาแล้ว 1 ครั้ง และให้สัญญาว่าจะไม่ทำอีก แต่ในตอนนั้นตนเห็นเพียงแชท ไม่ได้จับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ ตนจึงให้อภัย เห็นว่าหากทำผิดแล้วยอมรับผิดก็พร้อมให้อภัย แต่คราวนี้ตนเห็นกับตาแบบจะ ๆ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี สามีตนก็ทำอีก ส่วนผู้หญิงคนดังกล่าวตนเคยเห็นครั้งหนึ่งที่ตลาด เนื่องจากเป็นเพื่อนของรุ่นน้อง และเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าสามีเราเป็นใคร แต่ก็ยังทำ และครั้งนี้ตนไม่ให้อภัยเด็ดขาด
“อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.66 เราฝันเห็นว่าสามีหัวขาดหลุดจากบ่า แต่สามารถต่อคืนได้ จึงคิดในแง่ดีว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องแบบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีเมียคนไหนรับได้ เสียใจอยู่แล้ว ความรู้สึกตอนนี้มันจุกอกไปหมด มันร้องไห้ยู่ในใจตลอด ไม่คิดว่าจะต้องมายืนถ่ายสามีตัวเองยืนกับผู้หญิงคนอื่น เราทำงานหนักตลอด หาเลี้ยงครอบครัว วัน ๆ หนึ่งเจอกันแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำกับเราแบบนี้” นางสุนิสา กล่าว
นางสุนิสา กล่าวว่า อีกทั้งสามีและผู้หญิงขู่จะฟ้องตนกลับในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงโยนความผิดให้ตนว่า หากไม่เอาคลิปไปลงเรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้ ทั้งนี้ สามียังบอกอีกด้วยว่า “เขาจะไม่เอาความมึง แต่มึงต้องไปขอโทษเขา” และตนได้ติดต่อไปเจรจากับแม่ฝ่ายหญิงเพื่อจบเรื่องดังกล่าวเนื่องจากตนไม่มีเงินไปจ้างทนาย จึงเรียกค่าสินไหมทดแทน 50,000 บาท เนื่องจากต้องแบกรับภาระ และต่อไปจะไม่มีสามีช่วยแบกรับภาระดังกล่าว
นางสุนิสา กล่าวด้วยว่า แต่อีกฝ่ายกลับกลับขู่ว่าหากตนฟ้องเรียกค่าสินไหม เขาก็จะฟ้องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เช่นกัน และจะเรียกค่าเสียหาย 100,000 บาท แล้วตนจะไปหามาจากไหน อีกทั้งเรื่องนี้ตนเป็นฝ่ายถูกกระทำด้วยซ้ำ และก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าสินไหมเนื่องจากตนมีทะเบียนสมรส จึงตัดสินใจที่จะฟ้องชู้ และอยากให้เป็นกรณีตัวอย่างกับคนอื่น ๆ ว่าเราอย่าไปยอม เราไม่ใช่คนผิด ความผิดมันเกิดจากคน 2 คนที่ไม่รู้จักคิด มันไม่มีใครรับได้กับคำว่า “มือที่ 3” มีแต่จะทำลายครอบครัว และคนรัก
