การเมืองไทยวนกลับมาที่เดิม! ธนาธร-พิธา ถูกศาลสั่ง หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ในวันโหวตนายกฯ กลายเป็นข้อถกเถียงกันสนั่น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ รับคำร้อง กกต. มีคำสั่งให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ชั่วคราวระหว่างรอศาลวินิจฉัยกรณีถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จํากัด (มหาชน) พาบรรยากาศทั้งในสภาและนอกสภากำลังถกกันอย่างดุเดือด

เอกสารจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุเหตุผลในการสั่งให้ พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. อ้างเพียงข้อกฎหมายมาตรา 82 วรรคสอง ว่า “สำหรับคำขอของผู้ร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) “

“เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องอาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายและการคัดค้านโต้แย้งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมรัฐสภาและที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย”

ทำประชาชน แห่จับตามองว่า กรณีศาลฯ สั่งพิธาหยุดทำหน้าที่สส. ในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะเทียบเคียงได้กับเหตุการณ์ 4 ปีก่อนที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคอนาคตใหม่ ถูกสั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ก่อนโหวตเลือกประธานรัฐสภา หรือไม่

โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย กรณีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยวันที่ 23 พ.ค.62 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0

อย่างไรก็ตาม วันที่ 5 มิ.ย.62 รัฐสภาประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นมีชื่อ ธนาธร ถูกเสนอชื่อเพื่อลงมติเลือกเป็นนายกฯได้ แม้จะแพ้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปด้วยคะแนน 500 เสียง ต่อ ธนาธร 244 เสียงก็ตาม โดยครั้งนั้น ส.ว. 249 คน ลงคะแนนเลือกพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไม่แตกแถว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน