แฉมิจฯรูปแบบใหม่ ฉกข้อมูลส่วนตัว แขวนประจานโซเชียล บังคับคืนเงินที่ไม่ได้ยืม หลอกให้กรอกข้อมูลลงแอพฯ ไหวตัวทันแต่โดนคุกคามหนัก
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.66 น.ส.เกษศรินทร์ อินแดง เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ หลังเจอมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ โพสต์ประจาน แขวนบนโซเชียล อ้างเป็นหนี้สิน ไม่คืนเงิน ก่อนจะโทรไปคุกคามครอบครัว จนตนเองได้รับความเสียหาย
น.ส.เกษศรินทร์ กล่าวว่า เริ่มต้นจากตนไปสมัครสินเชื่อของธนาคารหนึ่ง เป็นโครงการรวมหนี้ ซึ่งตนสมัครทางเว็บไซต์เพื่อกรอกข้อมูล เมื่อกรอกทุกอย่างเสร็จแล้วมีการพูดคุยผ่านเจ้าหน้าที่ เมื่อเราทำเอกสารครบทุกกระบวนการ แต่มาเอะใจขั้นตอนสุดท้าย ที่ธนาคารอนุมัติวงเงินให้ 300,000 บาท แต่จะได้เงิน 300,000 นั้น ตนจะต้องโอนเงิน 25,000 บาทไปให้เจ้าหน้าที่ท่านนั้นก่อน เพื่อให้มีสเตทเม้นท์ และให้มีหนี้อยู่ในบัญชี
ตนเห็นว่าผิดปกติ จึงโทรไปสอบถามกับธนาคาร สุดท้ายได้รู้ว่ามิจฉาชีพหลอกมาเอาข้อมูลส่วนตัวของตนไป จึงได้ติดต่อเพื่อยกเลิกสินเชื่อ แต่ถูกมิจฉาชีพขู่กลับมาบอกว่า “ถ้ายกเลิกสินเชื่อตอนนี้จะเสียค่าดำเนินคดี 3,000 บาท” แต่ตนไม่สนใจ ตอบกลับไป “ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะติดต่อกลับธนาคารเอง” จากนั้นอีกฝ่ายก็เงียบหายไป
ถัดมาประมาณ 2 สัปดาห์ ก็มีสายแปลกๆ โทรเข้ามาบอกว่า “เราไปยืมเงินทางแอพพลิเคชั่นยืมเงินแอพหนึ่ง” ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่เคยยืมเงินเลย จากนั้นมีสายแปลกๆ โทรเข้ามาอยู่หลายครั้ง จึงได้โหลดแอพพลิเคชั่น Whoscall จึงทำให้เรารู้ว่าคนที่โทรมาหาตนทั้งวัน คือมิจฉาชีพทั้งหมด จึงไม่รับสายเลย ต่อมาเพื่อนที่รู้จักได้แคปหน้าจอของเฟซบุ๊กมาบอกว่า “เราไปยืมเงินแล้วไม่คืน” จากนั้นจึงไปเปิดดู คิดว่าน่าจะเป็นคนที่โทรมาหาเราตลอด
นอกจากนี้ยังพบมีการสร้างหลักฐานปลอม ลักษณะเหมือนคุยแชทกับตน ทั้งที่ตนไม่เคยรู้จักและไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน เพื่อให้คนในโลกโซเชียลได้รู้ว่าตนที่ยืมเงินแล้วไม่คืนจริง
น.ส.เกษศรินทร์ กล่าวว่า ตนกังวลใจจึงโพสต์ในเฟซบุ๊กของตัวเองว่าถูกมิจฉาชีพหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวไป พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ยืมเงินใครแน่นอน จากนั้นมิจฉาชีพคนดังกล่าวได้โทรไปหาพ่อ โทรหาเพื่อนสนิท ทักไปหาและโพสต์ประจานในเฟซบุ๊ก จนตนรู้สึกว่าถูกคุกคามหนัก และมิจฉาชีพคนดังกล่าว ก็โทรมามาทวงเงิน 3,500 บาท อ้างว่าเราไปยืมเงินมาแล้วไม่คืน ก่อนที่จะด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย จึงกังวลใจว่ามิจฉาชีพจะโทรไปคุกคามคนรอบข้าง ก่อนไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สภ.คลองหลวง
“จุดประสงค์ที่อีกฝ่ายโพสต์ต่อว่า เพราะต้องการนำเราไปแขวนในโลกโซเชียล โพสต์ประจานเพื่อให้เกิดความอับอาย และจะลบโพสต์ถ้าหากว่ายอมคืนเงินให้ ซึ่งเรามองว่านี่อาจจะเป็นมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ บางคนกลัวว่าจะเป็นเรื่อง ก็ยอมโอนให้เพื่อจบเรื่อง กรณีนี้จึงอยากฝากเตือนทุกคน ไม่ว่าจะทำเอกสารกรมธรรม์อะไร ก็อยากให้เช็กให้ละเอียด และเขียนในเอกสารนั้นให้รอบ ว่านำไปทำอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง” น.ส. เกษศรินทร์ กล่าว