ลูกสาวตัดพ้อ โดนพ่อเผารถ-เขียนว่า พาแม่หนีหัวซุกหัวซุน กลับถูกด่าเนรคุณ เผยอายุแค่นี้ ทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.67 คุณน้ำมนต์ เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังจากตัดพ้อ พ่อเผารถ ก่อนถูกพ่อข่มขู่ ต้องหนีหัวซุกหัวซุน เผยอายุแค่นี้ ทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
คุณน้ำมนต์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจโพสต์ลงโซเชียล เพราะเกิดความรู้สึกน้อยใจ เนื่องจากเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว พ่อกับแม่ทะเลาะกัน ตอนแรกคิดว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันตามปกติ แต่ไม่ใช่แบบนั้น เมื่อพ่อกับแม่เริ่มมีปากเสียงกัน และพ่อก็ไล่ตนกับแฟนให้ไปอยู่ที่อื่น จึงย้ายไปอยู่ที่อื่น เพื่อไม่อยากให้ทะเลาะกันเกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าข้างบ้านของตนโทรมาบอกว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันอีกแล้ว แต่ครั้งนี้พ่อใช้ปืนยิงปลามาขู่แม่ ข้างบ้านจึงกลัวว่าแม่จะไม่ปลอดภัย จึงได้รับแม่มาอยู่ด้วย
หลังจากนั้นพ่อตามมาที่ห้องพักที่อาศัยอยู่ แล้วก็มาเขียนฝากระโปรงรถของตนว่า “เป็นคนเนรคุณ พ่อเลี้ยงมาตั้งแต่ยังหาเงินไม่ได้” ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรและก็เอาผ้ามาเช็ดออก คิดว่าพ่อน่าจะอารมณ์ร้อน เดี๋ยวก็ดีกับแม่ ซึ่งวันต่อมาตนเห็นแม่คุยกับพ่อตามปกติ และแม่กำลังกลับเข้าบ้าน แต่กลับเย็นกว่าปกติ ทำให้มีปากเสียงกับพ่ออีกครั้ง พ่อให้ขนของออกจากบ้าน ทำให้รู้สึกกลัว จึงขนของกลับมาหาตนที่ห้องอีกครั้ง
วันต่อมาพ่อก็มาที่ห้องพักของตน แล้วใช้มีดสำหรับเดินป่ามาทุบกระจกรถ กรีดเบาะและเผารถ ทำให้เจ้าของอพาร์ทเมนท์จำเป็นต้องแจ้งความพ่อในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ ตอนนั้นตนไม่ได้เป็นคนแจ้งความ แต่กลับถูกพ่อต่อว่าป็นลูกเนรคุณ และหลังจากนั้นก็สู้คดีกันมา จนคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ตนกลับได้ยินพ่อนำเรื่องของตนและแม่มาต่อว่าเสียหาย ทำให้รู้สึกท้อมาก ที่ผ่านมาไม่เคยออกมาโพสต์อะไรเลย เพราะไม่อยากให้ใครมองพ่อไม่ดี แต่ความรู้สึกตอนนี้มันน้อยใจ ที่ถูกต่อว่าโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
บ้านของตนไม่ค่อยมี และพ่อเคยบอกว่าอยากได้รถ ตนก็ไปรับจ้างเก็บทุเรียนรายวัน ได้ค่าจ้างวันละ 500 บาท ตนก็เก็บเงินซื้อรถ เพราะอยากให้ครอบครัวมีรถใช้ เมื่อเก็บเงินได้ถึง 100,000 บาท ตนก็ไปออกรถ แต่กลับถูกพ่อต่อว่าอีก และไม่พอใจที่ออกรถคันนี้มา หาว่าซื้อรถตัดหน้าพ่อ ซึ่งตนรู้สึกน้อยใจ ไม่ได้ตั้งใจ จะซื้อรถตัดหน้า แต่อยากซื้อรถเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้กับพ่อ ไม่คิดว่าพ่อจะคิดกับต้นแบบนี้ เราออกรถก็เพราะอยากให้พ่อภูมิใจในตัวเรา แต่กลับถูกต่อว่าจะได้
ตอนนี้ตนไม่ได้ติดต่อกับพ่อเลย เนื่องจากหลังจากจบคดีตนได้ทักไปหาพ่อและถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่พ่อกลับส่งละครคุณธรรมมา ที่บอกว่ามีลูกเนรคุณ ทำให้หลังจากนั้นตนไม่ได้ติดต่อพ่ออีกเลย ซึ่งถ้าในอนาคตหากพ่อแก่เฒ่าและไม่มีคนดูแล ตนก็อยากบอกพ่อว่า ยังรักพ่อเหมือนเดิม และในอนาคตถ้าหากพ่อแก่ตนก็จะเป็นคนดูแลพ่อ ถ้าหากว่าพ่อต้องการ