หลายฝ่ายวอน ฟังเสียงให้รอบด้าน ชาวบ้านในพื้นที่ร้อง ‘แลนด์บริดจ์’ ทำลายท้องถิ่น อยากให้ทบทวนให้รอบคอบ อย่าใช้เป็นใบเบิกทาง
โครงการ ‘แลนด์บริดจ์’ หรือ สะพานเศรษฐกิจภาคใต้ เป็นการเชื่อมต่อระหว่าง 2 ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย และ อันดามัน เข้าด้วยกัน ระหว่าง จ.ชุมพร และ จ.ระนอง ใช้งบประมาณราว 1 ล้านล้านบาท
- รู้จัก “แลนด์บริดจ์” โปรเจ็กต์ยักษ์ เชื่อมอ่าวไทย – อันดามัน
- คุ้มไหม ? ‘แลนด์บริดจ์’ งบ 1 ล้านล้าน มีประโยชน์ – โทษ อย่างไร
อย่างไรก็ตามโครงการนี้ได้รับเสียงคัดค้าน โดยมองว่า “ได้ไม่คุ้มเสีย” และอาจส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมอันสวยงามในภาคใต้
ในช่วงไม่นานมานี้ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนรายงานการศึกษาแลนด์บริดจ์ จนเป็นประเด็นถกเถียงกัน
วันนี้ (23 ม.ค.) ในการประขุมวุฒิสภา นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้หารือต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้พิจารณาและดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ด้วยความรอบคอบ
รับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายให้รอบด้าน ทั้ง หน่วยงานของรัฐ, สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, นักลงทุน, นักวิชาการ
หลังจากเมื่อวานนี้ (22 ม.ค.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน ตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เพื่อดูสถานที่จริงซึ่งใช้ในการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์
ทำให้เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ที่มารวมตัวที่ จ.ระนอง ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในวันนี้ (23 ม.ค.)
โดยระบุว่าการพัฒนาที่เหมาะสมต่อศักยภาพของพื้นที่ จ.ระนอง และ จ.ชุมพร คือการยกระดับเรื่องธุรกิจภาคประมงและการเกษตรครบวงจร ซึ่งเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ตัวแทนประชาชนบอกว่า โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งไม่มีความคุ้มค่าการลงทุนกระทบต่อสภาพแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชนเป็นอย่างมาก จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรียกเลิกโครงการนี้ แล้วปรับเปลี่ยนไปเป็นโครงการพัฒนา ที่เหมาะสมต่อศักยภาพของพื้นที่ จ.ระนอง และ จ.ชุมพร
ล่าสุดมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเดินทางไปพบประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการแลนด์บริดจ์ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่แล้วเสร็จ เพื่อรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้านอีกครั้ง


