เปิดใจ อ.เหน่ง เผยชื่อยันต์ ที่ลงเข็มสักให้ ‘เอ็ด ชีแรน’ เป็นตำแหน่งยาก มีแค่หนึ่งเดียวในโลก

จากกรณีที่ศิลปินระดับโลกอย่าง เอ็ด ชีแรน มาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าตัวจะลงคลิปขณะไปสักยันต์กับอาจารย์เหน่ง จนคนไทยฮือฮา มองว่านี่เป็น Soft Power ของไทย

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 12 ก.พ.67 อาจารย์เหน่ง คุ้มมันตรารักษ์ ได้เปิดเผยกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ระบุว่า ทางทีมงานของเอ็ด ชีแรน ได้ติดต่อมาสักยันต์กับตนและวางแผนเตรียมงานมาร่วมเดือนแล้ว ซึ่งทางคุณเอ็ดเองมีความชื่นชอบในการสักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และอยากที่จะบันทึกลายสักของทุกประเทศที่เดินทางไป 1 ในนั้นก็คือลายสักจากของประเทศไทย

ซึ่งคุณเอ็ดนั้นเดินทางกลับมาไทยในรอบ 5 ปี ประกอบกับเป็นเพื่อนกับ Oliver Sykes นักร้องนำวง Bring Me The Horizon ที่เคยมาสักกับตนด้วย ทั้งนี้ที่ต้องมีการเตรียมการนาน เนื่องจากว่าเป็นการสักให้คนระดับโลก ก็ต้องทำให้สมบูรณ์แบบที่สุด รวมถึงในเรื่องของความสะอาด และปลอดภัย

อย่างไรก็ตามตนไม่ได้มีความรู้สึกประหม่าในการสักครั้งนี้แต่อยางใด โดยโจทย์ที่ตนได้รับมาคือ เขาอยากจะสักยันต์ที่ต้นขา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่หาคาถาลงค่อนข้างยาก เพราะคาถาบางบทก็ไม่ควรลงขา และต้องการสักยันต์ลายที่ไม่เหมือนใคร โดยต้องสักจากมือตน ตนจึงต้องคิดเรียบเรียง และผูกยันต์ใหม่ขึ้นมา ซึ่งยันต์นี้ส่งผลให้คุ้มครองตัว คุ้มครองความสุขที่อยู่กับตัว ส่งผลในเรื่องของความสำเร็จและชื่อเสียง

ทั้งนี้ส่วนตัวตนชอบในเรื่องของยันต์พระคาถาในเรื่องของการเงิน การงาน และชื่อเสียงโดยตรง จึงเรียนทางด้านนี้มามากเป็นพิเศษ โดยในสมัยก่อนบ้านเรามีคณะโขน ลิเก ก็ต้องอาศัยยันต์เหล่านี้ทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง ตนก็เลยประมวล และผูกยันต์ตัวนี้ขึ้นมาได้ และยันต์ตัวนี้จะมีความคล้ายกับยันต์ 8 ทิศ คือมีเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก และด้านเฉียง นั่นคือการปกป้องคุ้มครอง และชื่อเสียงที่แผ่ไปไกล และตนขอตั้งยันต์นี้ว่า “ยันต์จตุทิศ”

โดยความหมายของ ยันต์จตุทิศ นั้น ส่วนตัวมีความเชื่อในเรื่องของคุณของพระคาถา ที่จะส่งผลในเขาเกิดพลัง และความมั่นใจในการที่ทำให้เขานำไปใช้ชีวิตต่อได้ ไม่ใช่ว่าใครมาสักเหมือนกันแล้วจะรวย มันก็ไม่ใช่ ส่วนทางด้านของอิทธิฤทธิ์ นั้นก็ส่งผลในเรื่องของชื่อเสียง ความสุข ความราบรื่น ปกป้องคุ้มครองตัวเอง สุดท้ายมันกลับมาที่การเงินและความโชคดี

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้คุณเอ็ดไม่ได้รีเควสมาเลย ขอแค่เพียงแค่เป็นลายสักจากมือตน และเป็นลายที่ไม่เหมือนใครก็พอ โดยหลังจากที่ตนสักเสร็จ คุณเอ็ดก็ไม่มีการคัดค้านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วแต่ตนเลย นอกจากนี้เขาก็คอยถามอยู่ตลอดว่าแบบไหนทำได้ แบบไหนทำไม่ได้ ข้อห้ามคืออะไร อันนี้สักลงขาได้มั้ย ซึ่งเป็นส่วนที่คนไทยถือ แต่ชาวต่างชาติเขาไม่ได้ถือ แต่ตนก็มองตามความเหมาะสมจริงๆ

อย่างไรก็ตามตนมองว่าการสักของไทยนั้นเป็น Soft Power จริงๆ โดยตนได้คุยกับคุณเอ็ดเอาไว้ว่า ประเทศไทยต้องการนักท่องเที่ยวเข้ามา เพราะการที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา เท่ากับมีเงินเข้ามาในประเทศ การมาสัก 1 ครั้ง ไม่ได้มีแค่ค่าสัก ทั้งค่าสัก ค่าโรงแรม ค่าที่พัก ค่ากิน และอื่นๆ บางรายไม่ได้มาคนเดียว อย่างตนคนเดียวก็มีคนมาสักเป็นหมื่นคนต่อปี ยังไม่รวมอาจารย์ท่านอื่นๆ

ซึ่งมันก็จำให้อุตสาหกรรมการสักในบ้านเรามันดีขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องตัดคำว่างมงายออกไป จะต้องมองในเรื่องของเหตุและผลด้านจิตวิทยา และความชอบในศิลปะวัฒนธรรม ซึ่งคุณเอ็ดเห็นด้วย และยินดีที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมดังกล่าว นอกจากนี้ยังยินดีที่จะทำตามพิธีและขั้นตอนด้วยความเต็มใจ 1 ในนั้นคือการบูชาครู ซึ่งคำว่าครูไม่มีคำว่าศาสนา ทุกศาสนาต้องมีครู เป็นการน้อมนำและรำลึกคุณครูบาอาจารย์ เพื่อให้ได้รับพลังกลับไป

สุดท้ายนี้ตนอยากบอกว่ารอยสัก ไม่ใช่เรื่องของความงมงาย แต่เป็นเหตุและผลในตัวพระคาถา ใครมีรอยสักก็ต้องทำดี ประพฤติดี อยู่ในศีลในธรรม รวมถึงข้อห้ามของครูท่านนั้นๆ ทำให้คนอื่นเห็นว่าคนที่มีรอยสักเป็นคนของสังคมสุดท้ายก็จะส่งผลดีต่อประเทศไทย และตัวคุณเอง

อย่งไรก็ตามการสักในครั้งนี้ ตนไม่ได้เรียกค่าสักแต่อย่างใด แต่ทางด้านของคุณเอ็ดได้ร่วมสมทบทุนในเรื่องการโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาเด็ก ในจังหวัดชัยภูมิแทน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน