ตะลึงค้นห้อง รองผอ.โรงเรียนค้ายา เจอถุงยาง200ชิ้น แฉพฤติกรรมแสบ ส่งเกย์จบวิศวะสูบเงินหมอ-ข้าราชการ พบเงินหมุนเวียนเดือนมากว่า 1,300,000 บาท
เมื่อวันที่ 27 มี.ค.67 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ในฐานะหัวหน้าชุด ศอ.ปส.ตร. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รองผกก.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รองผกกฯ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.วศิน อินทร์แก้ว สว.ฝอ.บก.สส.บช.น.
ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายเศรษฐยศ หรือเจ๊เก่ง อายุ 42 ปี รองผอ.โรงเรียนชื่อดังย่านปากเกร็ด ชาวต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี และนายกฤตฌาน์พัฒน์ หรือท็อป อายุ 37 ปี ชาวกรุงเทพ
พร้อมตรวจยึดของกลาง 10 รายการ ยาไอซ์ประมาณ 100 กรัม คีตามีน 2 ถุง เงินสด 31,500 บาท สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม พบเงินหมุนเวียน 1.3 ล้านบาทใน 3 เดือนที่ผ่านมา ถุงยางอนามัย 200 ชิ้น เจลหล่อลื่นบรรจุซอง 100 ซอง ไวอากร้า 50 ซอง เข็มฉีดยาพร้อมสายยังรัด 100 เข็ม Eternal drive 6 อัน บรรจุหนังลามกประเภทชายรักชายรวม 6 TB และอุปกรณ์การเสพยาเสพติดและเครื่องชั่งอีกหลายรายการ
การจับกุมครั้งนี้ สืบนครบาลร่วมกับ ศอ.ปส.ตร. บุกทลายรังมั่วสุมยาเสพติดและมั่วเซ็กซ์ของเหล่าข้าราชการ “ชายรักชาย” ย่านนนทบุรี โดยจับกุมหัวหน้าแก๊งเป็นถึงข้าราชการระดับ รองผอ.โรงเรียนดังย่านปากเกร็ด จุดเริ่มต้นมาจาก “เกย์ท็อป” ผู้เขย่าวงการแพทย์สายวาย (LGTBQ+) หลังเจ้าตัวแอบอ้างเป็นแพทย์อายุรกรรมโรคหัวใจโรงพยาบาลดัง ก่อนสร้างสัมพันธ์ลึกซึ้งแบบชายรักชายกับเหล่าบุคลากรทางการแพทย์หนุ่ม แล้วหลอกล่อให้เสพยาเสพติด
โดยรายล่าสุดถูกลวงให้เสพยาเสพติด อ้างว่าเป็นยาบำรุง กระทั่งเหยื่อติดสารเสพติดงอมแงม ตกเป็นทาสกามแบบถอนตัวไม่ขึ้น ถูกหลอกให้ถ่ายคลิปลับ โดนหลอกถลุงเงินไปหลายล้านบาท เพื่อแลกกับการได้เสพยา จนเหยื่อแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
จากการสืบสวนติดตามทราบว่าเกย์แสบรายนี้คือ นายกฤตฌาน์พัฒน์ หรือท็อป ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ 2 หมายในคดีค้ายาเสพติด เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ที่พล.ต.ต.ธีรเดช ส่งเจ้าหน้าที่อำพรางแฝงตัวเข้าวงการนี้ จนพบได้เบาะแสว่าเกย์แสบรายนี้เป็นสมุนของเอเยนต์ตัวเป้งย่านปากเกร็ด และเอเยนต์รายนี้ยังมีดีกรีเป็นถึงข้าราชการ มักรวมพลเหล่าข้าราชการเกย์ในก๊วน มามั่วสุมปาร์ตี้ยาเสพติดกันอยู่ในคอนโดแห่งหนึ่งบน ถ.รัตนาธิเบศร์
ต่อมาวันที่ 26 มี.ค.67 พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังชุดสืบนครบาลบุกไปที่ห้องพักที่ใช้มั่วสุมดังกล่าว เเมื่อเจ้าหน้าที่เคาะประตูภายในห้องพัก ผู้ต้องหาไหวตัวทำลายพยานหลักฐานไปบางส่วน เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปได้ก็พบนายกฤตฌาน์พัฒน์ หรือเกย์ท็อป อยู่ภายในห้องกับหัวหน้าก๊วนคือ นายเศรษฐยศ หรือเจ๊เก่ง เป็นข้าราชการครูระดับ รองผอ.ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด
แรกเริ่มเจ้าตัวมีท่าทีบ่ายเบี่ยงกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เมื่อทำการตรวจค้นห้องพักก็พบยาเสพติดหลายรายการ ในลักษณะเตรียมแบ่งขายหลายรายการ พบสมุดบันทึกการซื้อขายยาเสพติดจำนวนมาก และยังพบยากระตุ้นอารมณ์ ถุงยาง เจลหล่อลื่น และหนังโป๊ชายรักชายจำนวนมาก โดยเจ๊เก่งอ้างว่าอุปกรณ์ต่างๆ นั้นไว้ใช้สอนหนังสือในโรงเรียน
แต่จากการขยายผลของชุดจับกุมพบว่าเจ๊เก่งเป็นถึงระดับหัวจ่ายที่คอยส่งยาเสพติดให้กับข้าราชการอีกหลายคน โดยพบเงินหมุนเวียนในห้วงเดือนที่ผ่านมากว่า 1,300,000 บาท จากการตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายของทั้งสองพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งท้ายสุดทั้งสองก็ยอมจำนนและรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมในที่สุด
ในชั้นจับกุม นายเศรษฐยศ หรือเจ๊เก่ง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ปัจจุบันประกอบอาชีพรับราชการครูตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด สอนวิชาการงานอาชีพให้แก่เด็กชั้นประถมศึกษา โดยเริ่มเสพยาตั้งแต่กลางปี 2566 และเริ่มสั่งยาเสพติดมาจากทวิตเตอร์มาขายในช่วงต้นปี 2567 ซึ่งนำมาขายให้เพื่อน วัยรุ่น และข้าราชการย่านรัตนาธิเบศร์
เจ๊เก่ง กล่าวอีกว่า จนถึงปัจจุบันตนยังคงรับราชการครูอยู่และยังขายยาเสพติดไปด้วย ก่อนรู้จักกับเกย์ท็อป เมื่อประมาณเดือนมิ.ย.2566 โดยนายท๊อปได้ไปๆ มาๆ ที่ห้องของตนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งตนได้นำยามาขายให้กับนายท็อปและให้นำไปขายเรื่อยมา
ในชั้นจับกุม นายกฤตฌาน์พัฒน์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า เข้าเรียนชั้นอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อจบการศึกษาออกมาประกอบอาชีพออแกไนซ์จัดงานเป็นระยะเวลา 1 ปี จึงเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านปทุมวัน จนจบปริญญาโท ได้ประกอบอาชีพอยู่ที่บริษัทประกัน จากนั้นเริ่มใช้ยาเสพติดเกี่ยวข้องกับยาเสพติดต่อเนื่องมาจนชีวิตเริ่มดำดิ่ง กระทั่งถูกดำเนินคดีขณะเสพยาอยู่กับกลุ่มเพื่อนในปี 2557 ติดคุกอยู่ 1 ปี 3 เดือน
หลังจากออกมาจากเรือนจำในปี 2558 พยายามหางาน เพราะไม่ต้องการเป็นภาระของทางบ้าน แต่ไม่สามารถหางานได้ เนื่องจากเคยติดคุกมา เมื่อไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ จึงได้หวนกลับมาในเส้นทางเดิมโดยการเริ่มขายยาเสพติด จนเริ่มคบหาดูใจกับแฟนหนุ่ม ซึ่งประกอบอาชีพแพทย์มา 2 คน และเลิกรากัน โดยยืนยันว่าตนไม่ได้ไปหลอกลวงเหล่าแพทย์ชาย แต่เพราะพวกหมอเหล่านั้นติดยาเสพติดที่ตนเอาไปให้เอง
นายกฤตฌาน์พัฒน์ กล่าวอีกว่า ต่อมาได้มารู้จักกับครูเก่ง ตนก็มารับยาจากครูเก่งไปขายเป็นประจำ โดยขายให้กับกลุ่มเพื่อน จนในที่สุดตนได้ถูกออกหมายจับ และถูกจับกุมตัวส่งศาลแต่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ตนจึงได้หลบหนีในขณะที่ศาลให้ประกันตัวเป็นระยะเวลา 2 ปี จนมาถูกจับในวันนี้



