โผล่อีก โมเดลลิ่งเก๊ พฤติกรรมคล้าย “มีน พระราม3” ลวงสาวเด็กเอ็นขืนใจ-ลักทรัพย์ อ้างรายได้ 250,000 บาท
วันที่ 17 พ.ค. 67 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด สาวสวยถูกมิจฉาชีพพฤติกรรมคล้าย “ไอ้มีน พระราม3” หลอกเป็นโมเดลลิ่งหาคนรวยมาร่วมใช้ชีวิตคู่ อ้างมีรายได้ 250,000 บาทต่อเดือน หลอกนัดหญิงสาวดูตัว เหยื่อหลงเชื่อถูกขืนใจ และขโมยเงิน
ตรวจสอบพบมีหญิงสาวถูกหลอก 5 ราย หญิงสาวผู้เสียหาย อายุ 32 ปี เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกชายอ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง หลอกไปขืนใจ และขโมยเงินไป 30,000 บาท
นางสาวบี (นามสมมติ) กล่าวว่า ตนเป็นคนในจังหวัดภาคเหนือ ช่วงเดือนมีนาคม 2567 ตนมาหางานทำที่กรุงเทพ มาอยู่กับพี่สาวที่สนิทกัน ตนเริ่มหางานในเฟซบุ๊กไปเจองานเอนเตอร์เทนกลุ่มผู้บริหารระดับสูงในโรงแรม จึงแอดไลน์ติดต่อเข้าไปเพื่อสมัครงาน ไลน์ที่แอดเป็นรูปผู้หญิงชื่อ kata ได้แจ้งตนกลับมาว่า “งานนี้มีคนเต็มแล้ว”
จากนั้นได้ขอให้ตนส่งรูปถ่ายไปให้ดูหน่อย พอตนส่งรูปไปเขาบอกว่ามีผู้บริหารชาย อายุ 39 ปี ชื่อแพค เพิ่งเลิกกับภรรยา สนใจจะจ้างตนดูแลมีรายได้เดือนละประมาณ 250,000 บาท ตนจึงสนใจและขอนัดไปพบผู้บริหารคนดังกล่าว โดยนัดครั้งแรกในวันที่ช่วงปลายเดือนมีนาคม2567 แต่ทางนั้นได้เลื่อนนัด จากนั้นได้นัดครั้งที่ 2 ช่วงตนเดือนเมษายน 2567 ฝ่ายนั้นได้เลื่อนนัดอีก
กระทั่งนัดครั้งที่ 3 ที่ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ย่านเจริญกรุง โดยระบุให้ไปเปิดห้องวิวติดแม่น้ำ และโรงแรมนี้เท่านั้น ให้ตนออกเงินไปก่อนบอกว่าเดี๋ยวจะโอนคืนให้ พอถึงเวลานัด ตนไปเปิดโรงแรมรอจ่ายค่าห้องไปทั้งหมด 5,400 บาท ในห้องจะมี 2 โซน เป็นโซนห้องรับแขกกับโซนห้องนอน ตนได้ไปนั่งรออยู่ที่โซนห้องรับแขก
จากนั้นไม่นานมีชายสูงอายุ ตัวดำ หัวล้าน สูงประมาณ 180-190 ซม. เข้ามาในห้อง แล้วบอกว่าเป็นคนนัดหมายไว้ ตนจึงปฏิเสธไปว่าหน้าตาไม่ตรงตามที่คนที่นัดหมายบอกไว้ แต่ชายคนดังกล่าวก็พยายามพูดหว่านล้อมว่ารวย ทำงานดี เรียนรุ่นเดียวกับสส.ท่านหนึ่ง เป็นลูกน้องเก่าของรองนายกฯ ตนคิดว่าเขาเชื่อใจได้ก็เลยนั่งฟังเขาพูดไปเรื่อย ๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้นชายคนดังกล่าวเริ่มเข้ามาใกล้ตนแล้วเอามือมาโอบ ตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงขอตัวกลับก่อน พร้อมบอกว่าที่คุยกันไว้ไม่ใช่แบบนี้ วันนี้แค่นัดมาดูหน้าตากันเฉย ๆ แต่ชายคนดังกล่าวไม่ฟัง เริ่มเข้ามากอดตน และพยายามขืนใจตน
ตนก็สู้สุดแรงพยายามจะหนีออกจากห้อง แต่ก็ถูกทำร้ายร่างกายจนถูกขืนใจจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็พยายามจะขืนใจอีกรอบ แต่ตนวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอน แล้วล็อกประตูทัน ทำให้ชายคนดังกล่าวรีบหนีออกจากห้องไป
จากนั้นตนได้โทรลงมาที่เคาน์เตอร์ เล่าเรื่องราวให้พนักงานโรงแรมฟัง พร้อมกับขอชื่อและบัตรประชาชนคนที่เข้ามาในห้อง ทางโรงแรมได้แจ้งว่า ได้มีรูปบัตรประชาชนชายดังกล่าวอยู่ และจะเก็บห้องไว้ให้ตำรวจมาตรวจสอบ จะไม่ให้ใครเข้าพัก
หลังจากนั้นตนได้ทักไปที่ไลน์ของหญิงที่ชื่อ kata แต่ติดต่อไม่ได้ เนื่องจากถูกบล็อกไปแล้ว ตนจึงรู้ทันทีว่าคนที่ชื่อ take กับชายคนที่ขืนใจตนเป็นคนเดียวกัน จากนั้นตนเก็บของออกจากห้อง ก่อนจะออกได้เปิดกระเป๋าเงินดูพบว่าเงินหายไป 30,000 บาท เหลือเพียงเศษตังค์ไว้ 500 บาท ตนจึงทำอะไรไม่ถูก
ตอนแรกคิดว่าจะไปแจ้งความในวันนั้นเลย แต่คิดไปคิดมาถ้าแจ้งความตอนนั้นเลย ก็จะไม่มีค่ารถกลับบ้านที่ภาคเหนือ จึงตัดสินใจนำเงิน 500 บาทเป็นค่ารถตู้กลับบ้านที่ภาคเหนือ และนำเรื่องราวไปปรึกษาพี่สาว วันนี้จึงลงมากรุงเทพอีกรอบ เพื่อขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด
ส่วนเงิน 30,000 ของตนนั้น เป็นเงินที่เพื่อนฝากให้ตนนำมาเข้าตู้เอทีเอ็มให้ แต่ยังไม่ได้เอาเงินเข้าทำให้ถูกขโมยไป และเมื่อวานนี้ตนนำเรื่องราวที่เจอไปโพสต์ลงในกลุ่มปรากฏว่า มีผู้เสียหายติดต่อมา 5 ราย ว่าถูกชายลักษณะนี้ หลอกไปขืนใจแบบนี้เช่นกัน
ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า ตอนนี้ให้ทีมงานผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.วัดพญาไกร เบื้องต้นได้คุยกับท่านผู้กำกับ สน.วัดพญาไกร แล้ว ท่านพร้อมอำนวยความสะดวกให้เต็มที่และจะส่งกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่ห้องพักดังกล่าวภายในวันนี้ รวมถึงส่งชุดสืบสวนเก็บภาพกล้องวงจรปิดคนร้าย
ตนเชื่อว่ายังมีกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมหลอกลวงหญิงสาวในลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก ตนอยากให้หญิงสาวที่ถูกหลอกในลักษณะนี้ ออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับคนผิด เอาคนผิดเข้าคุกให้เป็นเยี่ยงอย่าง มิฉะนั้นคนทำผิดก็ได้ใจ ก่อเหตุซ้ำซากอยู่แบบนี้ ทั้งนี้ต้องขอบคุณทางโรงแรมที่ช่วยเก็บหลักฐานคนที่ก่อเหตุเอาไว้


