เผยสาเหตุสวนน้ำดัง ประกาศยุติกิจการ เลิกจ้าง 70 % ทั้งที่เศรษฐกิจภูเก็ตดีขึ้น คาดไม่น่าจะเป็นเรื่องของด้านเงินลงทุน น่าจะเกิดจากเจ้าของไม่มีเวลามาดู ปัญหาบริหารงานภายใน

หลังจากเพจ Blue Tree Phuket ออกประกาศแถลงการณ์ ปรับแผนธุรกิจและยุติการให้บริการ Blue Tree Lagoon ธุรกิจสวนน้ำ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก หลังเปิดดำเนินการมาประมาณ 5 ปี

โดยระบุว่า ขอเรียนแจ้งการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ รวมถึงการตัดสินใจยุติการให้บริการ Blue Tree Lagoon โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การพิจารณารูปแบบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ และความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้ใช้บริการ

แม้ว่า Blue Tree จะมีวิสัยทัศน์อันแนวแน่และได้ลงทุนเป็นจำนวนไม่น้อยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี 2562 แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้ใช้บริการ ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องตัดสินใจปรับเปลี่ยนโครงสร้างและทิศทางการดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างนี้ ทำให้เราจำเป็นต้องยุติการว่าจ้างบุคลากรกว่า 70% ของจำนวนบุคลากรปัจจุบัน

บริษัทตระหนักเป็นอย่างดีถึงผลกระทบอันรุนแรงของการตัดสินใจดังกล่าวที่จะส่งผลต่อกลุ่มบุคลากร ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำให้แก่ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ Blue Tree Phuket ตลอดระยะเวลาการให้บริการ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯจึงมีความตั้งใจที่จะให้การสนับสนุนแก่พนักงานทั้งหมดอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ Blue Tree จึงเตรียมปรับรูปแบบการดำเนินงานสู่แนวคิดใหม่ที่มุ่งเน้นแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับบริการด้านสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต ไปจนถึงการเชื่อมต่อทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งผู้อาศัยในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

แม้ Blue Tree Lagoon จะยุติการให้บริการ แต่พื้นที่อื่นๆ ภายใน Blue Tree Phuket จะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ล่าสุดแหล่งข่าวจากวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ระบุว่าเจ้าของโครงการเป็นทายาทของเจ้าของนาฬิกาปาเต๊ะ มีแนวคิดจะพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ มีโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว สุดท้ายพัฒนาเป็นสวนน้ำ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย

ส่วนสาเหตุที่ปิดบริการ คาดไม่น่าจะเป็นเรื่องของด้านเงินลงทุน หรือภาวะเศรษฐกิจ เพราะการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภูเก็ตดีมาก น่าจะเกิดจากเจ้าของไม่มีเวลามาดู มีปัญหาการบริหารงานภายใน และอาจต้องการเปลี่ยนมือหรือทำธุรกิจอื่น เนื่องจากปัจจุบันทำเลที่ตั้งของโครงการถือว่ามีศักยภาพ ราคาที่ดินอยู่ที่ไร่ละ 30-40 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 5 เท่า

ที่มา มติชนออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน