“ความรุนแรงเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีครั้งต่อไปเสมอ อย่าให้โอกาสความรุนแรง ครั้งที่ 2” เปิดเรื่องราวของ เน็ตไอดอล สาวผู้โด่งดัง “จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ”ที่เสียชีวิตจากความรุนแรง
มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ บริษัท บีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัด (BBDO Bangkok) สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก
โดยยกกรณี จีจี้-สุพิชชา ซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำความรุนแรงมากกว่า 1 ครั้ง มีการยื่นโอกาสให้กับคนรัก จนสุดท้ายต้องมาเสียชีวิตทั้งคู่ ทั้งนี้ได้ปรึกษาครอบครัวน้องจีจี้เพื่อนำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้กับสังคมได้รับทราบในรูปแบบภาพยนตร์โฆษณา

มินนี่-ชนกนันท์ เผยว่า เมื่อเกิดเรื่องราวความรุนแรงในครอบครัวขึ้นทำให้ได้รับบทเรียนว่าความรุนแรงเมื่อเกิดขึ้นแล้วสามารถเกิดขึ้นได้อีก ดังนั้นอย่าให้โอกาสความรุนแรงเป็นครั้งที่ 2 หากย้อนเวลากลับไปได้ก็จะทำทุกอย่างให้พี่เปลี่ยนใจ ไม่ให้โอกาสความรุนแรง เพราะถ้าวันนี้พี่ยังอยู่เขาคงมีโอกาสได้ทำตามความฝัน ยังได้อยู่ได้วยกัน
โดยที่ผ่านมา “มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล” ได้ รวบรวมข่าวความรุนแรงในครอบครัวที่เสนอผ่านสื่อในปี 2566 รวม 1,086 ข่าว โดยแบ่งเป็น 5 ประเภทข่าว ได้แก่ 1.ทำร้ายกัน 433 ข่าว คิดเป็น 39.9% เป็นเรื่องระหว่างสามี-ภรรยามากที่สุด 152 ข่าว คิดเป็น 35.1%
2.ฆ่ากัน 388 ข่าว คิดเป็น 35.7% เกิดขึ้นในคู่สามี-ภรรยา 168 ข่าว คิดเป็น 43.3% เครือญาติ 94 ข่าว คิดเป็น 24.2% คู่รักแบบแฟน 64 ข่าว คิดเป็น 16.5% พ่อ แม่ ลูก 59 ข่าว คิดเป็น 15.2% และฆ่ายกครัว 3 ข่าว คิดเป็น 0.8%
3.ฆ่าตัวตาย 213 ข่าว คิดเป็น 19.6% โดยผู้ชายเป็นฝ่ายฆ่าตัวตาย 140 ข่าว คิดเป็น 65.7% ผู้หญิงเป็นฝ่ายฆ่าตัวตาย 68 ข่าว คิดเป็น 31.9% และ lgbtq+ ฆ่าตัวตาย 5 ข่าว คิดเป็น 2.4% สาเหตุเพราะน้อยใจคนรัก เครียดปัญหาหนี้สิน ตกงาน ป่วยจากโรคซึมเศร้า
4.ความรุนแรงทางเพศของคนในครอบครัว 46 ข่าว คิดเป็น 4.2% โดยเกิดระหว่างเครือญาติ พ่อเลี้ยงทำกับลูกเลี้ยง ที่น่าตกใจคือพ่อทำกับลูกแท้ๆ ถึง 11 ข่าว คิดเป็น 23.9% และ 5.ความรุนแรงในครอบครัวอื่นๆ จำนวน 6 ข่าว คิดเป็น 0.6%

น.ส.อังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ข้อเสนอในการแก้ปัญหา คือ สมาชิกในครอบครัวสังเกตพฤติกรรมความรุนแรงคนในครอบครัว สื่อสาร แก้ปัญหาร่วมกัน ส่วนผู้ถูกกระทำความรุนแรงควรสื่อสารปัญหาให้คนที่ไว้วางใจฟัง หรือปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรมองเรื่องความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ความรุนแรงในครอบครัว เสี่ยงต่อการมีสุขภาวะทั้ง กาย จิต ปัญญา และสังคมที่ไม่ดี หากไม่ได้รับการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการรณรงค์ในปีนี้มาพร้อมกับแนวคิด Bring Back 2nd Chance of Life คืนโอกาสดีๆ ให้ตัวเอง และเลิกให้โอกาสที่ 2 กับความรุนแรง นำประสบการณ์ไปสู่การขับเคลื่อนสังคม พิจารณามาตรการทางนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยุติปัญหาความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
หลากหลายข่าวความรุนแรงที่ถูกนำเสนอมาโดยตลอดคงเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า การให้โอกาสความรุนแรงเป็นครั้งที่ 2 เป็นสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ และจะนำมาสู่ความรุนแรงที่มากขึ้นกว่าเดิม รุนแรงกว่าเดิม และอาจจะพรากโอกาสในการมีชีวิตอยู่ไปจากเรา ดังนั้น “อย่าให้โอกาสความรุนแรง ครั้งที่ 2”