ชาวระนอง เดือดร้อนหนัก เหมืองเมียนมาทำน้ำขุ่น จากที่เคยใส ธุรกิจแพต้องปิดตัว ชาวบ้านจับสัตว์น้ำกินไม่ได้ ลงไปเล่นน้ำขึ้นมาคันหมด

30 พ.ค. 68 – จากสภาพน้ำที่ขุ่นข้นตั้งแต่บริเวณปากกระ ม.8 บ้านหาดตุ่น ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างคลองกระนัยซึ่งอยู่ฝั่งไทย ไหลมารวมกับน้ำในลำคลองที่ไหลมาจาก บ้านอาวตะยา เกาะสอง ประเทศเมียนมา

โดยสภาพน้ำในลำคลอง ที่ไหลมาจากเกาะสอง มีสภาพขุ่นข้น ไหลมารวมกับคลองกระนัย จึงทำให้น้ำยังคงมีสภาพขุ่นข้นไปทั้งลำคลองและไหลต่อเนื่องออกไปยังแม่น้ำกระบุรี

ผู้สื่อข่าวไล่ตรวจสอบย้อนกลับเส้นทางน้ำที่แดงขุ่น เข้าไปยังพื้นที่เกาะสอง ราว 11 กิโลเมตร พบมีการเปิดพื้นที่หน้าดินขนาดใหญ่ โอบล้อมไปด้วยสวนปาล์มน้ำมัน คาดว่ามีการทำเหมืองแร่ในจุดดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ อ.กระบุรี เป็นวงกว้าง ทั้งแหล่งน้ำดิบในการผลิตประปา ประมงพื้นบ้าน วิถีชีวิต และท่องเที่ยวชุมชน

นางนฤมล บุญช่วย นายก อบต.ปากจั่น เปิดเผยว่า อบต. ต้องใช้น้ำจากลำคลองนี้ เป็นน้ำดิบผลิตน้ำประปา เพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน กว่า 700 หลังคาเรือน น้ำที่ขุ่นมีตะกอนตลอดทั้งปี ส่งผลให้การผลิตน้ำประปามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 50% ทั้งค่าสารส้ม ค่าไฟ ไส้กรอง บางครั้งต้องระบายน้ำทิ้งทั้งหมด เนื่องจากมีน้ำดิบที่ขุ่นหลุดเข้ามาในระบบ

นอกจากนี้ยังกระทบวิถีประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยวชุมชน ระบบนิเวศในคลองด้วย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพูดคุยกับเมียนมา เพื่อป้องกันหรือบำบัดตะกอน ก่อนปล่อยน้ำลงสู่ลำคลอง

นายพีระพัฒน์ ประสงค์เวศน์ อายุ 63 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.ปากจั่น เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หมู่บ้านมีการจัดตั้งกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน จัดกิจกรรมล่องแพแลชายแดน มีรายได้เข้าสู่ชุมชนราว 1 แสนบาทต่อเดือน แต่ต้องปิดตัวลง เนื่องจากสภาพน้ำในคลองที่เคยใส เปลี่ยนเป็นขุ่นข้นไม่ปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว กุ้ง ปลา ที่เคยลงไปจับขึ้นมากินได้ง่าย ๆ ปัจจุบันแทบไม่เหลือ น้ำในคลองที่เด็ก ๆ ชาวบ้านลงไปเล่นกัน ปัจจุบันไม่มีใครกล้าลงไป เพราะถ้าลงไปเล่นจะมีคราบโคลนติดขึ้นมา และมีอาการคัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน