สุชาติ วาง 3 แนวทางแก้ปัญหาสงฆ์ เผยร่วมตำรวจ ปฏิบัติการตรวจค้นพระหนีคดี 181 คน มีเจ้าอาวาสด้วย สั่งใช้ยาแรงเอาผิด‘พระปลอม’ มีโทษทั้งจำคุกและปรับ
เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ที่ประพฤติไม่เหมาะสม หรือกระทำผิดกฎหมายว่า รัฐบาลได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการบริหารจัดการปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับพระสงฆ์
โดยเฉพาะประเด็นที่ยังไม่มีบทบัญญัติกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันเหตุแห่งความผิดของพระสงฆ์ มี 4 ประเภท ได้แก่ การลักทรัพย์ ฆ่าสัตว์ เสพเมถุน และการอวดอุตริ หากผิดวินัยสงฆ์จะเข้าข่ายอาบัติปาราชิกและต้องสึก
แต่ในด้านกฎหมายยังไม่มีบทลงโทษในบางกรณี เช่น เสพเมถุน และอวดอุตริ จึงจำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้มีโทษทางอาญา เช่น การจำคุกหรือปรับ เพื่อให้สอดคล้องกับความวิตกกังวลของสังคมและวิกฤตศรัทธา
ทั้งนี้ ได้วางแนวทางแก้ปัญหา แบ่งเป็น 3 ประเด็น คือ 1.การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น การมั่วสีกา อาจมีมูลเหตุจากความประสงค์ต่อทรัพย์ด้วย จึงควรมีการตรวจสอบรายรับรายจ่ายของวัดและพระอย่างรัดกุม
2.การออกกฎหมายและข้อกำหนด ขณะนี้ได้ประสานให้มหาเถรสมาคม (มส.) ออกกฎระเบียบเพิ่มเติม อาทิ การห้ามวัดถือเงินสดเกิน 1 แสนบาท หากเกินต้องนำฝากธนาคาร และต้องรายงานรายรับรายจ่ายต่อ พศ. ทุกเดือน โดยสรุปรายงานปีละ 1 ครั้ง
3.การป้องปราม โดยจะประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ร่วมสอดส่องดูแลพฤติกรรมของพระสงฆ์ในชุมชน ผ่านเครือข่ายผู้นำหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังเตรียมเสนอให้แก้ไขบทลงโทษเกี่ยวกับพระปลอม ที่เข้ามาแอบอ้างบวชเป็นพระสงฆ์ ที่โทษยังเบา จะปรับให้มีโทษทั้งปรับและโทษจำคุก โดยการดำเนินการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การหารือร่วมกับมหาเถรสมาคม ที่มีหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์โดยตรง
นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ที่ประพฤติไม่เหมาะสม หรือกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา ได้ปฏิบัติการ กวาดลานวัด เข้าตรวจค้นเป้าหมายกว่า 200 จุดทั่วประเทศ เพื่อจับกุมผู้ต้องหาคดี
อาทิ ยักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน เมาแล้วขับ หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่แฝงตัวบวชเป็นพระ โดยพบกลุ่มเป้าหมายหลัก จำนวน 181 ราย เป็นผู้ต้องหาที่ยังมีสถานะเป็นพระ 154 ราย ในจำนวนนี้มีระดับเจ้าอาวาส อยู่ด้วย และผู้ต้องหาที่สึกแล้ว 27 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการจับกุม และตรวจค้นจุดเป้าหมายอื่นต่อเนื่อง
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันเดินหน้าปกป้องและส่งเสริมพระพุทธศาสนา แก้วิกฤตศรัทธา เพื่อไม่ให้การกระทำของคนส่วนน้อย บั่นทอนความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันปกป้องศาสนาของชาติให้บริสุทธิ์และมั่นคงสืบไป