หนุ่มอินฟลูฯชาวฝรั่งเศส ทำคลิปแนวทดสอบสังคมในประเทศจีน ทิ้งแล็ปท็อปราคาสูงไว้ในที่สาธารณะกว่า 30 นาที ลุ้นจนเหงื่อแตก! ทั้งเจ้าตัว-คนดู
หนุ่มอินฟลูเอนเซอร์ @tincho.adventures ได้ทำการ “ทดลองทางสังคม” สุดกล้าหาญในประเทศจีน ซึ่งตอนนี้คลิปคอนเทนต์ดังกล่าว ได้กลายเป็นไวรัลไปทั่ว!
ในวิดีโอที่โพสต์บนอินสตาแกรมของเขา ได้วางแล็ปท็อปของตัวเองทิ้งไว้ในที่สาธารณะโดยไม่มีใครเฝ้านานถึง 30 นาที เพื่อดูว่า “จะมีใครขโมยหรือไม่?” แต่ที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจก็คือ “ไม่มีใครแม้แต่จะแตะต้องมันเลย!”
“ถ้าเป็นที่ปารีสบ้านของผม สถานการณ์แบบนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน แต่ในจีน ความปลอดภัยและความไว้เนื้อเชื่อใจในพื้นที่สาธารณะ มันรู้สึกแตกต่างมากจริง ๆ” เขาเขียนไว้ในแคปชัน

ภาพประกอบจาก IG : @tincho.adventures

ภาพประกอบจาก IG : @tincho.adventures
โดยหนุ่มอินฟลูฯรายนี้อธิบายเพิ่มเติมว่า “การทดลองนี้ ไม่ได้เกิดจากความสะเพร่า แต่เป็นวิธีหนึ่งในการสังเกตบรรทัดฐานทางสังคมของจีน และอัตราการเกิดอาชญากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต่ำเอามาก ๆ”
เขากล่าวต่อว่า “การทดลองนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการลองเสี่ยงโชค แต่มันคือประสบการณ์ตรงที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของ ‘ความปลอดภัย’ และ ‘วัฒนธรรมทางสังคม’ ของที่นี่”
วิดีโอดังกล่าวได้จุดกระแสการถกเถียงครั้งใหญ่บนโลกออนไลน์ ผู้ชมจำนวนมากจากหลากหลายประเทศแสดงความเห็นว่า “การกระทำแบบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในบ้านเมืองของพวกเขา”

ภาพประกอบจาก IG : @tincho.adventures
ขณะเดียวกัน อีกหลายคนก็ชื่นชมระบบกล้องวงจรปิดที่เข้มงวดของจีน รวมถึงวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับระเบียบวินัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม
แม้ว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์รายนี้จะระบุว่าการจับเวลา “สปีดรันถูกล้วงกระเป๋า” ของเขาเป็นแค่การหยอกเล่น ไม่ใช่งานวิจัยจริงจัง แต่โพสต์ล่าสุดของเขาก็สะกิดใจผู้คนทั่วโลก และได้จุดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ “ความไว้วางใจ” และ “ความปลอดภัย” ในพื้นที่สาธารณะ
ดูโพสต์นี้บน Instagram
หนึ่งในคอมเมนต์ของชาวเน็ตระบุว่า “ถ้าเป็นที่บราซิล พวกเขาคงเอาไปหมด! ทั้งแล็ปท็อป, เก้าอี้ และแม้แต่โต๊ะก็ตาม”
อีกคนกล่าวว่า “ที่แอฟริกาใต้ ไม่ต้องวางทิ้งไว้หรอก แค่ถือไว้ในมือก็ถูกฉกได้เลย!”
ส่วนอีกรายเล่าประสบการณ์ตรงที่สร้างความประทับใจว่า “ผมลืมกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ไว้ในร้านอาหารที่จีน ข้างในมีเงินประมาณ 10,000 หยวน หรือราว 45,000 บาท ตอนนั้นผมออกไปดื่มกับเพื่อน กลับมาอีกที 8 ชั่วโมงหลังจากนั้น ทุกอย่างยังอยู่ครบ ตั้งแต่นั้นมาผมก็รักปักกิ่งและประเทศจีนมาก”
พร้อมกล่าวเสริมว่า “และใช่ครับ หลายประเทศในเอเชียก็เป็นแบบนั้น ปลอดภัยมาก และทัศนคติของผู้คนก็ต่างจากฝั่งตะวันตกโดยสิ้นเชิง ผมมาจากโคลอมเบีย ผมรู้ตัวดีว่าผมกำลังพูดอะไรอยู่!”
ขอบคุณที่มา: NDTV