อาสาสมัครเผย “เคล็ดลับล้างโคลนแบบประหยัดแรง” จากกรณี ภัยพิบัติที่ไต้หวัน ปมไต้ฝุ่นรากาซะทำทะเลสาบกั้นแตก โคลนหนาไหลเข้าบ้านประชาชน

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ จากกรณีเหตุภัยพิบัติ ไต้ฝุ่นรากาซะทำทะเลสาบกั้นแตกที่เขตฮวาเหลียน ทางตะวันออกของไต้หวัน ส่งผลให้โคลนหนาไหลเข้าบ้านประชาชน ปกคลุมถนนจำนวนมาก

ประชาชนจำนวนมากอาสาเดินทางไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะการล้างทำความสะอาดคราบโคลนที่เหนียวแน่นและติดแน่นกับพื้นจนสร้างความลำบาก

ล่าสุด มีอาสาสมัครรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอลงบน Threads เผยเทคนิค “เคล็ดลับล้างโคลนแบบประหยัดแรง” ที่ได้มาจากประสบการณ์ตรงตลอด 5 วันของการช่วยเหลือ ซึ่งทำให้การกำจัดโคลนเหนียวกลายเป็นงานง่าย ๆ จนมีคนเข้าชมคลิปมากกว่า 1.3 ล้านครั้ง

ภาพประกอบ

ในคลิปวิดีโอเผยให้เห็นภาพบ้านหลังหนึ่งที่แทบจะถูกโคลนกลืนทั้งหลัง ขณะที่กลุ่มอาสาสมัครพยายามใช้พลั่วตักโคลนออกอย่างยากลำบาก จู่ ๆ ชายคนหนึ่งเกิดไอเดีย ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง พ่นน้ำลงบนโคลนก่อน แล้วพบว่าโคลนที่เคยแข็งและติดพื้นแน่น กลับ “นิ่มเหมือนเต้าหู้”

ทำให้สามารถใช้มือหยิบขึ้นมาได้ง่าย ๆ จากนั้นใช้เท้าเตะเบา ๆ โคลนก็หลุดออกได้ทันที

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า วิธีนี้ใช้แรงน้อยกว่าการฉีดน้ำแบบปกติ และไม่ทำให้ทั้งห้องเปียกชุ่มไปหมด

หลังคลิปเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชม อาทิ

  • “โคตรฉลาด! ถ้าแบ่งงานเป็นทีม น่าจะเร็วขึ้นอีกเยอะเลย”
  • “สุดยอด เด็กรุ่นใหม่คิดไม่เหมือนใครจริง ๆ”
  • “จะลองเอาวิธีนี้ไปใช้บ้าง ใช้พลั่วตักอย่างเดียวเหนื่อยมาก!”
  • “โคลนนี่มันเหนียวจริง ๆ ไม่แปลกใจที่ล้างกันจนหมดแรง”

บางคอมเมนต์ยังชื่นชมรอยยิ้มของชายในคลิปว่า “ดูจริงใจในการช่วยเหลือ” ถึงขั้นบอกว่า “เป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดที่เคยเห็น”

อย่างไรก็ดี บางคอมเมนต์เตือนด้วยความเป็นห่วงว่า ควรใส่อุปกรณ์ป้องกันให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัย และยังมีคอมเมนต์เตือนจากชาวเน็ต อาทิ

  • “ระวังมือ! โคลนอาจมีเศษแก้ว ควรใช้ถุงมือที่หนากว่านี้”
  • “อย่าลืมใส่หน้ากากด้วยนะ เหงื่อท่วมก็ต้องป้องกันตัวเอง”
  • “ขอบคุณที่เสียสละ ช่วยกันแบบนี้อย่าลืมดื่มน้ำบ่อย ๆ ด้วย”

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงพลังของน้ำใจจากอาสาสมัครทั่วไต้หวัน แต่ยังเผยให้เห็นว่า การคิดนอกกรอบเพียงเล็กน้อย สามารถพลิกสถานการณ์ที่ยากลำบากให้กลายเป็นเรื่องง่ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนกลายเป็นคลิปไวรัลที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั้งประเทศ

ที่มา ETtoday

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน