ทูลกระหม่อมฯ เสด็จลอยกระทง ที่ท่าราชวรดิฐ ขณะประชาชนร่วมลอยกระทงพร้อมชม ซูเปอร์มูน เข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 68 ปี ตร.สั่งคุมเข้ม ห้ามขายดอกไม้ไฟ-พลุ ตรวจสอบเข้มพร้อมจับกุมดำเนินคดี กทม.ดูแลโป๊ะเรือ 436 ท่า ป้องกันอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับประชาชน เชียงใหม่คึกคัก นักท่องเที่ยวกางเต็นท์ยอดดอยเฝ้าดูดวงจันทร์ โคราชลอยกระทงติดริบบิ้นดำ แสดงความอาลัย ที่บุรีรัมย์ตั้งกล้องดูดาว ให้ประชาชนได้มาชื่นชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ
วันที่ 14 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในวันลอยกระทงปี 2559 คืนนี้ ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศเพิ่มกำลังและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ และบูรณาการด้านการข่าว เบื้องต้นยังไม่มีสิ่งบอกเหตุร้ายใดๆ ส่วนตัวเลขประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมเทศกาลลอยกระทงในปีนี้คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน ส่วนจุดลอยกระทงในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ นักท่องเที่ยวนิยมคือ เอเชียทีค สะพานพระราม 8 วัดเทพลีลา ส่วนพื้นที่รอบนอก อาทิ กองบัญชากรตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) ที่บริเวณท่าน้ำนนทบุรี บช.ภ.2 ที่ จ.ชลบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ร้อยเอ็ด และภาคเหนือ ที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ เป็นต้น
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ฝากเตือนผู้ปกครองที่จะนำบุตรหลานออกมาเที่ยวในวันลอยกระทงให้เขียนชื่อที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ไว้ในกระเป๋าเพื่อสะดวกในการติดตามกรณีเกิดการพลัดหลง ขณะเดียวกันจะมีการนำคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาใช้ดูแลความปลอดภัย เช่นการห้ามจุดพลุและดอกไม้ไฟ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 60,000 บาท รวมทั้งห้ามเด็กแว้นออกมาขี่จักรยานยนต์ในลักษณะเป็นการก่อกวน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ที่ 26 และ 30 เรื่องการแข่งรถบนทางสาธารณะ โดยให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการตรวจยึดรถ และตามผู้ปกครองมาร่วมรับผิดชอบด้วย ส่วนสถานบริการและสถานบันเทิง หลังจากที่รัฐบาลมีคำสั่งให้สามารถเปิดบริการได้ตามปกติตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ยังคงดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่นเวลาในการเปิดปิดและการห้ามเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าใช้บริการ รวมทั้งการใช้เครื่องขยายเสียง โดยกิจกรรมรื่นเริงยังสามารถจัดได้แต่ต้องเป็นไปด้วยความเหมาะสม
พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ทางกรุงเทพมหานคร มีการตรวจสอบสะพาน โป๊ะเรือ ที่ใช้ในการลอยกระทง ทั้งหมด 436 ท่าเรือ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมเจ้าท่าและกรุงเทพ มหานคร ซึ่งทั้ง 436 ท่านั้น ยังมีท่าที่ไม่ได้รับมาตรฐานประมาณ 70 ท่า ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมี เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา
ส่วนการเฝ้าระวังกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพสิ่งเสพติดนั้น เจ้าหน้าที่ก็คอยสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นกัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ประชา สัมพันธ์ห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวงดลอยกระทง ท่าน้ำบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง 4 ท่า ประกอบด้วย ท่าพระจันทร์ ท่าช้าง ท่ามหาราช และท่าเตียน เนื่องจากอยู่ในช่วงแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ที่จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รรท.รอง ผบช.ภาค 5 เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับนโยบายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ และการดูแลรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลงานประเพณีลอยกระทง หรือยี่เป็งระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย. โดยส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้ลักลอบปล่อยโคมไฟ โคมลอย และการจุดประทัดยักษ์ ส่งเสียงดัง หากพบก็จะจับกุมทันที ซึ่งในปีนี้มีการสั่ง ห้ามเด็ดขาดไม่ให้มีการปล่อยโคมไฟ โคมลอย การจำหน่าย พลุ ดอกไม้ไฟ หากพบตัวผู้กระทำผิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมาย
โดยเจ้าหน้าที่จับกุมนางจันทร์เพ็ญ กาวี อายุ 55 ปี พร้อมของกลางประทัด 13 กล่อง ดอกไม้เพลิงชนิดต่างๆ 18 ห่อ นางบัวจันทร์ กิติแก้ว อายุ 56 ปี พร้อมของกลางดอกไม้เพลิง 2 กระบอก พลุสี 7 อัน,ไฟเย็น 10 ซอง ไข่มังกร 2 ซอง ไฟน้ำตก 5 ซอง และนายเอกลักษณ์ ใจคำ อายุ 32 ปี พร้อมของกลางดอกไม้เพลิง พลุสี 5 อัน ไฟเย็น 5 ซอง ไข่มังกร 3 ซอง
ที่จ.พระนครศรีอยุธยา กองพันทหารม้าที่ 25 รักษาพระองค์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 บุกจับร้านค้าพลุและดอกไม้ไฟกลางตลาดเจ้าพรหม ชื่อ ร้านเลี้ยวง้วนกี่ เลขที่ 5 / 15 ตำบลหอรัตนชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา ของ ว่าที่ ร.ต.บุญชัย กิจจานุกิจ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นร้านค้าขายขนมปังและร้านค้าส่ง กลางตลาดขนาดใหญ่ของจังหวัด ยึดของกลางใส่รถกระบะได้ถึง 2 คัน รวมมูลค่าเกือบ 300,000 บาท
เมื่อเวลา 19.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเทศกาลลอยกระทงบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.
จากนั้นในเวลา 20.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์พร้อมคณะเดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยที่เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์ ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. ซึ่งมีผู้มาร่วมลอยกระทงและชมซูเปอร์มูนกว่า 3 พันคน
ส่วนบรรยากาศบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดงาน “ลอยกระทง รักษ์น้ำ รักวัฒนธรรม @ แม่น้ำเจ้าพระยา” โดยมีประชาชนทั้งจากฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีเดินทางมาร่วมเทศกาลลอยกระทงกันเป็นจำนวนมาก
ส่วนเหตุการณ์โดยทั่วไปนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และสำนักงานเขตบางพลัดมาคอยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา พร้อมทั้งขอความร่วมมืองดจัดงานมหรสพ งานรื่นเริงทุกประเภทและงดการจุดพลุหรือดอกไม้ไฟตลอดระยะเวลาการจัดเทศกาลลอยกระทงบริเวณดังกล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา 20.42 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปยังท่าราชวรดิฐ ทรงลอยพระประทีปเนื่องในวันลอยกระทง เพื่อสืบสานประเพณีลอยกระทงที่ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โดยทรงลอยพระประทีปที่ฝ่ายพระราชฐานชั้นในจัดถวาย เป็นพระประทีปทรงกลม ทำด้วยดอกไม้สีขาว ตกแต่งด้วยดอกบานไม่รู้โรย ด้านบนเป็นพานเครื่องทองน้อยสำหรับทรงลอยพระประทีปเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระประทีปที่สมาชิกมูลนิธิโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จัดทำถวาย ซึ่งเป็นพระประทีปคล้ายรูปเรือสุพรรณหงส์สีขาว ทำจากวัสดุธรรมชาติ ตกแต่งด้วยกลีบดอกไม้สีชมพู เหลือง แดง เขียว และขาว
ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยพระประทีปที่ฝ่ายพระราชฐานชั้นในจัดถวาย และทรงจุดเทียนพระประทีปที่สมาชิกมูลนิธิโครงการ ทูบีนัมเบอร์วันฯ จัดทำถวาย จากนั้นประทาน พระประทีปให้กับเจ้าหน้าที่นำไปลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนเสด็จกลับในเวลา 20.54 น.
ขณะที่บรรยากาศทั่วประเทศ ที่จ.สุราษฎร์ธานี จัดจุดลอยกระทงในทุกอำเภอ แต่ให้งดการแสดงต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจตราห้ามร้านจำหน่ายพลุและดอกไม้ไฟ เช่นเดียวกับที่จ.นครศรีธรรมราช ก็สั่งงดการจัดงานรื่นเริง แต่เตรียมเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่มาร่วมลอยกระทง ที่จ.สุรินทร์ ร้านขายดอกไม้คึกคัก โดยประชาชนนิยมไปซื้อใบตอง ใบมะพร้าว หยวกกล้วย ไปประดิษฐ์กระทงจากธรรมชาติเอง ที่จ.นครราชสีมา น.ศ.วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา ร่วมกันทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ และติดริบบิ้นสีดำ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9
สำหรับการเตรียมตัวดูซูเปอร์ฟูลมูน ที่จ.บุรีรัมย์ นายปัณณทัต วิวัตชัย ผอ.โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม อ.เมือง จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน พร้อมนำกล้องส่องดูดาวหรืออุปกรณ์ดาราศาสตร์มาสาธิตการชมปรากฏการณ์ “ซูเปอร์ฟูลมูน” พระจันทร์เต็มดวงโคจรใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 68 ปี โดยมีระยะห่างจากโลก 356,511 กิโลเมตร ที่จะเกิดขึ้นในช่วงค่ำ และเตรียมกล้องและอุปกรณ์ดาราศาสตร์ ให้บริการประชาชนส่องดูปรากฏ การณ์ซูเปอร์ฟูลมูน ที่หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่หอดูดาวเฉลิม พระเกียรติ เตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้ดูพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 จุดของประเทศไทย ที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ จัดให้เป็นจุดชมซูเปอร์ฟูลมูน โดยติดกล้องไว้ 7 ตัว ได้แก่ กล้องขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว จำนวน 1 ตัว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว 5 ตัว และกล้องดรอป โซเนี่ยน 1 ตัว มาติดตั้งไว้บริการให้ประชาชน ผู้สนใจ โดยจะเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เวลา 17.00 น.
ที่จ.เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นไปจับจองพื้นที่กางเต็นท์รอชมปรากฏการณ์ซูเปอร์ ฟูลมูน โดยที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง อุณหภูมิตอนเช้าวัดได้ 6 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเปิด นอกจากนี้ตามยอดดอยต่างๆ ทั้งดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก อ.ฝาง ดอยเชียงดาว อ.เชียงดาว ดอยสุเทพ อ.เมือง ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม ก็มีนักท่องเที่ยวคึกคัก
ส่วนที่กทม. ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพมีกิจกรรมดูซูเปอร์ฟูลมูน ตั้งแต่เวลา 18.00-21.00 น. โดยจะติดตั้งกล้องให้ประชาชนดูได้ ทั้งนี้หากมาไม่ได้ก็สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเช่นกัน



