ไชยชนก ชิดชอบ นายใหญ่ Buriram United Esports ให้สัมภาษณ์กับข่าวสดอีสปอร์ต ถึงหลายประเด็น หลังทัพปราสาทสายฟ้า เอาชนะ FlashWolves 2-0 ในศึก APL 2023 เมื่อ 9 ก.ค.
ความเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต เกม RoV รายการ Arena of Valor Premier League หรือ APL 2023 หลังจบเกมรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ นัดสุดท้าย ซึ่ง Buriram United Esports เอาชนะ FlashWolves จากไชนีสไทเป ไปได้ 2-0 เกม
ซึ่งจากชัยชนะดังกล่าวทำให้พวกเขาพลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ในฐานะอันดับ 4 ของกลุ่ม เอ และทำให้ FW กลายเป็นอันดับ 5 และตกต้องรอบไปแทน
ทั้งนี้ในวันดังกล่าวทางทีมปราสาทสายฟ้าได้มีการจัดงาน est Cola Born to Be Awesome x BRU Watch Party APL 2023 เพื่อให้แฟนๆได้มารวมตัวกันเชียร์ทีมรัก และทาง ไชยชนก ชิดชอบ นายใหญ่ Buriram United Esports ให้สัมภาษณ์กับข่าวสดอีสปอร์ต ภายในงานดังกล่าว
โดยพูดถึงการชนะFWในสถานการณ์แบบหลังชนฝาเพราะต้องชนะ 2-0 เท่านั้นเพื่อเข้ารอบว่า
“ผมว่ามันอยู่ที่สปิริตและทัศนคติของนักกีฬา กีฬาทุกชนิดเนี่ย ถ้าเทียบกับคำพูดที่มีในวงการกีฬาก็จนกว่าจะสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย มันไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว”
“ฟอร์มของน้องๆทุกคนในช่วงเวลาที่ผ่านมามันก็มีความแกว่งค่อนข้างมาก ซึ่งมาจากหลายๆองค์ประกอบ จริงๆผมอาจจะรับผิดเลยดีกว่าว่าผมเป็นส่วนสำคัญตรงนั้นด้วย เพราะว่าที่ผ่านมา ประมาณปีสองปีแล้วล่ะ ที่ผมไม่สามารถจะมีส่วนร่วมกับน้องๆได้เท่าเมื่อก่อน เพราะว่าผมมีหน้าที่รับผิดชอบเพิ่มเติมขึ้นมา”
“แล้วน้องๆเองก็พยายามปรับตัวกับมัน ทุกคนมีความทะเยอทยาน มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ พยายามพัฒนาตัวเองตลอด แต่ว่ามันก็ต้องใช้เวลา และผมเชื่อว่าครั้งนี้ น้องๆเองก็ทำเต็มที่ แล้วพอมาถึงเวลาที่หลังชนฝา ”
“จริงๆแล้วทีมชุดนี้คือเก่งมาก แล้วพอหลังขนฝาเมื่อไรเนี่ย เหมือนโฟกัสกับสมาธิเขาเต็มที่ เราเห็นน้องๆทีมบุรีรัมย์เป็นแบบนี้มาเยอะแล้ว ยกตัวอย่างเช่นตอนที่เราไปเป็นแชมป์โลก รีเวิร์สสวีปจาก 0-3 หลังชนฝา แล้วก็กลับมาได้
อันนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่จริงๆแล้วพอเรามอง มันเป็นสิ่งที่เราต้องมานั่งคิดแล้วไปนั่งปรับ เพราะว่าจริงๆแล้วมันควรมีความสม่ำเสมอ สมาธิน้องต้องดีไม่ว่าน้องจะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วน้องๆก็ทำเต็มที่ แล้วก็คว้าโอกาสที่จะไปต่อได้
และผมเชื่อว่าถึงแม้ว่าจะมีสิ่งที่ยังต้องปรับ ความแกว่งในฟอร์ม แต่ถ้าวันไหนที่ฟอร์มน้องเป็นแบบนี้เนี่ย เป็นใครเราก็เจอได้ และผมก็เชื่อว่าแชมป์โลกไม่ไกลเกินเอื้อม”
ส่วนเรื่องผลประกบคู่ที่จะต้องพบกับ V Gaming จากเวียดนาม ในรอบต่อไป เจ้าตัวมองว่า
“จริงๆก็เป็นทีมที่เจอกันมาหลายรอบแล้ว คิดว่าน้องๆก็โอเคที่ได้เจอทีมนี้ คิดว่าน้องรู้สึกว่าเขาเข้าใจและพร้อมที่จะรับมือ แต่ก็ยังมีเวลาให้ปรับตัวและพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ผมเชื่อว่าในทัวร์การแข่งขันแบบนี้เนี่ย เราจะมองฟอร์มของเกมก่อนหน้าอย่างเดียวไม่ได้ ดังนั้นน้องๆก็ประมาทไม่ได้ ซึ่งทุกคนรู้และเข้าใจดี ก็จะไปเตรียมแผนและไปพัฒนาเพิ่มเติม”
นอกจากนี้นายใหญ่ทัพปราสาทสายฟ้ายังฝากถึงแฟนๆด้วยว่า
“จริงๆผมก็อยากจะขอบคุณแฟนๆมากครับ เพราะว่า ความฝันของผมจริงๆ ตอนแรกผมไม่รู้ว่าฝันของผมจริงๆคืออะไร ผมทำในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบที่มันเกิดขึ้นมาต่อหน้าตลอดเลย แต่พอมาทำเรื่องอีสปอร์ต มันเป็นสิ่งแรกเลยที่ผมอยากจะทำด้วยตัวเอง และพอได้ก้าวเข้ามาทำมันก็มีความท้าทายมากมาย เพราะมันมีช่วงเวลาที่สังคมยังไม่ยอมรับ แล้วผมก็มีเป้าหมายของผมว่าอยากให้คนเปิดใจ อยากพาเด็กไทยไปเป็นแชมป์โลก
ซึ่งพอได้ก้าวเข้ามาทำแล้วเนี่ย ก็อาจจะมีแฟนๆหลายกลุ่มที่อาจจะเป็นแฟนฟุตบอลมาก่อนที่ตามมาสนับสนุนผม แล้วก็มีกลุ่มเด็กๆหลายคนที่ชอบและรักในเกม แต่ว่าอาจจะเปิดเผยบ้าง ไม่เปิดเผยบ้าง เพราะสถานการณ์สังคม แล้วเขาก็มาซัพพอร์ตบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่วันนั้น
และจากวันนั้นจนถึงวันนี้เราไม่ใช่ทีมที่ประสบความสำเร็จตลอด แต่เขาอยู่เคียงข้างเราตลอด แม้กระทั่งวันนี้ที่ฟอร์มยังแกว่ง แต่พอได้มาเห็นบรรยากาศแบบในงานวันนี้ ก็ทำให้เห็นว่าเหมือนสิ่งที่เราทำมันมีความหมาย รู้สึกว่าเป้าหมายในชีวิตมันสำเร็จแล้ว
หนึ่งในเจตนาของผม คือ ผมอยากให้คนไทยให้โอกาสอีสปอร์ต ซึ่งมันเกิดขึ้นไปสักพักใหญ่ๆแล้ว อยากพาเด็กไทยไปเป็นแชมป์โลกมันเกิดขึ้นแล้ว อยากพัฒนาอุตสาหกรรมอีสปอร์ตในไทยเพราะรู้สึกว่าเราไม่ด้อยกว่าใครในโลก มันก็ประสบความสำเร็จไปแล้ว ในการที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้ช่วยให้อุตสาหกรรมเติมโตขึ้น
แต่วันนี้มันเหมือนเป็นการย้ำ ย้ำว่าแม้กระทั่งในวันนี้ผมที่ผมส่งไม้ต่อให้น้อง แม้ว่าผลการแข่งขันของเราก็ไม่ได้ดีเสมอไป เราก็มีแฟนคลับที่รักทั้งตัวนักกีฬา ทั้งสโมสร และเป็นกำลังใจให้เราเสมอ ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง
อยากขอบคุณแฟนๆจริงๆ ไม่มีเขาก็ไม่มีเราในวันนี้ แล้วอยากจะบอกด้วยว่า ไม่ว่าจะเกี่ยวกับอีสปอร์ตหรือไม่ สิ่งที่ผมจะทำในอนาคตจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ผมอยากจะขอบคุณ และบอกว่าพวกคุณทุกคนที่สนับสนุนผมมาตั้งแต่ฟุตบอลมาจนถึงอีสปอร์ตเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ผมได้บทเรียนและเจออุปสรรคหลายอย่างที่รู้ว่าไม่มีทางก้าวข้ามมันมาได้ถ้าไม่มีแรงสนับสนุนจากทุกคน”
ทั้งนี้ในงานดังกล่าวเจ้าตัวได้ประกาศส่งไม้ต่อเรื่องการทำงานกับทีมอีสปอร์ตของบุรีรัมย์ให้กับน้องชายอย่าง โชติชนก ชิดชอบ เข้ามาสานต่อแทนด้วย
Post by @milo_championsheepView on Threads