โปรตุเกส แม้ว่าจะพยายามสร้างเกมสู้กับสเปนได้อย่างสูสี แต่ว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บกลับโดนทีเด็ดตัวสำรองทัพกระทิงดุทำให้พ่ายหวุดหวิดจอดแค่รอบ 16 ทีม

ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อ 7 ก.ค. ที่เอทีแอนด์ที สเตเดียม เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา “ฝอยทอง”โปรตุเกส ซึ่งรอบ 32 ทีมพลิกแซงเอาชนะโครเอเชีย 2-1 ลงสนามพบกับ “กระทิงดุ”สเปน ที่ไล่ถล่มออสเตรีย มา 3-0

โรเบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือทัพฝอยทองเลือกเล่นระบบ 4-2-3-1 ใช้ดาวเตะอย่าง ดิโอโก คอสตา, ชูเอา คันเซโล, รูเบน ดิอาซ, เรนาโต เวยกา, นูโน เดนเดส, ชูเอา เนเวส, วิตินญา, เปโดร เนโต, บรูโน แฟร์นานเดส, ชูเอา เฟลิกซ์ และ คริสเตียโน โรนัลโด เป็น 11 ตัวจริง

ด้านสเปนภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอ็นเต เล่นในแผน 4-2-3-1 มี 11 คนแรกประกอบด้วย อูไน ซิมอน, เปโดร ปอร์โร, เปา กูบาร์ซี, อายเมอริก ลาปอร์กต์, มาร์ก กูกูเรยา, เปดรี, โรดรี, ลามิน ยามาล, ดานี โอลโม, อเล็กซ์ บาเอนา และ มิเกล โอยาร์ซาบาล

ช่วง 25 นาทีแรกสเปนเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า และมีจังหวะจบสกอร์มากกว่าด้วยการยิงตรงกรอบถึง 3 แต่ว่า ดิโอโก คอสตา ผู้รักษาประตูโปรตุเกสช่วยป้องกันลูกยากไว้ได้หมด แม้ว่าโปรตุเกสจะสร้างโอกาสของตัวเองพอสมควรแต่สุดท้ายยังไม่มีสกอร์ จบ 45 นาทีแรกด้วยการเสมอ 0-0 ทำให้สเปนเพิ่มสถิติไม่เสียประตูครึ่งเวลาแรกบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นเกมที่ 9 ติดต่อกัน

ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังทันกันต่างฝ่ายต่างพยายามสร้างเกมของตัวเองโดยผ่าน 1 ชั่วโมงแรกยังไม่มีสกอร์แรกของเกม เข้าสู่นาที 90+1 สเปนได้โอกาสจากการที่ มิเกล เมริโน ตัวสำรองที่ลงมาใหม่หลุดเข้าไปยิงให้ทัพกระทิงดุขึ้นนำ 1-0 และเป็นประตูชัยส่งสเปนเฉือนชนะหวุดหวิด

สำหรับ สเปน เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปรอพบผู้ชนะระหว่างสหรัฐอเมริกากับเบลเยียม วันที่ 11 ก.ค. ที่โซไฟ สเตเดียม ลอส แองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน