บิ๊กต้อม นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อไทย สุดปลื้มชาติตอบรับเข้าร่วมคิงส์ล้นหลามมากกว่าเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นในเดือนหน้า
หลังจากที่ “บิ๊กต้อม”นายธนา ไชยประสิทธิ์ เป็นประธานแถลงข่าวจัดแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลก ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 39 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 4-11 ส.ค. ที่แฟชั่นไอร์แลนด์ โดยครั้งนี้มีชาติเข้าร่วมมากถึง 19 ชาติจากทั่วโลก
นายธนา กล่าวว่า ตะกร้อรายการคิงส์คัพเป็นรายการที่เก่าแก่และประวัติศาสตร์มากอย่างยาวนานร่วม 4 ทศวรรษถือเป็นถ้วยศักดิ์สิทธิ์ถ้วยหนึ่งของวงการตะกร้อโลก และการที่มีชาติเข้าร่วมถึง 19 ชาติ ทาง ดาตุก อับดุล ฮาลิม กาเดร์ เลขาธิการสหพันตะกร้อนานาชาติเผยชาติเข้าร่วมคิงส์คัพ ครั้งนี้มากกว่าจำนวนชาติที่เข้าแข่งในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นในเดือนหน้าเสียอีก ทำให้เห็นว่ารายการตะกร้อคิงส์คัพนั้นสำคัญมากขนาดไหน
ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมว่ากรณีที่นักกีฬาตะกร้อไทยที่โดนแบนจะโดนตัดสินก่อนคิงส์คัพจะจบลงไทยมีแผนสำรองไว้บ้างหรือไม่ หากนักกีฬารายดังกล่าวไม่สามารถเข้าร่วมเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นได้ ซึ่งนายธนาเผยว่าตอนนี้ได้เตรียมนักกีฬาเอาไว้แล้ว เพราะได้ส่งรายชื่อสำรองเอาไว้ อย่างเช่นถ้าหนึ่งทีมส่งได้ 14 คน ทางสมาคมจะเตรียมนักกีฬาไว้ราว 19-20 คน ถ้าหากคนที่โดนตรวจสอบแล้วโดนแบนเชื่อว่าไทยมีนักกีฬาเพียงพอสำหรับเอเชียนเกมส์แน่นอน
ผู้สื่อข่าวสอบถามอีกว่าเมื่อจบเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นแล้ว เอเชียนเกมส์ครั้งหน้าจะไปจัดที่ตะวันออกกลาง ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มทวีปเอเชียที่ไม่ถนัดกับกีฬาตะกร้อมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่ตะกร้อจะได้บรรจุในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 21
เกี่วกับเรื่องนี้ ดร.สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกีฬาตะกร้อ ให้คำตอบว่า “ผมคิดว่าตะกร้อคิงส์คัพครั้งนี้เป็นก้าวที่สำคัญมากเนื่องจากชาติหลักๆ ในกีฬาตะกร้อมาแข่งกันหมด ดังนั้นก้าวต่อไปเราต้องผลักดันให้ทีมตะวันออกกลางสามารถสร้างจากทีมเดี่ยวขึ้นมาเป็นทีมชุดให้ได้ อย่างที่ทราบว่าเรามีโค้ชชาวไทยไปสอนอยู่ที่ตะวันออกกลางอยู่แล้ว”
“นอกจากนี้ทางสหพันธ์จะร่วมมือกับคณะกรรมการโอลิมปิกเอเชีย (โอซีเอ) ผลักดันให้มีการแข่งขันในชาติวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น ดูได้จากการที่เราส่งเสริมให้มีแข่งมากขึ้นในโซนเอเชียใต้ทำให้อินเดียก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำได้ เช่นเดียวกับหลายชาติไม่ว่าจะเป็นศรีลังกา บังกลาเทศ ฯลฯ ต้องการที่จะเป็นชาติชั้นนำในกีฬาตะกร้อ”
“ดังนั้นเราต้องพยายามที่ร่วมมือกันสร้างวงการตะกร้อให้กับทีมเอเชียตะวันออกไกล เอเชียใต้ หรือตะวันออกกลางให้ก้าวขึ้นสู้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรจุตะกร้อเข้าไปในเอเชียนเกมส์ในอีก 4 ปีข้างหน้า”