หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้มีการคุมเข้มเรื่องการใช้อาวุธปืน โดยเตรียมห้ามนำออกจากบ้าน 100% พร้อมยืนยันว่าแม้แต่นักกีฬาก็ไม่มีผ่อน ซึ่งทำให้กีฬาที่ต้องใช้อาวุธปืนเป็นอุปกรณ์ในการแข่งขันได้รับผลกระทบไปด้วย จึงมีคำถามจากสังคมกีฬา รวมทั้งสื่อมวลชน ว่าจะดำเนินกิจกรรมเพื่อกีฬาเป็นเลิศอย่างไร

นายยุทธนา ผาณิตพิเชฐวงศ์ นายกสมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา เลขาธิการสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย ร่วมกันให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นปัญหาดังกล่าว ซึ่งกระทบกับนักกีฬายิงปืนโดยตรง

โดย นายยุทธนา เผยว่า เมื่อมีคำสัมภาษณ์จากนายกรัฐมนตรี กีฬายิงเป้าบินไม่ได้นิ่งนอนใจ เราวิตกกังวล เพราะเป้าบินเป็นกีฬาสากล อยู่ในโอลิมปิก นักกีฬาไทย มีผลงานในเอเชียนเกมส์ และ ซีเกมส์ต่อเนื่อง ปืนของยิงเป้าบินนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะพกพาได้ นักกีฬาปฏิบัติตามกฎหมายคือการถอดชิ้นส่วนปืน ใส่กระเป๋าล็อกเอาไว้ ท้ายรถ เป็นการนำพาไปสนามยิงปืน ไม่ใช่พกพา และไม่ได้ออกนอกเส้นทาง เราเป็นกีฬาจริงๆ อยู่ได้ข่าวว่าห้ามนำออกไปไหน แต่เราเก็บตัวเพื่อแข่งเอเชียนเกมส์ เดือนหน้าแล้ว จะทำอย่างไร เพราะนักกีฬาไม่สามารถไปซ้อมได้ กลัวจะทำผิดกฎหมาย

นายชลิตรัตน์ เผยว่า ยิงปืนรณยุทธจะต้องนำพาปืนเอาไปฝึกซ้อมเพื่อความเป็นเลิศ ไม่ได้พกพา เรามีเหรียญซีเกมส์, มีแชมป์โลก มีอันดับ 2 โลกหญิงอีก 2 คน กว่าจะได้มาต้องฝึกซ้อม ต้องกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ว่า สมาคมกีฬายิงปืน มีอาวุธปืนเป็นอุปกรณ์แข่งขันกีฬาสากล ถ้าไม่สามารถนำอาวุธปืนไปซ้อมได้ ก็ไปไหนไม่ได้ ประกอบกับเราต้องจัดแข่งขัน อย่างน้อยก็แข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย หรือแข่งขันประจำภาค ในจังหวัดต่างๆ ต้อง ขึ้นเครื่องบิน ไม่ได้ใส่รถไปจะนำเดินทางไปอย่างไร เช่นเดียวกันกับสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทยฯ ที่มี สกล วรรณพงษ์ เป็นนายกฯ ก็กังวลเรื่องนี้

“วันนี้มีคำถามจากนักกีฬาว่าจะเอาปืนไปแข่งขันอย่างไร ซ้อมไม่ต้องพูดถึง การจัดแข่งขันก็เช่นกัน นักกีฬาต่างชาตินำปืนเข้ามาแข่งขัน จะผิดกฎหมายหรือไม่ สมาคมกีฬาที่เกี่ยวกับยิงปืนเดือดร้อนตอนนี้จะให้นักกีฬาเอาปืนไว้ที่สนาม ใครจะรับผิดชอบ เพราะปืนมีราคาพอๆกับรถยนต์คันนึง ขอความกรุณานายกรัฐมนตรีให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาดูแลนักกีฬา เพราะหากเป็นเช่นนี้หากนำปืนออกจากบ้านมานักกีฬาเอเชียนเกมส์ ก็ไม่สามารถทำได้ การนำพาปืนออกนอกบ้านจะผิดกฎหมายหรือไม่”

“เนื่องจากสมาคมกีฬา ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการออกหนังสือรับรอง แม้จะมีหนังสือแต่ก็เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ดี เราทำตามพรบ.กีฬา เป็นเรื่องของความเป็นเลิศ เราตรวจสอบประวัติอาญชากรรมของนักกีฬาทุกคน ทุกคนต้องได้รับการรับรองจากครูฝึกในการใช้อาวุธที่ปลอดภัย นักกีฬาไม่ได้ก่ออาชญากรรมใดๆ เมื่อผู้บังคับบัญชาสูงสุดของประเทศสั่งการแบบนี้ หน่วยราชการไหนก็คงไม่ฟัง หากเราเข้าไปปรึกษาในประเด็นนี้ คงต้องรอ นายกรัฐมนตรี สั่งการ”

เมื่อ นำปืนไปซ้อมไม่ได้ การแข่งขันก็หาความเป็นเลิศจะด้อยลง นักกีฬาไม่ยอมไปแข่ง เพราะกลัวผิดกฎหมาย จัดแข่งไม่ได้ เพราะไม่รู้จะว่าทำอย่างไรเพราะ นักกีฬาต่างชาติ จองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบินเข้ามาแข่งขันแล้ว นำปืนเข้ามาจะผิดกฎหมายหรือไม่ เชื่อว่านายกรัฐมนตรี มีเหตุมีผล อาจจะเรียกหน่วยงานอย่าง กกท. หรือ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเข้าไปชี้แจง เพื่อให้เข้าใจในบริบทที่เราทำ ปล่อยไปจะเกิดความเสียหายต่อกีฬายิงปืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน