แข้งหนุ่ม’โคราช’แม่นโทษซิวแชมป์-ทัพ กทม.เจ้าทองสมัย31 บุรีรัมย์เกมส์ (ผลอื่นๆ)

บุรีรัมย์เกมส์

ขุนพลนครราชสีมา ที่ตั้งรับตลอดทั้งเกม ยันเสมอ นครสวรรค์ ในเวลา 90 นาที ด้วยสกอร์ 0-0 ก่อนจะแม่นโทษกว่าเฉือนเอาชนะไปในที่สุด 4-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลชาย ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35 บุรีรัมย์เกมส์

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

คามเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35 บุรีรัมย์เกมส์ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยวันรองสุดท้าย ทัพนักกีฬาเมืองหลวง กทม. ช่วยกันโกยเหรียญทอง ครองเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 31 แม้จะเหลือการแข่งขันอีก 1 วันก็ตามที

ไฮไลต์ ฟุตบอลชาย ที่สนามกีฬากลาง อบจ.บุรีรัมย์ (เขากระโดง สเตเดียม) รอบชิงชนะเลิศ นครสวรรค์ รอบรองชนะเลิศ เฉือนชนะ สมุทรปราการ (แชมป์เก่า)  1-0 พบ นครราชสีมา ที่เอาชนะกระบี่ 2-1 ผลปรากฏว่า เป็นนครสวรรค์ เปิดฉากบุกตลอดทั้งเกม แต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ ครบ 90 นาที ยังเสมอ 0-0 ต้องหาแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ ปรากฏว่า แข้งหนุ่มโคราช แม่นกว่า เอาชนะไปในที่สุด 4-2 คว้าแชมป์ไปครอง

ขณะที่ฟุตบอลหญิง รอบชิงชนะเลิศ ขอนแก่น ชนะ นครศรีธรรมราช 4-1 โดยนครศรีธรรมราช ได้ประตูออกนำไปก่อน จาก  ตรีสรา เกตกาญจน์ น.4 ก่อนแข้งสาวขอนแก่น จะรัว 4 ประตูรวด จาก ธาดารัตน์ ไทยทรงธรรม  น.26, จันทรภรณ์ วิเศษวรรณ น.82, พรนภา อุ่นสา น.85 และ ศิริวรรณ ศรีมงคล น.90+2 คว้าแชมป์ไปครอง

ฟุตซอล ชิงชัย 2 เหรียญทอง ประเภททีมชาย รอบชิงชนะเลิศ โต๊ะเล็กหนุ่ม กทม. โชว์ฟอร์มสมดีกรีแชมป์เก่า ไล่เตะเอาชนะ เชียงใหม่ 3-1 โดยเกมนี้ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย แข้ง กทม. ซัดแฮตทริคได้ในนาทีที่ 21, 32, 40 ส่วน เชียงใหม่ ยิงตีไข่แตกได้จาก ธนากร หยกสุขสิริพงศ์ ในนาทีที่ 18 แต่โดนใบแดงในช่วงนาทีที่ 38 ทำให้ทัพโต๊ะเล็กเมืองหลวงป้องกันแชมป์ได้อีกสมัย

ขณะที่ประเภททีมหญิง รอบชิงชนะเลิศ นักเตะสาว กทม. แชมป์เก่า พลาดท่าล็อกถล่มพ่ายหวิว สุพรรณบุรี 3-4 โดยเกมนี้ สุพรรณบุรี ได้ประตูจาก แพรพลอย หัวใจเพ็ชร นาทีที่ 7, รสิตา เปี๊ยะภิรมย์ นาทีที่ 18, หทัยภัทร เพิ่มเติม นาทีที่ 28 และกนกวรรณ เพียรทอง นาทีที่ 32 ทำให้แข้งโต๊ะเล็กสาวสุพรรณบุรีกระชากแชมป์มาครองได้สำเร็จ

เทนนิส วันสุดท้าย ชิงชัย 2 เหรียญทอง ประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ “แซ็ก” ฐานทัพ สุขสำราญ นักหวดหนุ่มดาวรุ่งจากสุพรรณบุรี โชว์ฟอร์มแกร่งไล่ต้อนเอาชนะ สิรวิชญ์ สุดเนตร จากอำนาจเจริญ ขาดลอย 2-0 เซต 6-2, 6-0 คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

ขณะที่ประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ดาวรุ่งสาวสุพรรณบุรี หวดชนะเพื่อนร่วมสังกัด ศุภาพิชญ์ เกือรัมย์ 2-0 เซต 7-5, 6-2 คว้าแชมป์ไป สรุปรวม สุพรรณบุรี ครองเจ้าเหรียญทองเทนนิส โดยคว้ารวมได้ 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง

ซอฟท์เทนนิส ชิงชัย 2 เหรียญทอง ประเภททีมชาย รอบชิงชนะเลิศ กทม. นำโดย เดี่ยวมือ 1 อสมา  โฉมศรี คู่มือ 1 นภดล น้อยกอ, ศุภกร บุญจิตร, คู่มือ 2 ตฤน ภามี, ฆราวัฒน์ อารีวงศ์ หวดชนะ พิจิตร ที่มี เดี่ยวมือ 1 ดุลยวัต วังล้อม, คู่มือ 1 ธนบดินทร์ จันทสมิต, ภัคพล เธียรชัยพงษ์, คู่มือ 2 ภัทรพล ศรีอินทอง, ยะนะโชค วงศ์ทองเหลือ 2-1 คู่ คว้าเหรียญทอง

ขณะที่ประเภททีมหญิง รอบชิงชนะเลิศ กำแพงเพชร ประกอบด้วย เดี่ยวมือ 1 แพรพลอย หลักกอ, คู่มือ 1 ธมลวรรณ ชนะภัย, โยษิตา ลีลาวดี, คู่มือ 2 พิณจ์ตราษ์ ศรีสังข์, พิรงรอง คชฤทธิ์ เอาชนะ สงขลา ที่มีเดี่ยวมือ 1 ปริยากร พิชัยยุทธ์, คู่มือ 1 อชิรญา สังเกตุ, ปิยมน พิชัยยุทธ์, คู่มือ 2 แพรวา จงจิตร, ณิรดา อาลฮาร์ตี้ 2-1 คู่ คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

บาสเกตบอล ชิงชัย 2 เหรียญทอง ที่ ประเภททีมหญิง อ่างทอง เเชมป์เก่า พ่าย นครปฐม คู่ชิงจากศึกเยาวชนเเห่งชาติ “น่านเกมส์” เมื่อปี 2561 52-56 นครปฐมล้างตาคว้าเหรียญทองได้อีกสมัย หลังเคยสัมผัสเเชมป์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2558

หลังเกม สมถวิล รัตโนภาส เฮดโค้ชของทีมสาวนครปฐม กล่าวว่า เหรียญทองนี้ถือเป็นการเฝ้ารอความสำเร็จมานานถึง 4 ปี หลังตนเคยทำทีมได้เเชมป์มาติดกันในช่วงปี 2553-2558 โดยกุญเเจกสำคัญที่ทำให้เอาชนะในนัดชิงฯเกมนี้ คงเป็นเพราะเราพยายามนำข้อผิดพลาดจากเมื่อปีที่เเล้ว ทั้งเรื่องการชูต การเก็บรีบาวด์ เเละการป้องกัน 3 คะเเนนของทีมคู่เเข่งมาเเก้ไข ซึ่งการที่ลูกทีมทำได้ตามเเท็คติกที่วางไว้ ทำให้กลับมาคว้าเเชมป์ได้อีกครั้ง

แฮนด์บอล ชิงชัย 4 เหรียญทอง รอบชิงชนะเลิศ ประเภทในร่ม ทีมชาย กทม.ชนะ สมุทรปราการ 35-33,   ประเภทในร่ม ทีมหญิง นนทบุรี ชนะ ศรีสะเกษ 43-40 ขณะที่ประเภทชายหาด ทีมชาย สมุทรปราการ ชนะ กทม. 2-0 พีเรียด และประเภทชายหาด ทีมหญิง กทม. ชนะ อุบลราชธานี 2-0 พีเรียด สรุปรวมทัพแฮนด์บอล กทม. คว้ารวมได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน

เปตอง ชิง 2 ทอง ที่สนาม แขวงทางหลวงบุรีรัมย์ อ.เมืองบุรีรัมย์ ในประเภททีมชาย นนทบุรี ซึ่งมี อดิศร  ภูกิ่งดาว, พงศกร  อินภู่, ชานนท์  นิยมเดชา, ณัฐวุฒิ  เพ็ชรฤทธิ์ เเละ พงศกร  อินภู่ เค้นฟอร์มเยี่ยมช่วยกันโยนคว้าชัยเหนือกำเเพงเพชร ที่มี  ธนกฤต  วัฒนศิริ, ธนภัทร  ทิพย์เคลือบ, ณัฐวุฒิ  เงินอาจ เเละ กฤษฏาวุธ  สอนไว 13-4 คว้าทองไปครอง ส่วนทองเเดง เป็นของอุทัยธานี เเละพัทลุง

ขณะที่ประเภททีมหญิง รอบชิงชนะเลิศ นครศรีธรรมราช ที่มี  ผลิกา  ลักษณะวิลาศ, ภัสสร  โสภาวัจน์, มีนา  เจ๊ะหลี เเละ อริษา  วาดโรงภักร เอาชนะ พัทลุง ที่ประกอบด้วย สกุลรัตน์  ด้วงแก้ว, พัชรพร  นุ่นปาน, ปิยนุช  ถึงเจริญ เเละ สิวาลัย  ใสสะอาด 13-2 ส่ง “เมืองคอน”  คว้าเจ้าทองกีฬาเปตองร่วมกับสระบุรี หลังคว้ารวม 2 ทองเท่ากัน ส่วนทองเเดงทีมหญิงอีก 2 เหรียญ เป็นของ อยุธยา เเละบุรีรัมย์

มวยสากลสมัครเล่น ชิงชัย 18 เหรียญทอง ทัพกำปั้นพิษณุโลกกวาดได้ 6 เหรียญทอง จากรุ่นแบนตั้มเวท 54 กก. หญิง เนรัญชญา เชื้อคำจันทร์, รุ่นไลท์เวท 60 กก.หญิง นภเกตน์ ศรีสวัสดิ์, รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท 64 กก.หญิง วิภาวินี เงินสันเทียะ, รุ่นไลท์ฟลายเวท 49 กก.ชาย ธนรัฐ แสงเพชร, รุ่นแบนตั้มเวท 56 กก.ชาย ยอดทนง เชื้อเพชร และรุ่นเวลเตอร์เวท 69 กก.ชาย ภานุวัฒน์ บุสจันทร์

ขณะที่นักชกนครราชสีมาคว้าได้ 4 เหรียญทอง จากรุ่นพินเวท 45 กก. หญิง ทิพย์สัจจา ยอดวารี, รุ่นไลต์ฟลายเวท 48 กก.หญิง พัชราพรรณ ทิศกระโทก, รุ่นฟลายเวท 52 กก.ชาย ปฏิภาณ อุทัยดา และรุ่นมิดเดิลเวท 75 กก.ชาย วิทยา จันทร์สม

ส่วนเหรียญทองรุ่นอื่น ดังนี้ รุ่นฟลายเวท 51 กก.หญิง ขนิษฐา นกเชี่ยว (อ่างทอง), รุ่นเฟเธอร์เวท 57 กก.หญิง ปณิดา แก้วแก่นคูณ (หนองบัวลำภู), รุ่นเวลเตอร์เวท 69 กก.หญิง นิตยา ป้อพันธุ์ดุง (นครสวรรค์), รุ่นมิดเดิลเวท 75 กก.หญิง พรนิภา ชูตรี (ร้อยเอ็ด), รุ่นพินเวท 46 กก.ชาย จรูญโรจน์ โพธิ์พรม (อ่างทอง), รุ่นไลท์เวท 60 กก.ชาย ปรีชา มาลุนับ (ศรีสะเกษ), รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท 64 กก.ชาย กิตติศักดิ์ สวนนิภา (อ่างทอง) และรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท 81 กก.ชาย สุรินธร ดำเปล่า (นราธิวาส)

มวยไทยสมัครเล่น ชิงชัย 17 เหรียญทอง กำปั้นศรีสะเกษ เก็บไป 3 เหรียญทอง รุ่นเปเปอร์เวท เกิน 39 กก. หญิง เยาวภา  ผสมวงค์, รุ่นเฟเธอร์เวท เกิน 54 กก.หญิง สภัสสร  ทองดี และ รุ่นไลท์เวท เกิน 57 กก.หญิง ศรินดา  รัตนนาม

ส่วนรุ่นอื่นๆ รุ่นเปเปอร์เวท ไม่เกิน 42 กก. ชาย ทอง วิริทธิ์พล  หยู่ตุ้ง ( สุราษฎร์ธานี), รุ่นพินเวท เกิน 42 กก.ไม่เกิน 45 กก. หญิง ทอง จันทกานต์  มโนบาล (นครราชสีมา), รุ่นพินเวท ไม่เกิน 45 กก. ชาย ทอง พีระพัฒน์  คงพัฒน์ ( นราธิวาส), รุ่นไลท์ฟลายเวท ไม่เกิน 48 กก. หญิง ทอง อภิชญา  เปลี้ยจันทึก (สระบุรี), รุ่นไลท์ฟลายเวท ไม่เกิน 48 กก. ชาย ทอง ปิยะชาติ  บางกรัก (ตรัง), รุ่นฟลายเวท ไม่เกิน 51 กก. หญิง ทอง สุธาทิพย์  ทองตรีพันธุ์ (ตรัง), รุ่นฟลายเวท ไม่เกิน 51 กก. ชาย ทอง นพรุจน์  วันเพ็ง (พิษณุโลก)

รุ่นแบนตั้มเวท ไม่เกิน 54 กก. หญิง ทอง กันติยา  ประโนรัมย์ (บุรีรัมย์), รุ่นแบนตั้มเวท ไม่เกิน 54 กก. – ชาย ทอง จิรเมธ  พรหมรักษ์ (สุราษฎร์ธานี), รุ่นเฟเธอร์เวท ไม่เกิน 57 กก. – ชาย ทอง จีรวัฒน์  บุญยก (บุรีรัมย์), รุ่นไลท์เวท ไม่เกิน 60 กก. ชาย  ทอง กิตติพงษ์  ราชคม (ลำปาง), รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท ไม่เกิน 63.5 กก. – ชาย ทอง รพีภัทร  ขันขวา (กำแพงเพชร), รุ่นเวลเตอร์เวท ไม่เกิน 67 กก. – ชาย ทอง อภิวัตร  ยะสุวรรณ (ลำปาง) และ รุ่นไลท์มิดเดิลเวท ไม่เกิน 71 กก. – ชาย ทอง ธนบดี  ทวีชาติ (กทม.)

สรุปตารางเหรียญรางวัล (สิ้นสุดเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 18 พฤษภาคม) อันดับ 1.กทม. 132 เหรียญทอง 103 เหรียญเงิน 114 เหรียญทองแดง ครองเจ้าเหรียญทอง บุรีรัมย์เกมส์ เป็นที่เรียบร้อย และเป็นเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 31 2.ชลบุรี 53 เหรียญทอง 57 เหรียญเงิน 48 เหรียญทองแดง 3.สุพรรณบุรี 46 เหรียญทอง 32 เหรียญเงิน 43 เหรียญทองแดง 4.นครราชสีมา 45 เหรียญทอง 23 เหรียญเงิน 26 เหรียญทองแดง 5.นครศรีธรรมราช 24 เหรียญทอง 28 เหรียญเงิน 41 เหรียญทองแดง ขณะที่เจ้าภาพ บุรีรัมย์ อันดับ 21 เก็บไป 8 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 14 เหรียญทองแดง

บทความก่อนหน้านี้ฝีเท้าเข้าตา! แมนยู ต่อสัญญา ‘คอร์บิน’ ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เชียร์ไปให้ถึงฝัน
บทความถัดไปดวงประจำวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 ราศีใดไม่ควรเดินทางไกล ราศีใดอาจทำเงินหาย