


ส่วนคู่หูจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ต้องเจองานยากลำบากในการป้องกันแชมป์ “ซีเค” ชัยวิชิต นิสสกุล รั้งอันดับ 3 ตามหลัง 16 คะแนน ส่วนแชมป์เก่าอย่าง “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ที่ไม่มีแต้มจากสนามแรกแต่กลับมาขึ้นโพเดี้ยมในสนาม 2 รั้งอันดับ 4 ตามหลังจ่าฝูงถึง 25 คะแนน
โดยล่าสุดนับเป็นข่าวร้ายของ ยามาฮ่า เพาเวอร์สปีด วีไอพี 123 เรซซิ่ง ทีม เมื่อ “ชิพ” นครินทร์ จ่าฝูงพลาดล้มจากการซ้อมในโค้ง 8 เมื่อวันพฤหัสบดี จนได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่แขนซ้าย และในวันนี้ก็ไม่สามารถลงซ้อมได้ ซึ่งจะต้องมาลุ้นกันว่าอดีตนักบิดโมโตทรีรายนี้ จะสามารถลงแข่งขันเพื่อรักษาความได้เปรียบบนตารางคะแนนสะสมได้หรือไม่


ด้าน อภิวัฒน์ รองจ่าฝูงจาก ยามาฮ่า เพาเวอร์สปีด วีไอพี 123 เรซซิ่ง ทีม ซึ่งตามหลังทีมเมทอยู่ 4 คะแนน กล่าวว่า “จากการซ้อม 2 วันที่ผ่านมา ถือว่าเราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เวลาต่อรอบที่ทำได้ ผมคิดว่าเราน่าจะเร็วได้กว่านี้ ส่วนในการแข่งขัน ต้องไม่ประมาท เพราะยังเหลืออีก 2 สนาม ผมมีคะแนนตามหลังทีมเมทอยู่ 4 แต้ม เชื่อว่าจะยังคงเป็นงานหนัก ส่วนตัวผมเองจะรักษามาตรฐานการขี่ให้รอบคอบ เพื่อให้สถานการณ์การลุ้นแชมป์ไม่มีความเสี่ยงมากนัก”
ส่วนการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งในสนามนี้มี 3 นักบิดดาวดังระดับเอเชียอย่าง “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม รวมถึง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช และ “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ จาก เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เข้าร่วมการแข่งขันด้วยถือเป็นการสร้างความเข้มข้นขึ้นอย่างมาก

รัฐพงษ์ กล่าวหลังผ่านการซ้อมทั้งสิ้น 8 เซสชั่น ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาว่า “หลังผ่านการซ้อมถือว่าเราทำงานกันได้อย่างลงตัว แต่ก็ยังมีงานที่ยังต้องมาแก้ไขกันต่อ เพราะต้องลงแข่งด้วยยางที่แตกต่างกันกับรายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ ทำให้ต้องมีการเซ็ตติ้งที่ต่างออกไป แต่เวลาโดยรวมถือว่าน่าพอใจครับ ผมตั้งเป้าจะคว้าโพลให้ได้ แน่นอนว่าเป้าหมายคือการคว้าแชมป์ แต่ก็ไม่ประมาทและเราจะทำงานให้อย่างรอบคอบ เพื่อเน้นผลการแข่งขันที่แน่นอน”
สำหรับ มุกข์ลดา ที่ขยับขึ้นมาแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เป็นครั้งแรก กล่าวว่า “มุกข์ ถือเป็นรุกกี้ของรายการนี้เลยค่ะ และก็เป็นงานยากในการปรับตัวเพราะที่ผ่านมาเราแข่บขันในรุ่น 250 ซีซี มาหลายปี แต่หลังจากการซ้อมหลายครั้งในปีนี้ รวมถึงการทดสอบร่วมกับทีมก็มีความคืบหน้าอย่างมาก และการซ้อม 2 วันนี้ก็มีการเก็บข้อมูลหลายอย่าง รวมถึงเรื่องยางที่แตกต่างจากยางที่เราซ้อมสำหรับเรซในเอเชีย ทำให้มีการทำงานเพิ่มขึ้นมาในเรื่องเซ็ตติ้งและการปรับสไตล์การขี่เล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าน่าพอใจ”
ทั้งนี้ ศึก OR BRIC Superbike 2020 สนามที่ 3 จะเข้าโปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ และจับเวลารอบควอลิฟายในช่วงบ่ายของวัยเดียวกัน ก่อนจะแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ แฟนความเร็วสามารถติดตามชมถ่ายทอดสดการแข่งขันทาง TRUE4U ช่อง 24 เวลา 14.30-17.00 น. และผ่าน Online Live Streaming ทางเพจ BRIC Superbike และ Chang Circuit Buriram หรือทาง Youtube ช่อง BRIC Channel ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป