กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการซีอีโอ ไทยลีก ชี้แจงกรณีดราม่าหาทีมเลื่อนชั้นจากไทยลีก 3 ชี้อยากให้ยอมรับในเชิงกีฬา แต่ถ้าต้องการเพลย์พร้อมสนับสนุน
กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานบริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด กล่าวถึงกรณีดราม่าไทยลีก 3 ซึ่งตัดจบรอบโซน แต่ต้องหาตัวแทนโซนละ 2 ทีมไปเล่นรอบแชมเปียนส์ลีก เพื่อหาทีมขึ้นชั้น โดยยังมีปัญหาที่ 2 โซน โซนเหนือ แม่โจ้ ยูไนเต็ด 15 นัด มี 33 แต้ม กับ พิษณุโลก เอฟซี 14 นัด มี 32 แต้ม ปัญหาคือเตะไม่เท่ากัน
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

อีกโซนคือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล อันดับ 2 นนทบุรี ยูไนเต็ด กับ อันดับ 3 บางกอก เอฟซี เตะ 20 นัด มี 44 แต้ม เท่ากัน แต่ยังมองต่างมุมว่า จะจัดอันดับอย่างไร เพราะตามระเบียบเขียนว่า ถ้าระหว่างฤดูกาล หากคะแนนเท่ากัน จะดูผลต่างประตูได้เสีย แต่เมื่อจบฤดูกาล ให้ดูเฮดทูเฮด ซึ่งการตัดจบโดยยังแข่งไม่ครบแบบนี้ จะเข้าข่ายจัดอันดับโดยวิธีไหน
รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด กล่าวว่า ใน 2 กรณีนี้ มีการร้องเรียนกันของแต่ละฝ่าย ซึ่งไม่ว่าจะตัดสินอย่างไรต้องมีผู้ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ คนเสียประโยชน์มองว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งสุดท้ายแล้วต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย วันที่ 27 ม.ค.64
นายกรวีร์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนตัวแล้ว มีข้อเสนอถึงทีมคู่กรณี รวมทั้งจะเสนอให้สภากรรมการด้วย คือให้ทีมคู่กรณีแข่งขันตัดสินกันเลย 1 นัด ใช้สนามกลาง บจก.ไทยลีก พร้อมจัดแข่งให้ 1 สัปดาห์ก่อนที่รอบแชมเปียนส์ลีกจะเริ่ม เพื่อหาทีมที่จะเข้ารอบ
บิ๊กแชมป์ กล่าวต่อไปว่า อย่างในโซนเหนือ เกิดการแข่งขันไม่เท่ากัน ขณะที่ภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อระเบียบเขียนมาเพื่อความเป็นธรรม แต่ตีความกันไปคนละแบบ ต่างคนต่างมุมมอง ไม่อยากให้แพ้ชนะกันบนการตีความทางกฎหมาย อยากให้เอาเรื่องของกีฬา เอาสปิริตของกีฬามาตัดสินกันดีกว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร จะเป็นที่ยอมรับกันได้ของวงการกีฬา ถ้าแพ้ชนะ ขอให้เกิดบนเกมกีฬาดีกว่า