การชกของยอดมวยโลกผู้เป็นตำนานอย่าง แมนนี่ ปาเกียว ในไฟต์ล่าสุด จบลงด้วยการพ่ายคะแนน ยอร์เดนิส อูกาส อย่างเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 64 (ตามเวลาไทย) ทำให้เจ้าตัวชวดกลับมาเป็นแชมป์โลก”ตัวจริง”อีกครั้ง ขณะเดียวกัน สิ่งคาใจแฟนๆที่อยากได้ยินจากปาก สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติของฟิลิปปินส์ท่านนี้ ว่าจะเลิกชกแล้วแขวนนวม เพื่อไปเล่นการเมืองเต็มตัวลุ้นตำแหน่งประธานาธิบดีจริงหรือไม่ กลับยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในตอนนี้แต่อย่างใด

คำถามมากมายอาจก่อเกิด ความกังขาขึ้นในจิตใจ แล้วถ้าหาก เป็นคุณสวมบท ปาเกียว ในมุมมองต่างๆ จะตอบคำถามสาธารณชนเช่นไร..?!?!
ปุจฉา : ความพ่ายแพ้ของปาเกียวครั้งนี้ ดูหมดสภาพแล้วจริงหรือ ??
วิสัชนา : เรื่องผลการชก เมื่อนักมวยทั้งคู่ต่อยกันครบยก ต้องตัดสินด้วยคะแนน ถึงแม้ปัจจุบันจะมี การคำนวณผลหลังการชกออกมาด้วยคอมพิวเตอร์ (compubox) ชี้ชัดว่า อูกาส ออกหมัดเข้าเป้าได้มากกว่า ถึงแม้จะออกหมัดได้น้อยกว่า (อูกาสต่อยเข้าเป้า 151 จาก 405 /ปาเกียว 130 จาก 815 หมัด) และสมควรแล้วที่จะเป็นผู้ชนะ

ทว่าหากมองถึงองค์ประกอบโดยรวม ประเด็นแรก คณะกรรมการชุดนี้ (ผู้ให้คะแนน เดฟ โมเรตติ (Dave Moretti),แพตทริเซีย มอร์ส จาร์แมน(Patricia Morse Jarman),สตีฟ ไวส์เฟลด์ (Steve Weisfeld) และ ผู้ห้ามบนเวที รัสเซลล์ โมรา จูเนียร์ (Russell Mora Jr.) ล้วนเป็นชาวสหรัฐ เป็นกรรมการของรัฐเนวาด้า ที่ไม่ขึ้นตรงกับใคร หรือแม้กระทั่งโปรโมเตอร์ร่วม (ศึกครั้งนี้จัดโดย ทอม บราวน์ และ เอ็มพี โปรโมชั่น ซึ่ง เอ็มพี. ก็คือ ปาเกียวนั่นเอง)

และที่สำคัญคณะกรรมการชุดนี้เคยทำหน้าที่ตัดสินมวยโลกชนิดยกแผงร่วมกันมาหลายไฟต์ รวมทั้งล่าสุด คะแนนจึงออกมาในทิศทางเดียวกันเมื่อมวยชกครบ 12 ยก นั่นคือคะแนนเป็นเอกฉันท์ 115-113 และ 116-112 (สองเสียง) โดยให้แก่ผู้ชนะคือ ยอร์เดนิส อูกาส
ซึ่งในความเป็นจริงของมวยโลก การชี้ชัดอาจมองต่างมุมเป็นไม่เอกฉันท์ จะแพ้ ชนะ หรือ เสมอ ก็ย่อมได้ ยิ่งหากเป็นการชกในเมืองไทย ถ้าปาเกียวเลือกมาเป็นโปรโมเตอร์จัดเองในบ้านเรา กรรมการทั้งคณะก็อาจเทคะแนนให้ยอดมวยปินส์กลายเป็นผู้ชนะก็เป็นได้..!! (มิเช่นนั้น คงไม่มีคำเปรียบเปรยที่ว่า การมาชกในเมืองไทย ถ้านักชกเจ้าถิ่นไม่ถูกน็อกตาเหลือก สลบเหมือด ย่อมไม่มีทางได้ชัยชนะกลับออกไป)

นับประสาอะไรกับการตัดสิน แม้สถานที่จะเป็นเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง “ลาสเวกัส” ก็ตามที เพราะในอดีต ปาเกียว มาเปิดตัวใหม่ๆก็เคยจ้วง ฮวน มานูเอล มาร์เกซ คู่ปรับตลาดกาล ร่วงถึง 3 นับในยกแรกมาแล้ว ก่อนจะเสมอกันไปเฉย
ศึกซูเปอร์ไฟต์ในเมืองพนัน เบอร์หนึ่งของโลก จึงมักมีปัญหาค้านสายตาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง การชกในไฟต์นี้ แม้ปาเกียวลงเอยด้วยความปราชัยก็ถือเป็นความถูกต้อง และก็แสดงให้เห็นว่า เขาไม่มีอิทธิพลกดดันผู้ตัดสินได้อยู่แล้ว หากเทียบกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ทุกครั้งที่ ยอดมวยมหาเศรษฐีอเมริกันไร้พ่าย ขึ้นชกมักจะไม่เสียเปรียบใคร (ครูหนึ่ง ฉัตรชัย สาสะกุล ผู้เคยไปดูมวยโลก เคยกล่าวว่า ทีมงานฟลอยด์ ผู้จัดนั้นพยายามเอาเปรียบ ปาเกียว ทุกวิถีทางก่อนชก)

และสิ่งสำคัญอีกประการ ความพ่ายแพ้ของปาเกียว ที่มีความได้เปรียบ จากอัตราต่อรองของบ่อนพนันก่อนขึ้นชก จากราคา 2-1 เขยิบเป็น 5-2 และก่อนขึ้นเวทีถึง 4-1 ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเสียหายแต่อย่างใด สำหรับเจ้ามือหรือโต๊ะพนันผู้รับแทงของลาสเวกัส ในเมื่อผลออกมาจะพลิกความคาดหมายเช่นนี้ ..?!?!
ปุจฉา : ใครๆล้วนอยากได้ยินจากปากของปาเกียว ถึงการตัดสินใจ จากนี้ไป ?!?
วิสัชนา : อดีตแชมป์โลก 8 เส้น วัย 42 ปี เคยแย้มเป็นนัยก่อนหน้านี้ ว่า น่าจะถึงคราวที่ตนจะต้องแขวนนวมอำลาเสียที ด้วยอายุที่มากขึ้น และเส้นทางการเมือง ตามวาระ สว.(สมาชิกวุฒิสภา) ที่จะหมดลง และจะมีการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 10 พ.ค.ปีหน้า (พ.ศ.2565)
เป้าหมายของปาเกียว คือการ ลุ้นตำแหน่ง ประธานาธิบดี สืบต่อจาก โรดริโก้ ดูเตอร์เต้ นั่นหมายถึงต้องขับเคี่ยวกับตัวเต็งอื่นๆและคู่แข่งอย่าง ซารา ดูเตอร์เต้ บุตรสาวผู้นำฟิลิปปินส์ปัจจุบัน

ปาเกียว จำเป็นต้องใช้เงินก้อนโต ในการหาเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องปิดบัง หรือสิ่งน่าเกลียดเหมือนนักการเมืองไทย ที่ห้ามซื้อเสียงแต่ก็ยังมีการคอรัปชั่น ระบบ”เงินทอน”อยู่ทั่วไป
ปาเกียวเคยใช้เงินซื้อคู่แข่งคนสำคัญ ที่ทำให้ตนต้องสอบตก สส.สมัยแรก ด้วยการเกษียณตัวเองกลับไปเลี้ยงลูกหลานอยู่กับบ้าน ทำให้ตนกลับมาประสบความสำเร็จได้เป็น สว. ในการลงสมัครตามสมัยวาระต่อมา ปาเกียวเคยเจียดเงินค่าตัวจากการชก กับ ฟลอยด์ มาสร้างหมู่บ้านจัดสรร สร้างคอนโด เป็นโครงการเอื้ออาทรเพื่อให้คนยากจนจำนวน 1,000 หลังที่ กิบาเว่ จังหวัดซารานกานี่ รวมทั้งบริจาคเงินอีกมากมายหลายท้องที่ อาทิ แจกเงิน 4 ล้านเปโซ ที่บาโคลอด ให้คนจน เพื่อเป็นการซื้อใจสร้างฐานเสียงความนิยมให้กับตน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายผิดกฏหมาย

พฤติกรรมเหล่านี้ยังไม่นับรวมเลี้ยงดูแจกจ่าย บริวารมากมาย และสมาชิกกลุ่มคนใกล้ชิด อาทิ หากใครสักยันต์ รูปลูกระเบิดที่ข้อมือด้านซ้าย อันเป็นสัญญลักษณ์เฉพาะในฐานะเอฟซี ปาเกียว ยังจะได้รับค่า”ทิป” คนละ 1,500 เหรียญสหรัฐ และการเลี้ยงดู
รวมทั้งตัว “แพ็คแมน” เองได้แสดงให้เห็นว่า แม้จะไม่เคยมีพฤติกรรมสุดเถื่อน “ผัวพังบ้าน” แต่ครอบครัวก็เคยเกือบร้าวฉาน เมื่อคราว มาดาม จินกี้ ฮาโมล่า ปรี๊ดแตก ขว้างปาข้าวของกันในโรงแรมที่พักในลาสเวกัส หลังจับได้ว่า ปาเกียว แอบนอกใจ ไปมีสัมพันธ์สวาทกับ คริสต้า รานินโญ นักแสดง นางแบบสาว คนดังที่ปาเกียวเคยลงทุนแสดงหนังร่วมกัน จนเกินเลยเป็นข่าวครึกโครม

ก่อนเรื่องจะลงเอย ด้วยการใช้เงินก้อนโตหลายล้านเปโซขอร้องให้ดาราสาวแยกทาง (ปัจจุบันเป็นเศรษฐีณี มีสามีเป็นเจ้าของโรงแรมหรูในแคลิฟอร์เนีย) และตัวของ จินกี้ เองต้องยอมรับความจริงปรับปรุงตัว ด้วยการเสริมสวย”ยกเครื่อง”ขนานใหญ่ เพื่อออกงานในสังคมเดินเคียงข้างสามีได้อย่างไม่อายใคร (เธอจึงสวยทุกช็อตนับแต่นั้นมา)
พร้อมด้วยสัญญาลับส่วนตัวเป็นลายลักษณ์อักษร เงินค่าชกของยอดมวยสามีทุกไฟต์ เมื่อหักภาษีอันแสนโหดตามธรรมเนียมที่อเมริกาแล้ว จะต้องแบ่งครึ่งให้แก่เธอและครอบครัว !! (ส่วนที่เหลือ จะไปทำบุญ บริจาคทานก็ตามแต่ใจ)

อีกประการสำคัญ ก็คือความห่วงใยของคนใกล้ชิดในครอบครัว นอกจากมาดามจินกี้ และ คุณแม่ของปาเกียวกับ ลูกๆทั้ง 5 คนแล้ว ทั้งหมดล้วนอยากให้ เสาหลักของครอบครัว ถึงเวลาอำลาแขวนนวมเสียที ด้วยเกรงว่า เมื่ออายุมากขึ้น สภาพร่างกายทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ขวัญใจมวยโลกคนดังของเอเชีย ผู้จะกลายเป็นตำนานยอดมวยโลกตลอดกาล จะไม่ได้ใช้เงินทองทรัพย์สินที่หามาได้ ในบั้นปลายของชีวิต
ปุจฉา : มูลค่าตอบแทนจาก การชกมวยที่ผ่านมา
วิสัจชนา : ก่อนความพ่ายแพ้ต่อ อูกาส เมื่อ 21 ส.ค.2021 จากบันทึกเผยว่า ยอดกำปั้นชาวฟิลิปปินส์ แชมป์โลก 8 รุ่นคนแรกของโลก ติดโผนักกีฬาที่ทำเงินได้มากที่สุดแห่งทศวรรษ 2010 (ในช่วงระหว่างปี 2010-2019) โกยไปได้มากถึง 435 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 13,106 ล้านบาท) ติดอันดับที่ 8 ในการจัดอันดับของ ฟอร์บส์ (Forbes) นิตยสารทางการเงินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา
การชกไฟต์ล่าสุดกับ อูกาส ครั้งนี้ เบื้องต้นปาเกียว จะได้ค่าเหนื่อยราวๆ 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 833 ล้านบาท) ขณะที่ทาง อูกัส ที่ป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก จะได้รับเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (33 ล้านบาท) ซึ่งน้อยกว่า ปาเกียว ถึง 25 เท่า ทั้งนี้ยังไม่นับ รายได้จากเปเปอร์วิว ของ ฟ็อกซ์ สปอร์ตส และลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ หากปาเกียว จะกลับมาล้างตากับ อูกาส อีกครั้ง หรือจะฟาดปากกับคู่ชกที่จะมีชื่อเสียงมากกว่าอย่าง เออร์รอล สเปนซ์ จูเนียร์ แชมป์โลก 2 สถาบัน(WBC-IBF) รุ่นเดียวกันที่เกือบจะได้ชกกันก่อนหน้านี้ แต่จำต้องถอนตัวไป นั่นจะหมายถึงเงินก้อนโตอีกมหาศาลซึ่งจะตามมาอีกไม่รู้เท่าไหร่
ปัจจุบัน ยอดนักชกวัย 42 ปี ยังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับ จินกี้ ภรรยา และลูกๆ ทั้ง 5 คน ในคฤหาสน์หรู “ฟอร์บส์ พาร์ค” ย่าน มากาติ ซิตี้ แหล่งเจริญในเมืองหลวงมะนิลา โดยคฤหาสน์หลังนี้เจ้าตัวซื้อไว้เมื่อปี 2012 ในราคา 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 298 ล้านบาท)

ด้วยเหตุย่อยๆเหล่านี้ แต่รวมเป็นประเด็นหลักสำคัญ ที่ทำให้ ปาเกียว ยังไม่ยอมตอบคำถามสื่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ให้คนที่เฝ้าติดตามหน้าจอทีวีทั่วโลกได้ทราบว่า
ถึงเวลาที่เขาจะตัดสินใจ แขวนนวมได้หรือยัง..?!?!
คงมีเพียงคำพูดสื่อเป็นนัย “ผมขอเวลาพัก และผ่อนคลายสักระยะ จากนั้นภายในเดือนหน้า ผมจะให้คำตอบ ตัดสินใจว่า จะลงเล่นการเมืองเพื่อต่อสู้ในตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์หรือไม่”
ปาเกียวไม่วายทิ้่งท้ายชนิดหวานบาดใจไปถึงประชาชนคนฟิลิปปินส์ และแฟนมวยทั่วโลกอีกว่า

“…ในอนาคตคุณอาจจะไม่เห็นผมชกอีกเลย เพราะผมอยากจะช่วยเหลือประชาชนในประเทศของผม”
เมื่อรับฟังแล้ว ลองถอดใจหลับตาคิดแทน ปาเกียว
ขอเวลาอีกสักนิด แล้วหยิบเครื่องคิดเลข เพื่อคำนวณ รายได้เบ็ดเสร็จจากการชกไฟต์นี้ก่อนได้ไหม จากนั้น จึงจะให้คำตอบกันชัดๆอีกครั้ง
ว่าสมควรจะแขวนนวม ไปลงเลือกตั้ง เล่นการเมืองได้หรือยัง…!?!?
: สอดสร้อย สาวสังเวียน : ทีมกีฬา ข่าวสด