วรงค์ ทิวทัศน์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลไทย ยอมรับต่อให้นำคะแนน 3 แคนดิเดตสำคัญรวมกันคงสู้มาดามแป้งไม่ได้ ยันไม่ร่วมงานหากนโยบายขัด

วรงค์ ทิวทัศน์ อดีตเลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขันบริษัท ไทยลีก จำกัด แคนดิเดตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ในงาน “โชว์วิสัยทัศน์ สู่อนาคตบอลไทย” ที่โรงแรมอโนมา แกรนด์ เมื่อ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยงานดังกล่าวนอกจากนายวรงค์แล้วยังมี “พอลลีน”พยุริน งามพริ้ง, คมกฤช นภาลัย, และยุทธนา ทวีสรรพสิน ตัวแทนของนายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ ไม่มี “มาดามแป้ง”นวลพรรณ ล่ำซำ อีกหนึ่งผู้สมัครซึ่งเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวสอบถามนายวรงค์มีโอกาสหรือไม่ที่ผู้สมัครอย่างคมกฤช นภาลัย, พยุริน งามพริ้ง รวมถึงนายวรงค์ จะเอาคะแนนเสียงตัวเองที่มั่นใจว่าอยู่ในมือมารวมกันเพื่อลงคะแนนให้ใครคนใดคนหนึ่งในการท้าสู้กับ “มาดามแป้ง” เนื่องจากหากแยกคะแนนเสียงของแต่ละคนนั้นว่ากันว่าเทียบกับ “มาดามแป้ง” ไม่ติดแม้แต่น้อย

ซึ่งนายวรงค์ กล่าวยอมรับตามตรงว่าต่อให้เอาคะแนนของทั้ง 3 คนมารวมกันจริงยังเป็นไปได้ยากที่จะชนะมาดามแป้งในการเลือกตั้งนายกบอลครั้งนี้ แต่การที่ตนกล้าออกมาสู้เพราะยืนยันว่าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการบริหารงานของสมาคม เนื่องจากตลอดเวลาที่ทำงานในบริษัท ไทยลีก มาร่วม 7 ปี ได้เห็นปัญหาจากภายในว่ามีอะไรบ้าง

“ผมอยากฝากถึงสโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งว่าเมื่อเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแนวทาง ในเมื่อเห็นอยู่แล้วว่าการทำงานตลอด 8 ปีของผู้บริหารชุดปัจจุบันนั้นไม่ได้มีอะไรดีขึ้นกับฟุตบอลไทย เราต้องเลือกที่จะเปลี่ยนวิธี หากยังเลือกเหมือนเดิม ผลลัพธ์ที่ออกมาคงไม่ต่างจากเดิม และต่อให้ครั้งนี้ผมแพ้การเลือกตั้ง หากเลือกตั้งครั้งหน้ายังเห็นว่าไม่มีอะไรดีขึ้นผมจะลงสมัครอีกอย่างแน่นอน”

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวสอบนายวรงค์ เพิ่มเติมด้วยว่า หากไม่ชนะเลือกตั้งในครั้งนี้ มีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่จะร่วมงานกับผู้ชนะหรือกลุ่มผู้บริหารชุดใหม่ หากได้รับการชักชวนให้เข้าไปช่วยบริหารสมาคมฟุตบอลไทย

เรื่องนี้นายวรงค์ กล่าวว่า “ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับผู้สมัครท่านอื่นเลย หากอยากให้ผมเข้ามาร่วมทำงานต้องมาคุยกันในเรื่องนโยบาย หากนโยบายของผู้นำสมาคมคนใหม่ขัดแย้งกับนโยบายของผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานสมาคม ผมไม่ขอเข้าร่วมแน่นอน”

“อย่างที่เห็นกันอยู่ว่าแม้จะเอาตัวแทนสโมสรมาทำงานบริหาร แต่ฟุตบอลไทยยังอยู่กับที่และมีด้อยค่าลง ยกตัวอย่างลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลลีก ผมพูดได้เลยว่าไม่มีเจ้าไหนจะยื่นซื้อปีละเป็นพันล้านเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว และที่ตัวเลขลิขสิทธิ์ที่ตกต่ำลงมาจากการบริหารแบบเดิมๆ ในเมื่อราคาเคยลงต่ำขนาดนี้ คงยากที่จะหาผู้ซื้อลิขสิทธิ์ที่สูงกว่าเดิมแน่”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน